โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ซีอีโอ "เซ็ปเป้" ยืนหนึ่ง Global Summit of Women 2025 ชู Soft Power ไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 08.26 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 22.05 น.

บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ตอกย้ำศักยภาพขององค์กรไทยในเวทีระดับโลกอีกครั้ง เมื่อ นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้รับเกียรติร่วมเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเสวนาในงาน Global Summit of Women 2025 ซึ่งเป็นการประชุมสุดยอดผู้นำหญิงระดับนานาชาติที่ทรงอิทธิพล จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 35 ภายใต้หัวข้อ "Women: Restoring Values in the Digital Age" ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2568 โดยมีผู้นำกว่า 60 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ในเวทีเสวนา Women CEO Forum ภายใต้หัวข้อ "Should Companies Take a Position on Socio-Cultural Issues?" ซึ่งดำเนินรายการโดย Irene Natividad ประธานการประชุม Global Summit of Women นางสาวปิยจิตได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้นำหญิงระดับสูงจากองค์กรชั้นนำระดับโลก สะท้อนบทบาทของผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่เพียงเป็นผู้ใช้นวัตกรรม แต่ยังเป็นผู้นำในการฟื้นฟูคุณค่าและจริยธรรมให้แก่โลกธุรกิจและสังคมในยุคดิจิทัล

จากธุรกิจครอบครัว สู่แบรนด์นวัตกรรมระดับโลก

คุณปิยจิตได้ถ่ายทอดเรื่องราวการเติบโตของเซ็ปเป้ จากจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายในฐานะธุรกิจอาหารขนาดเล็กของครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนรุ่นที่สอง สู่การเป็นบริษัทเครื่องดื่มนวัตกรรมที่ส่งออกไปยังกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการเงินจากการทำงานกับสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Deutsche Bank, Barclays Capital และ BNP Paribas เธอได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาวางรากฐานองค์กรในฐานะ CFO ในช่วงที่เซ็ปเป้กำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง CEO และขับเคลื่อนเซ็ปเป้จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยที่แข็งแกร่งในระดับนานาชาติ

บนเวที Global Summit of Women คุณปิยจิตได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า SAPPE ยึดมั่นในบทบาทขององค์กรที่ "กล้ายืนหยัดเพื่อคุณค่าที่เชื่อ" โดยไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาด แต่เป็นการส่งเสียงอย่างมีจุดยืนในประเด็นสำคัญต่อสังคมและวัฒนธรรม คุณค่าหลักขององค์กรที่ถูกหล่อหลอมอยู่ใน DNA ของ SAPPE ได้แก่ ความเป็นนักนวัตกรรม การส่งเสริมบทบาทผู้หญิง และความหลากหลายเท่าเทียม

SAPPE เป็นผู้บุกเบิกเครื่องดื่มหมวดหมู่ใหม่ของโลกที่เรียกว่า "Snack Drink" หรือเครื่องดื่มที่เคี้ยวได้ โดยมีแบรนด์ Mogu Mogu น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว (Nata de Coco) เป็นหัวหอกที่สร้างปรากฏการณ์และเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มทั่วโลก

การส่งเสริมบทบาทผู้หญิง บริษัทยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ "Sappe Beauti Drink" ซึ่งเป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันที่สะท้อนจุดยืนในการส่งเสริมให้ผู้หญิงดูแลตนเอง รักและภาคภูมิใจในความงามจากภายใน ล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญ "สวยเรา ไม่ต้องสวยใคร" (Self-Love) ภายใต้แนวคิดว่า "ผู้หญิงไม่ควรรอให้ใครมายืนยันคุณค่า แต่ควรเป็นคนที่เชื่อมั่นในความงามของตนเอง และสามารถเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้"

ความหลากหลายและเท่าเทียม SAPPE ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการเปิดกว้างอย่างแท้จริง โดยมีสัดส่วนพนักงานหญิงถึง 53% และในระดับผู้บริหารระดับสูงมีสัดส่วนถึง 60% ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าที่แท้จริง

การบริหารองค์กรแบบ "Flat Organization" และการสร้างความเข้าใจคนรุ่นใหม่

คุณปิยจิตกล่าวถึงความสำคัญของโครงสร้างองค์กรที่ไม่เป็นลำดับชั้น (Flat Organization) ซึ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนข้อมูลในทุกระดับ โดยมีการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งการประชุมผู้ถือหุ้น การสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภค และการเปิดพื้นที่ให้ทีมงานทุกระดับเข้าถึงผู้บริหารได้โดยตรง เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนกล้าแสดงความคิดเห็นภายใต้ความเคารพซึ่งกันและกัน

สำหรับการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมกับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะพนักงาน Gen Z ที่มีสัดส่วนถึง 20% ขององค์กร คุณปิยจิตระบุว่าคนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับ "Purpose" หรือเป้าหมายในการทำงานอย่างมาก ดังนั้น SAPPE จึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารพันธกิจ ค่านิยม และเป้าหมายขององค์กรให้ชัดเจน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าขององค์กร และออกแบบระบบประเมินผลงานที่ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่าตนมีคุณค่าในองค์กรอย่างแท้จริง แนวคิดนี้เองที่ทำให้ SAPPE สามารถขับเคลื่อนด้วยไอเดียใหม่ๆ และเชื่อมโยงกับความเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในฐานะผู้นำองค์กรระดับโลก SAPPE ยังให้ความสำคัญกับการเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยไม่ยึดหลัก "One Size Fits All" ในการบริหารจัดการในแต่ละประเทศ พร้อมเน้นย้ำว่า ซีอีโอต้อง "Walk The Talk" หรือเป็นผู้ลงมือทำจริงในทุกเรื่องที่องค์กรยึดถือ ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ หรือความรับผิดชอบ ทั้งต่อพนักงาน ผู้บริโภค และสังคมโดยรวม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...