MidlifeSqueeze วิกฤติชีวิตต่อจากแซนวิชเจเนอเรชั่น
หลายคนน่าจะรู้จัก Sandwich Generation คือ ช่วงเจนที่ต้องแบกชีวิตของเจนข้างหลัง คือ พ่อแม่ และเจนข้างหน้า คือ ลูกและครอบครัว เรียกว่าแบกจนหลังแอ่น ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ตอนนี้หลายคนน่าจะกำลังเจออยู่ จนบีบให้กลายเป็นวิกฤติวัยกลางคนในชีวิตได้ หรือเรียกว่า “Midlife Squeeze”
สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเผชิญMidlife Squeeze
ภาระการเงินท่วมท้น > รู้สึกว่าเงินเดือนไม่พอใช้จ่าย รายจ่ายมากกว่ารายรับอยู่เสมอ
เหนื่อยล้าทางกายและใจ > พักผ่อนไม่พอ อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย ไม่มีเวลาส่วนตัว
ความสัมพันธ์ตึงเครียด > มีปัญหากับคู่ครอง ลูก หรือพ่อแม่บ่อยขึ้น
หมดไฟในการทำงาน > ขาดแรงจูงใจในการทำงาน ไม่มีความสุขกับสิ่งที่ทำ
สุขภาพทรุดโทรม > เริ่มมีอาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือโรคประจำตัวรุมเร้า
ประเด็นเหล่านี้ ออฟฟิศ 0.4 พอมีคนใกล้ตัวเผชิญภาวะเหล่านี้มาบ้าง ซึ่งสิ่งแรกเลยที่เคยได้แลกเปลี่ยนความคิดกันคือ การยอมรับข้อเท็จจริงก่อน ว่าชีวิตกำลังเจอปัญหาอะไร และปัญหาที่เจอเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ในระยะไหนบ้าง สั้น กลาง หรือยาว
จากนั้นก็ค่อย ๆ วางแผนไป เพื่อให้จิตใจรู้สึกตัวว่ายังพอมีการบรรเทาให้ชีวิตดีขึ้นได้บ้าง โดยเฉพาะเรื่องการเงิน ที่อาจจำเป็นต้อง เปิดใจคุยเรื่องการเงินกับคู่ครองและลูก เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและช่วยกันประหยัด และวางแผนทำบัญชีเพื่อควบคุมการใช้จ่ายและหนี้สินที่ไม่จำเป็น รวมถึงแผนระยะกลางอย่างค่าเทอม และระยะยาวอย่างการเกษียณ
การเกิดวิกฤติวัยกลางคนที่ถูกกดดันด้วยการรับผิดชอบหลากหลายด้าน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาทางออกได้ทันที ก็ต้องยอมรับว่าจำเป็นต้องใช้เวลาในการเยียวความรู้สึกของคนแบกด้วยส่วนหนึ่ง ไปพร้อมกับการเอาปัญหาหลากหลายประเภทมากางดูว่า สิ่งไหนแก้ได้ก่อนได้หลัง ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพกายและใจของคนแบกประจำบ้านด้วย
Midlife Squeeze จึงเป็นภาคต่อของ Sandwich Generation ที่อยู่ในสเตจที่ออกอาการ ซึ่งคนในครอบครัวก็ต้องช่วยกันสื่อสาร ให้กำลังใจ และทำความเข้าใจกับสิ่งที่กำลังเผชิญไปด้วยกันไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะในบรรยากาศเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีเอาเสียเลย..