โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘โรคภูมิแพ้’ ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม มีวิธีการรักษาอย่างไร

เดลินิวส์

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 18.00 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 23.30 น. • เดลินิวส์
โรคภูมิแพ้ เป็นแล้วมีวิธีการรักษาให้หายขาดได้ไหม

วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความรศ. พญ.วรรณดา ไล้สวน สาขาวิชาโรคภูมิแพ้อิมมูโนวิทยาและโรคข้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึง “ภูมิแพ้” ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม ว่า หลายคนมองว่าปัญหาสุขภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วหายเองได้ แต่ในความเป็นจริง โรคภูมิแพ้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการของโรคภูมิแพ้ที่ดูเหมือนจะไม่ร้ายแรง เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล หรือผื่นคัน อาจลุกลามจนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังและรุนแรงได้

โรคภูมิแพ้ คืออะไร
โรคภูมิแพ้ (allergy) เป็นโรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้มากกว่าปกติ ทำให้เกิดความผิดปกติกับอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้นั้น ๆ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ อาหารบางชนิด หรือแม้แต่น้ำหอมและสารเคมีในผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน ซึ่งผู้ป่วยโรคนี้แต่ละคนจะมีอาการที่แตกต่างกัน และมีความรุนแรงไม่เท่ากัน เพราะชนิดของสารก่อภูมิแพ้ที่ได้รับและการตอบสนองของร่างกายแต่ละคนต่างกัน

สาเหตุของโรคภูมิแพ้
สาเหตุของโรคภูมิแพ้โดยทั่วไปจะมี 3 ปัจจัย ดังนี้
1. พันธุกรรม หากพ่อแม่หรือญาติสายตรงมีประวัติเป็นภูมิแพ้ โอกาสที่บุตรหลานจะเป็นภูมิแพ้จะสูงถึง 50%
2. สิ่งแวดล้อม หากอยู่ในสถานที่ที่มีสารก่อภูมิแพ้บ่อย ๆ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคภูมิแพ้
3. ภูมิคุ้มกันส่วนตัว หากพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ได้ออกกำลังกาย และกินอาหารที่ไม่เหมาะสม เมื่อภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลงก็จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้

สารก่อภูมิแพ้มีอะไรบ้าง สารก่อภูมิแพ้มีหลายประเภท เช่น ไรฝุ่น, รังแคสุนัข รังแคแมว, ขนสัตว์, เกสรดอกไม้, แมลงสาบและ อาหารบางชนิด

อาการของโรคภูมิแพ้เป็นอย่างไร อาการของโรคภูมิแพ้สามารถแสดงออกได้ในหลายรูปแบบ เช่น คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บคอ ตาแดง คันตา น้ำตาไหล มีผดผื่น

กลุ่มโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย โรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้กับระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ขึ้นอยู่กับชนิดของสารก่อภูมิแพ้และวิธีที่ร่างกายตอบสนอง โดยทั่วไปแบ่งเป็นกลุ่มโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย ดังนี้

ภูมิแพ้อากาศ เป็นโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยในทุกช่วงวัย เกิดจากการสูดดมสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ฝุ่น ละออง เกสรดอกไม้ หรือขนสัตว์ ทำให้ระบบทางเดินหายใจส่วนบนเกิดการอักเสบ มักมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จามบ่อย คันตาและจมูก ระคายเคืองในลำคอ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นและมลพิษสูง รวมทั้งใช้เครื่องฟอกอากาศในบ้าน

ภูมิแพ้อาหาร เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อโปรตีนในอาหารบางชนิดผิดปกติ เช่น นมวัว ถั่วลิสง ถั่วเปลือกแข็ง อาหารทะเลและหอย ไข่ไก่ มักพบในเด็กและผู้ใหญ่ที่มีประวัติภูมิแพ้ทางพันธุกรรม มักมีผื่นคัน ลมพิษ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง

ภูมิแพ้ผิวหนัง เกิดจากการสัมผัสสารระคายเคือง เช่น สารเคมี เครื่องสำอาง หรือฝุ่นละออง ทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบและคัน

โรคภูมิแพ้ผิวหนังที่พบบ่อย
ผื่นแพ้สัมผัส (contact dermatitis) : เกิดจากการสัมผัสสารเคมี เช่น น้ำหอม โลหะ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
ลมพิษ (urticaria) : เกิดจากการแพ้อาหารหรือยา ทำให้เกิดผื่นแดงและคัน
ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) : มักเกิดในเด็กเล็ก แต่สามารถเป็นต่อเนื่องถึงวัยผู้ใหญ่

วิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคภูมิแพ้
• หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เช่น ขนสัตว์เลี้ยง ไรฝุ่น แมลงสาบ
• ทำความสะอาดบ้าน เปลี่ยนผ้าปูที่นอนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
• ออกกำลังกาย ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
• พักผ่อนให้เพียงพอ 6 - 8 ชั่วโมงต่อวัน
• กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน ผัก ผลไม้
• ปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำ ไม่ควรซื้อยากินเองเพราะอาจอันตรายต่อเยื่อจมูก

โรคภูมิแพ้สามารถรักษาหายขาดหรือไม่ ในปัจจุบันสามารถรักษาหายขาดได้ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากก็จะรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม ร่วมกับการใช้ยาอย่างสม่ำเสมอก็จะควบคุมอาการได้ ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง แพ้ค่อนข้างมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน ใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้น แนะนำให้รักษาโดยการเปลี่ยนภูมิคุ้มกัน หรือที่เรียกอีกชื่อว่า Immunotherapy โดยขั้นตอนการเปลี่ยน คือ หากผู้ป่วยแพ้ไรฝุ่นแพทย์ก็ทำการเพิ่มไรฝุ่นเข้าไปด้วยวิธีการพิเศษ เปลี่ยนจากการแพ้ให้เป็นความชินต่อสารก่อภูมิแพ้ การปรับภูมิคุ้มกันไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากเป็นวิธีการที่อันตราย ต้องปรับโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

โรคภูมิแพ้แม้จะดูเหมือนเรื่องธรรมดา แต่ก็ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก หากเราเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และวิธีป้องกัน ก็จะสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าลืมใส่ใจสุขภาพตนเองและสภาพแวดล้อมในบ้าน เพื่อให้คุณและครอบครัวมีชีวิตที่สุขภาพดีและปราศจากภูมิแพ้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...