โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อิหร่านยืนยันโรงงานนิวเคลียร์เสียหายหนักจากการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ

ฮั่วเซ่งเฮง

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 16.21 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 16.21 น.

เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยว่า โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ โดยการเปิดเผยเป็นครั้งแรกของอิหร่านในเรื่องนี้ เกิดขึ้นในขณะที่หลายฝ่ายกำลังถกเถียงกันว่าปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจริงหรือไม่

บากาอียืนยันกับสำนักข่าวอัลจาซีราในวันพุธ (25 มิ.ย.) ว่า โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยกล่าวว่าการโจมตีของสหรัฐฯ เป็นการบ่อนทำลายอย่างร้ายแรงต่อกฎหมายระหว่างประเทศและสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) ซึ่งอิหร่านเป็นผู้ลงนาม

อย่างไรก็ดี บากาอีไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยกล่าวเพียงว่าทางการอิหร่านยังคงประเมินสถานการณ์บนภาคพื้นดิน

การแสดงความเห็นดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ของอิหร่านได้ออกมาเปิดเผยถึงขอบเขตความเสียหายที่เกิดจากการที่กองทัพสหรัฐฯ ใช้ระเบิดขนาด 30,000 ปอนด์จำนวนมากกว่า 10 ลูก โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่านเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ การแสดงความเห็นของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยังมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกมาโต้แย้งรายงานข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่ระบุว่าการโจมตีในครั้งนี้มีผลกระทบต่อโครงการนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่านแค่ในวงจำกัดเท่านั้น โดยทรัมป์กล่าวถึงรายงานข่าวกรองที่รั่วไหลดังกล่าวว่า เป็นรายงานที่ยังไม่มีข้อสรุป และเขายังคงเชื่อว่าโรงงานนิวเคลียร์เหล่านั้นได้ถูกทำลายแล้ว

ทั้งนี้ การประเมินจากสำนักงานข่าวกรองกลาโหมของเพนตากอนระบุว่า การทิ้งระเบิดในวันดังกล่าวน่าจะไม่สามารถทำลายส่วนประกอบหลักของโครงการนิวเคลียร์ใต้ดิน ซึ่งรวมถึงเครื่องหมุนเหวี่ยง (Centrifuge) พร้อมระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ไม่สามารถทำลายขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยทำให้โครงการนิวเคลียร์ล่าช้าไปเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น

ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...