โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หนุ่มเมาเดินแถเกือบถูกรถชน เพื่อนรักไปดึงช่วยชีวิตกลับถูกแทง

เดลินิวส์

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 01.25 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 19.00 น. • เดลินิวส์
หนุ่มเมียนมาเมาเดินแถออกถนนจะโดนรถชน เพื่อนรักดึงตัวไว้ทันกลับโดนชกต่อย กลับมาถึงห้องพักเอามีดไล่ฟันหลังเจ็บ

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ได้รับแจ้งมี เหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในหอพักแห่งหนึ่ง ซอยศรีด่าน 3 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุ ภายในห้องพัก ชั้นที่ 1 เจ้าหน้าที่ พบ ผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็น ชาย 1 ราย อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา สภาพมีแผลถูกของมีคมบาดเป็นแผลยาว บริเวณแผ่นหลังหลายแผล เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงช่วยเหลือปฐมพยาบาล แต่ผู้บาดเจ็บนั้นไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล

ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นไม่ใช่ใครเป็นเพื่อนรักของผู้บาดเจ็บเอง ซึ่งพักอยู่หอพักเดียวกัน เป็นชาย อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมา เจ้าหน้าที่ตำรวจไปควบคุมตัวได้ที่ห้องพัก ก่อนนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.สำโรงเหนือ

จากการสอบถาม เพื่อนร่วมงานทั้ง 2 คน ให้ข้อมูลว่า ตนเองไม่รู้ว่าทั้งคู่นั้นตีกันเพราะอะไร ตนเองได้รับโทรศัพท์จากนายจ้างให้มาดูทั้ง 2 คน ที่พักที่นี้ แล้วมีการทะเลาะกันเสียงดัง จนคนที่พักอยู่ในหอพักนี้นอนกันไม่ได้ เพื่อจะมาบอกให้ทั้ง 2 คนนี้เลิกเสียงดัง ตนมาถึงก็มาเจอสภาพนี้แล้ว

ด้าน คนเจ็บ ให้ข้อมูลว่า กลับมาจากสังสรรค์ โดยเดินกลับมาในจังหวะนั้น ผู้ก่อเหตุซึ่งมีอาการเมาเดินแถออกไปจะโดนรถเฉี่ยวชน ตนเองจึงดึงตัวเขามา แต่ไม่เข้าใจดันมาชกต่อยตนเอง ก่อนแยกเดินกลับมาถึงห้องที่เกิดเหตุก่อนที่จะมีปากเสียงกัน และเอาอาวุธมีดมาแทงตนเอง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...