‘Political Stress Syndrome: เมื่อ “การเมือง” ใกล้จะทำให้คน “เป็นบ้า”‘
GM Live
อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 12.11 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 05.11 น. • เว็บไซต์ว่าด้วยเรื่องราวของผู้ชาย เทรนด์ บทสัมภาษณ์ บทวิเคราะห์ธุรกิจ รถยนต์ Gadget สุขภาพ อัพเดทก่อนใครช่วงนี้ อุณหภูมิของ ‘การเมือง’ กำลังร้อนแรงคุกรุ่นกันแทบจะเป็นรายวัน ทั้งการเมืองในประเทศ การเมืองระหว่างประเทศ ความคิดเห็นทื่แตกต่างปะทะคะคานกัน ความเครียดที่เพิ่มขึ้นสูงจากสถานการณ์ที่หาความแน่นอนไม่ได้ ก็อาจจะทำให้ใครหลายคนเฉียดเข้าใกล้ความทุกข์ จากอาการ ‘Political Stress Syndrome’ ซึ่งแม้ไม่ใช่โรคทางจิตเวชโดยตรง แต่เป็นปฏิกิริยาที่อารมณ์มีการตอบสนองต่อเรื่องราวต่างๆ อย่างรุนแรง
อาการของ Political Stress Syndrome อาจจะแบ่งได้เป็นสามด้านหลักๆ คือ
อาการทางร่างกาย: ปวดตึงขมับหรือต้นคอ, หายใจไม่อิ่ม, ใจสั่น, นอนไม่หลับ, หรือแน่นท้อง
อาการทางจิตใจ: หงุดหงิดง่าย, โกรธ, ฉุนเฉียว, เบื่อหน่าย, ฟุ้งซ่าน, หรือหมกมุ่นกับข้อมูลทางการเมืองจนเครียด
ปัญหาทางพฤติกรรม: โต้แย้งหรือโต้เถียงด้วยอารมณ์ โดยเฉพาะในครอบครัว หรืออาจถึงขั้นใช้ความรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์
ทั้งนี้ อาจรวมถึงการพูดคุยโต้ตอบกันในสื่อสังคมออนไลน์ ที่รุนแรง โรมเร้า และขาดความยั้งคิด เต็มไปด้วยถ้อยคำเสียดสีรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับบุคคลสามกลุ่มหลักด้วยกันคือ
ผู้พูด/ผู้ส่งสาร: หากใช้อารมณ์มากกว่าสติ อาจใช้ถ้อยคำหมิ่นประมาทหรือยั่วยุโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ความขัดแย้งลุกลาม
ผู้ฟัง/ผู้รับสาร: หากได้รับข้อมูลที่รุนแรงอาจรู้สึกไม่พอใจ เครียด หรือวิตกกังวลจนกระทบสุขภาพจิต
ผู้คนในสังคม: หากการสื่อสารในวงกว้างขาดความระมัดระวังและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง อาจทำให้เกิดบรรยากาศความตึงเครียดและรู้สึกว่าสังคมไม่น่าอยู่
กรมสุขภาพจิต ได้เล็งเห็นปัญหาของการเพิ่มขึ้นของอาการ Political Stress Syndrome และแนะนำวิธีในการดูแลสุขภาพใจและสุขภาพกายเอาไว้ดังต่อไปนี้
รู้เท่าทันอารมณ์: ตระหนักรู้ถึงอารมณ์ของตนเองขณะติดตามข่าวสาร
จำกัดเวลาติดตามข่าว: กำหนดเวลาในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างเหมาะสม ไม่หมกมุ่นมากเกินไป
ดำรงชีวิตสมดุล: ทำกิจวัตรประจำวันให้สมดุล ไม่ละเลยหน้าที่และความรับผิดชอบ
เคารพความคิดเห็นที่หลากหลาย: เปิดใจรับฟังและเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง
พักผ่อนผ่อนคลายอย่างเหมาะสม: ให้เวลากับการพักผ่อนและผ่อนคลายความเครียด เช่น นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ทำสมาธิ หรือฝึกหายใจคลายเครียด
อย่างไรก็ตาม วิธีการในการจัดการอารมณ์ความรู้สึกภายใต้สถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดอย่างในปัจจุบัน คือการเท่าทันอารมณ์ของตนเอง ไม่พยายามเอาใจไปวางผูกไว้กับสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง มองให้รอบด้าน และเปิดรับเนื้อหาสบายๆ แทนที่การหมกมุ่นกับเรื่องราวการเมืองตลอดทั้งวัน การพักหน้าจอ ออกห่างจากเรื่องราวการเมือง ก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิตให้ดีขึ้นได้
เพราะไม่ว่าการเมืองจะร้อนแรง โรมรัน และโหมกระหน่ำเพียงใด แต่ร่างกายและจิตใจของคุณ ก็คงยังต้องเป็นคุณ ที่ต้องดูแลด้วยตนเอง