โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

7 ขั้นตอนคิดกำไร ขาดทุน รู้ก่อนเก่งก่อน เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร

ชี้ช่องรวย

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 10.00 น.

ขั้นตอนคิดกำไร ขาดทุน เป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจในทุกประเภทต้องรู้ ดูเป็น ทำเป็น จัดการและควบคุมได้ เพราะธุรกิจจะไปต่อหรือพอแค่นี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีกำไรพอหรือไม่ หรือขาดทุนมากเกินไปหรือเปล่า มันจะช่วยให้ช่วยให้มองเห็นที่มาที่ไปของกำไร-ขาดทุนได้ชัดเจนขึ้น นำข้อมูลไปวิเคราะห์และวางแผนดำเนินธุรกิจต่อไปได้ หากคุณมีร้านอาหารต้องไม่พลาด!

คิดกำไร ขาดทุน

1.คิดกำไรเบื้องต้นก่อน

กำไรขาดทุน

กำไรขั้นเบื้องต้นหาได้จากการสมการ (ยอดขาย-ต้นทุนอาหาร) ผลลัพธ์ที่ได้คือกำไรที่จะบอกได้ว่าการบริหารต้นทุนของร้านเราดีมากน้อยเพียงใด และโดยทั่วไปแล้วต้นทุนควรอยู่ประมาณ 30-35% ของยอดขายรวมทั้งหมด เช่น มียอดขาย 10,000 บาท ต้นทุนควรอยู่แค่ 3,000 – 3,500 บาทกำลังดี

2.คำนวณค่าแรง

กำไรขาดทุน

ดูว่าในร้านตัวเองมีพนักงานอยู่เท่าไร นำค่าแรงของพนักงานทั้งหมด รวมไปถึงค่าล่วงเวลา เบี้ยขยัน ค่าเดินทางหรือสวัสดิการอื่น ๆ มารวมกัน เกณฑ์ที่ดีนั้นยอดรวมควรอยู่ที่ 20-25% ของยอดขายทั้งหมด

3.คำนวณค่าเช่าที่

กำไรขาดทุน

ในส่วนนี้จะเป็นของคนที่ไม่มีทำเลร้านเป็นของตนเอง ต้องจ่ายค่าเช่าที่เป็นรายเดือนหรือรายปีตามแต่ตกลงกันมา ถ้าต้องการให้รายได้ไม่เหลือน้อยจนเกินไป ควรมีราคาค่าเชาที่อยู่ที่ 10-20% ของยอดขายก็พอ ใครไม่มีตรงส่วนนี้ก็สามารถนำไปพัฒนาด้านอื่นได้

4.ค่าใช้จ่ายแฝง

กำไรขาดทุน

ทุกธุรกิจจะมีค่าใช้จ่ายแฝงอยู่เสมอ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเสื่อมอุปกรณ์ต่าง ๆ ค่าทำความสะอาด ภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าของใช้สินเปลือง และอื่น ๆ ดังนั้นเจ้าของธุรกิจต้องพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้ได้น้อยที่สุดถ้าอยากมีกำไรมากขึ้น

5.หาค่าเสื่อมต่าง ๆ

ค่าเสื่อมหมายรวมไปถึงเรื่องของตัวร้าน โครงสร้างที่อาจเกิดการผุพังได้ อุปกรณ์ เช่น หม้อ กระทะ เครื่องชงกาแฟ เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า ต่างก็มีอายุการใช้งานของมัน ถ้าเกิดการเสื่อมก็ต้องมีการเปลี่ยนทันที หรืออาจเปลี่ยนยกชุดเลยก็ได้ สมมติว่า ตู้แช่แข็ง ราคา 50,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี ตกปีละ 10,000 บาท ตกเดือนละ 833 บาท

6.ค่าประชาสัมพันธ์ร้าน

กำไรขาดทุน

งบนี้จะเป็นส่วนของงบการตลาด หลายร้านก็นำงบที่มีมาลงส่วนนี้ค่อนข้างมาก เพราะต้องการให้ร้านตัวเองเป็นที่รู้จัดในวงกว้าง จ้างคนมารีวิว ทำโปรโมชันการขาย ยิงแอดโฆษณาต่าง ๆ

7.กำไรสุทธิ

กำไรขาดทุน

ดูจาก 6 ข้อที่ผ่านมาแล้วมาเปรียบเทียบกับธุรกิจตัวเอง ถ้าคุณมียอดขายในแต่ละเดือนมากกว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่กล่าวมา หมายความว่าธุรกิจมีกำไร เริ่มมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ยิ่งมีมากเท่าไรยิ่งนำไปพัฒนาธุรกิจได้มากเท่านั้น หากผลลัพะ์ออกมาตรงกันข้าม ยอดขายแทบจะเท่าหรือน้อยกว่าต้นทุน นั่นคือสัญญาณไม่ดีต่อธุรกิจแล้ว ควรมาดูแล้วว่าจะทำอย่างไรให้กำไรมากขึ้น อาจทำสินค้าตัวใหม่มาดึงยอดขาย หรือไปจำกัดต้นทุนให้น้อยลงไปแทน

ติดตามบทความอื่น ๆ ได้ที่ : คลิก

ติดตามบทความ How to ที่น่าสนใจได้ที่ : คลิก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...