“ธนาคารโลก” จี้ประเทศกำลังพัฒนาเปิดเผยข้อมูลหนี้แบบถึงราก หวังหยุดวงจรวิกฤตการเงิน
"ธนาคารโลก" จี้ประเทศกำลังพัฒนาเปิดเผยข้อมูลหนี้แบบถึงราก หลังพบแนวโน้มการกู้ยืมซ่อนรูปเพิ่มขึ้นทั่วโลก ชี้หากไม่เร่งโปร่งใส ความเสี่ยงวิกฤตหนี้สาธารณะจะยิ่งรุนแรงและยากควบคุม
วันที่ 20 มิถุนายน 2568 เวลา 10.08 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารโลก เรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลหนี้สินอย่างรอบด้านและลึกซึ้งสำหรับประเทศกำลังพัฒนาและเจ้าหนี้ของพวกเขา เพื่อป้องกันวิกฤตการณ์ในอนาคต
ธนาคารโลกต้องการให้ประเทศต่าง ๆ ขยายขอบเขตและรายละเอียดของข้อมูลที่เปิดเผยเกี่ยวกับเงินกู้ใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศหันไปใช้การกู้ยืมนอกงบประมาณอย่างซับซ้อนมากขึ้นจากผลกระทบของความปั่นป่วนในตลาดโลก
นายแอกเซล ฟาน โทรตเซนบูร์ก กรรมการผู้จัดการอาวุโสของธนาคารโลก กล่าวว่า"เมื่อหนี้ที่ถูกซ่อนไว้ปรากฏขึ้น การระดมทุนจะหยุดชะงัก และเงื่อนไขเงินกู้จะแย่ลง …ความโปร่งใสอย่างถึงราก ซึ่งทำให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และทันเวลาสามารถเข้าถึงได้ เป็นหัวใจสำคัญในการทำลายวงจรนี้"
ธนาคารโลกเสนอให้ประเทศต่าง ๆ ดำเนินการปฏิรูปกฎหมายและระเบียบที่บังคับให้ต้องเปิดเผยข้อมูลเมื่อมีการลงนามในสัญญากู้ยืมใหม่ และให้เปิดเผยข้อมูลหนี้ในเชิงลึกมากขึ้น รวมถึงต้องการให้มีการตรวจสอบบัญชีอย่างสม่ำเสมอ การเปิดเผยเงื่อนไขของการปรับโครงสร้างหนี้ต่อสาธารณะ และให้เจ้าหนี้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเงินกู้และหนังสือค้ำประกันด้วย
นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้มีการพัฒนาเครื่องมือที่ดีขึ้นสำหรับสถาบันการเงินระหว่างประเทศในการตรวจจับการรายงานหนี้ที่ไม่ถูกต้อง
ที่ผ่านมาธนาคารโลกและสถาบันพหุภาคีอื่น ๆ พยายามผลักดันเรื่องความโปร่งใสในการกู้ยืมมาโดยตลอด โดยในขณะนี้มีประเทศรายได้ต่ำกว่า 75% ที่รายงานข้อมูลหนี้บางส่วน เพิ่มขึ้นจากต่ำกว่า 60% ในปี 2563 อย่างไรก็ตามมีเพียง 25% เท่านั้นที่เปิดเผยข้อมูลเงินกู้รายฉบับ (loan-level data)
ในช่วงที่ต้นทุนการกู้ยืมพุ่งสูงขึ้นจากสงครามการค้าและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลายประเทศหันมาใช้วิธีการจัดการหนี้ที่ซับซ้อน เช่น การทำสัญญาสวอประหว่างธนาคารกลาง และการทำธุรกรรมที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งทำให้การรายงานยิ่งยุ่งยาก
ตัวอย่างเช่น เซเนกัล ใช้การกู้ยืมแบบเอกชนควบคู่กับการเจรจากับ IMF เกี่ยวกับปัญหาการรายงานหนี้ที่ผิดพลาดในอดีต ขณะที่แคเมอรูนและกาบอง ใช้รูปแบบการกู้ที่เรียกว่า “off-screen deals” หรือการกู้ยืมที่ไม่ปรากฏต่อสาธารณะ และแองโกลา เพิ่งต้องจ่ายเงินมาร์จินคอล 200 ล้านดอลลาร์ หลังราคาพันธบัตรตกต่ำ ส่วนไนจีเรีย เปิดเผยเมื่อช่วงต้นปี 2566 ว่ามีเงินสำรองเงินตราต่างประเทศจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ถูกผูกไว้กับสัญญาทางการเงินที่ซับซ้อน ซึ่งจัดทำขึ้นในยุคผู้นำก่อนหน้า
ธนาคารโลกกล่าวปิดท้ายว่า การขยายขอบเขตการรายงานเงินกู้และการเปิดเผยข้อมูลรายเงินกู้ในระดับลึก จะช่วยให้ประชาคมโลกสามารถประเมินความเสี่ยงหนี้สาธารณะของแต่ละประเทศได้อย่างแท้จริง
อ้างอิง : www.reuters.com