‘ผบ.ร.23 พัน 3’ เผยไทยดูแลคนกัมพูชาตกค้างต่อเนื่อง ยันพร้อมส่งต่อผู้ป่วยแต่ไร้การประสาน
เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ พ.อ.ณัฐพล ภูมิหมั่น ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ผบ.ร.23 พัน 3) กล่าวถึงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ว่า ที่ผ่านมาไทยจะอำนวยความสะดวกในเรื่องของคนที่ตกค้าง การรักษาพยาบาล และเพื่อการศึกษา โดยยังมีคนไทยและคนกัมพูชา ที่ตกค้างตั้งแต่ 23 มิถุนายน 2568 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีคนไทยเดินทางเข้าประเทศ 40 คน และคนกัมพูชาเดินทางออกจากประเทศไทย 536 คน โดยมีรถของคนไทยเดินทางเข้าประเทศ 18 คัน และรถของกัมพูชาที่เดินทางออกจากประเทศไทย 38 คัน นอกจากนี้ยังมีการผลักดันแรงงานต่างด้าวจำนวน 1,404 คน และการอำนวยความสะดวกในเรื่องของการรักษาพยาบาลจำนวน 22 ครั้ง โดยมีผู้ป่วย 21 คน เป็นผู้เสียชีวิต 1 ราย และผู้ติดตาม 19 คน ในส่วนของการอำนวยความสะดวกการเข้ามาของกัมพูชา จะเข้ามาประเทศที่สาม และเข้ามารักษาในไทยก่อนกลับเข้ากัมพูชา
พ.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า ในเรื่องของการอำนวยความสะดวกด้านการศึกษา จะมีนักเรียน นักศึกษา เข้ามาเรียนในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน จนถึงปัจจุบันจำนวน 182 คน และมีการให้ความช่วยเหลือในเรื่องการส่งยาให้กับผู้ป่วยที่รักษาต่อเนื่องจำนวน 161 คน โดยในปัจจุบันมีการเดินทางเข้ามาของนักเรียนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา 11 คน
ขณะที่นายสุเมธ บุตรดี หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ กล่าวถึงการดูแลด้านมนุษยธรรมกับผู้ป่วยฝั่งกัมพูชาบริเวณจุดผ่านแดน ว่า ในด้านการรักษาทางมนุษยธรรม เป็นไปตามที่กองทัพกำหนด โดยเงื่อนไขการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินจะอำนวยความสะดวกให้กัมพูชาแต่ในช่วงที่มีสถานการณ์ ทางกัมพูชาได้มีการระงับการส่งผู้ป่วยเข้ามาผ่านทางช่องจอม แต่ฝ่ายไทยยังคงมีการเตรียมแนวทางรับมือ หากมีการประสานมา ซึ่งช่วงนี้ยังไม่มีมีการประสานมา ส่วนใหญ่ผู้ป่วยชาวกัมพูชา จะใช้เส้นทางผ่าน สปป.ลาว แล้วเข้าทางด่านถาวรช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี
นายสุเมธ กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ป่วยที่ต้องกินยาต่อเนื่อง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ความดัน มะเร็ง ที่ต้องให้ยาเคมี โดยผู้ป่วยกัมพูชาที่มารักษาในประเทศไทย จะมีการซื้อยากลับไป ซี่งเจ้าหน้าที่ไทยอำนวยความสะดวกนำยามาจ่ายผ่านที่ด่านเพื่อให้รับกลับไป แต่ในช่วงที่สถานการณ์ไม่สงบ ฝ่ายไทยมีการนำจ่ายยาให้ไปส่วนหนึ่ง แต่ล่าสุดตอนนี้ทางกัมพูชาปฏิเสธรับยา เริ่มตั้งแต่วันนี้ เมื่อประมาณ 14.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ไทยยังคงพยายามอำนวยความสะดวกตามหลักมนุษยธรรมอย่างเต็มที่ ปัญหาส่วนนี้อาจเป็นความเข้าใจผิด โดยสื่อกัมพูชาได้นำเสนอข่าวบิดเบือน ซึ่งเรื่องการรับยากลับไปนั้น ผู้ป่วยจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แต่ย้ำว่าฝ่ายไทยไม่มีข้อขัดข้องในการนำยามาจ่ายให้ผู้ป่วย เพื่อให้ได้รับยาต่อเนื่อง
เมื่อถามอีกว่าเหตุผลที่ฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธรับยาให้กับผู้ป่วยนั้น นายสุเมธ กล่าวว่า ไม่ทราบเหตุผล เรามีหน้าที่เพียงนำจ่ายเท่านั้น ที่ด่านช่องจอมไม่มีการรับส่งเคสผู้ป่วยฉุกเฉิน เนื่องจากตั้งแต่มีสถานการณ์ ก็ไม่เคยมีการส่งผ่านทางด้านนี้ แต่หากฝั่งกัมพูชาประสานมา ฝั่งไทยก็พร้อมดำเนินนการ