โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทนายอั๋นเตรียมพาแม่นักโทษประหาร พบ รมว.ยุติธรรม ยื่นขอรื้อฟื้นคดีสังหารเศรษฐีนีตลาดโรงเกลือ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 07.16 น. • สยามนิวส์
ทนายอั๋นเตรียมพาแม่นักโทษประหาร พบ รมว.ยุติธรรม ยื่นขอรื้อฟื้นคดีสังหารเศรษฐีนีตลาดโรงเกลือ

นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น เตรียมพานางมาลี พุ่มเรือง มารดาของนายวิชัย พุ่มเรือง นักโทษประหารในคดีร่วมกันฆ่านางสาวสายันต์ จันทา และนายพิพัฒน์ ตั้งพงษ์ทอง สองสามีภรรยาเจ้าของตลาดสายันต์ในตลาดโรงเกลือ จังหวัดสระแก้ว เข้าพบ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในวันพุธที่ 4 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นเอกสารหลักฐานใหม่ให้ตรวจสอบ ก่อนที่จะนำหลักฐานเหล่านี้ยื่นต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2561 โดยศาลจังหวัดสระแก้วได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 โดยในส่วนของ นายวิชัย พุ่มเรือง จำเลยที่ 1 ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ ประหารชีวิต เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดสนับสนุนยืนยันที่อยู่ของจำเลยในช่วงเวลาเกิดเหตุ ทำให้ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของอัยการและโจทก์ร่วมที่ระบุว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายทั้งสองจนถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

นอกจากนี้ ร้อยเอกสุเทพ มากสาคร หรือ นายก เต่า (อดีตนายกเทศมนตรีตำบลคลองหาด) และ ร้อยเอกทองวรา มากสาคร (อดีต ส.จ. น้องชายของนายกเต่า) ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 และ 5 ก็ถูกศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ ประหารชีวิต เช่นกัน ส่วนนายวิชิต อินทร์แก้ว จำเลยที่ 3 ถูกจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่นางมณีรัตน์ โกทันย์ จำเลยที่ 6 ถูกยกฟ้อง และจำเลยที่ 2 เสียชีวิตระหว่างพิจารณาคดี

ครอบครัวและอดีตภรรยาของนายวิชัยได้ร้องขอให้ทนายอั๋นช่วยเหลือในการรื้อฟื้นคดี เนื่องจากเชื่อมั่นว่านายวิชัย บริสุทธิ์และไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมดังกล่าวเลย โดยนายวิชัยได้ปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ได้ร่วมกระทำผิด ยอมรับสารภาพเพียงคดีอาวุธปืนลูกซองที่ภรรยาของจำเลยที่ 5 ให้ไว้เฝ้าสวนลำไย ซึ่งอาวุธสังหารผู้ตายทั้งสองเป็นอาวุธมีดเท่านั้น

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ทำให้ญาติเชื่อว่าคดีนี้มีความไม่ชอบมาพากลคือ พยานที่ชี้ตัวจากลักษณะท่าทางที่นายวิชัยตกเป็นจำเลยที่ 1 เนื่องจากมีท่าเดินขาโก่งและมักห้อยพวงกุญแจไว้ที่หูกางเกงด้านซ้าย คล้ายคนร้ายคนหนึ่งในคลิปวงจรปิดที่ใส่เสื้อมีฮู้ดปิดบังใบหน้า โดยมีพยานชี้ตัวว่าน่าจะเป็นนายวิชัย ขาดหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และคำซัดทอดไม่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่เชื่อมโยงนายวิชัยกับที่เกิดเหตุ และไม่มีจำเลยคนใดในคดีนี้ซัดทอดว่านายวิชัยร่วมกระทำผิดเลย

นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าน่าจะมีการสร้างพยานเท็จ ที่ญาตินายวิชัย เพิ่งทราบและได้รับหลักฐานเพิ่มเติมภายหลังว่ามีการสร้างพยานมาให้การเท็จ เพื่อให้ศาลเชื่อว่านายวิชัยมีส่วนร่วมกระทำผิดจนถูกตัดสินประหารชีวิต ญาติมีหลักฐานที่เป็นคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นการวางแผนสร้างพยานเท็จ โดยปรากฏเจ้าหน้าที่รัฐ ทนายความชื่อดัง (ซึ่งปัจจุบันถูกดำเนินคดีและคุมขังอยู่ในเรือนจำ) ผู้ติดต่อประสานจำเลยที่ 6 เข้ามอบตัวกับตำรวจที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อ 7 สิงหาคม 2561 ทั้งยังมีคลิปเสียงการสนทนาตกลงผลประโยชน์กันระหว่างผู้ประสานจำเลยและทนายความ ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ได้มาในภายหลังศาลฎีกาตัดสินประหารชีวิตจำเลยที่ 1 แล้ว

ทนายอั๋นกล่าวว่า หลักฐานใหม่ที่ญาตินำมาให้ เช่น คลิปเสียง คลิปวิดีโอ สลิปการโอนเงิน และเอกสารการถอดเทปเสียงสนทนา เป็นหลักฐานที่น่าสนใจมากและไม่เคยปรากฏในสำนวนคดีมาก่อน ซึ่งหลักฐานเหล่านี้อาจพิสูจน์ได้ว่านายวิชัยไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดในคดีนี้ ตนเชื่อว่าพยานหลักฐานที่นำขึ้นสู่ศาลอาจถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญในการขอรื้อฟื้นคดีอาญาตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526

นางสาวจุฑามาศ พี่สาวของนายวิชัย และนางสาวน้ำผึ้ง อดีตภรรยาของนายวิชัย ต่างยืนยันในความบริสุทธิ์ของนายวิชัย โดยนางสาวน้ำผึ้งระบุว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุ นายวิชัยอยู่กับเธอที่บ้านซึ่งเปิดเป็นโต๊ะสนุกเกอร์ และมีญาติพี่น้องหลายคนเป็นพยานได้ แต่ตำรวจไม่เคยเรียกไปสอบปากคำเลย พวกเธอหวังว่าการยื่นหลักฐานใหม่ครั้งนี้จะนำมาซึ่งความเป็นธรรมให้กับนายวิชัยที่ถูกคุมขังในเรือนจำด้วยโทษประหารชีวิต ทั้งที่เชื่อว่าเขาไม่ได้กระทำผิด

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...