โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธพ.หารือเพิ่มสำรองน้ำมัน แต่ยังไม่จำเป็นต้องใช้

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 17.10 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 10.10 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 4 ก.ค. – กรมธุรกิจพลังงาน หารือสำรองเพิ่มสำรองรับน้ำมัน หากเหตุการณ์ตะวันออกกลางปะทุ เบื้องต้นพบว่ายังไม่ต้องเพิ่ม เพราะมีพลังงานเพียงพอ และเตรียมเดินหน้านำระบบ e-Service ช่วยลดระยะเวลาในการขอใบอนุญาตและตรวจสอบขั้นตอนได้รวดเร็วขึ้น โปร่งใส

จากที่นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมติดตามสถานการณ์พลังงานที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขัดแย้งในตะวันออกกลางนั้นนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวว่า กรมฯ ได้รับมอบหมายให้ พิจารณาแนงทางเพิ่มความมั่นคง แม้ว่าในขณะนี้อิสราเอล-อิหร่าน ประกาศหยุดยิงกันชั่วคราวก็ตาม ซึ่งกรมฯ อยู่ระหว่างศึกษาแผนงานรอบด้านว่าจะเพิ่มความมั่นคงให้มากขึ้นอย่างไรหากเกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้นมาอีก โดยแนวทางพิจารณาดำเนินการหลายเรื่อง เช่น เพิ่มสำรองน้ำมันทางกฏหมาย จากปัจจุบันกำหนดน้ำมันดิบสำรอง 6% น้ำมันสำเร็จรูปสำรอง 1% โดยไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางราวครึ่งหนึ่งของกำลังกลั่น 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในส่วนนี้จะเป็นการกลั่นเพื่อใช้ในประเทศ เพียง 8 แสนบาร์เรล/วัน ที่เหลือส่งออก การดำเนินการก็จะพิจารณารวมไปถึงการกลั่นเพื่อใช้ในประเทศเท่านั้น ก็จะยืดระยะเวลาสำรองน้ำมันโดยรวมเพิ่มขึ้นได้อีก จากขณะนี้ไทยมีสำรองทั้งตามกฏหมายและสำรอง working stock ของผู้ค้า และสำรองในเรือขนส่งรวม 60 วัน นอกจากนี้กรมฯ ก็จะพิจารณาถึงการเตรียมพร้อมการจัดซื้อจากแหล่งอื่น ๆ เพิ่มเติม

ทั้งนี้ กรมฯ หารือ และเป็นการเตรียมแผนงานไว้ก่อน เพราะสถานการณ์ในขณะนี้คลี่คลายแล้ว โดยการจะปรับเพิ่มสำรองก็จะเป็นต้นทุนของเอกชนและในที่สุดก็ต้องผลักภาระเป็นต้นทุนราคาของประชาชน จึงต้องพิจารณาให้รอบด้าน นอกจากนี้ยังมีมาตรการอื่น ๆ เช่น มาตรการประหยัดน้ำมัน รวมถึงการทำงานที่บ้าน (Work from home) จะทำให้เกิดการประหยัดน้ำมันในประเทศได้มาก เป็นต้น

“มั่นใจว่าใน 60 วันนับจากนี้ ไทยยังมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการใช้แน่นอน เนื่องจากไทยมีสำรองน้ำมันดิบตามกฎหมายอยู่ 21.5 วัน, น้ำมันสำเร็จรูปอีก 3.5 วัน น้ำมันที่ภาคเอกชนสำรองการค้าอีก 14 วัน และน้ำมันที่อยู่ในเรือซึ่งกำลังเดินทางมายังไทยซึ่งใช้ได้อีก 21 วัน และยังมีความพร้อมด้านก๊าซธรรมชาติ ทั้งก๊าซทางท่อและ LNG จากกาตาร์อีก 2 ลำเรือ ปริมาณ 7 หมื่นตันต่อลำ ที่จะเข้ามายังไทย ดังนั้นในเดือน ก.ค. 2568 นี้ กรมฯ ยังมีความมั่นใจว่าพลังงานในไทยมีเพียงพอรองรับความต้องการใช้ของประชาชน” นายสราวุธ กล่าว

กรมธุรกิจพลังงาน ยังเดินหน้า “โครงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ด้านการกำกับดูแลธุรกิจพลังงานให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินงานต่างๆ ของกรมฯ ที่จะปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบการให้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) เพื่อลดระยะเวลาในการขอใบอนุญาตต่างๆ และเกิดความโปร่งใส่ ตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีผู้มาขอใบอนุญาตกิจการควบคุม รวมถึงใบจดแจ้งต่างๆ รวมประมาณ 7-8 หมื่นใบต่อปี และมีผู้ค้ารายย่อยที่ต้องติดต่อกับกรมฯ ประมาณ 25,000 ราย รวมถึงกลุ่มรถขนส่งอีกประมาณ 2,000-3,000 ราย ซึ่งปกติกระบวนการขอใบอนุญาตจะใช้เวลาประมาณ 30-60 วัน แต่เมื่อมีระบบอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยจะทำให้การจดแจ้งต่างๆ เร็วขึ้น 7-15 วัน โดยจะจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.-30 ก.ย.68

สำหรับกรณีประเทศกัมพูชาไม่ต้องการซื้อน้ำมันจากไทยนั้น ปัจจุบันผู้ค้าน้ำมันจากค่าย บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) หรือ OR แจ้งว่ายังสามารถรับมือได้และยังไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงแต่อย่างใด ซึ่ง OR มีปั๊มน้ำมันในกัมพูชาประมาณ 160 แห่ง OR หันไปรับน้ำมันจากทางประเทศสิงคโปร์เพื่อมาจำหน่ายแทน โดยขอย้ำว่าไทยไม่ได้ปฏิเสธการขายน้ำมันให้กัมพูชา แต่ทางกัมพูชาเป็นผู้ยกเลิกการซื้อน้ำมันจากไทยเอง ดังนั้นน้ำมันส่วนที่เหลือจากขายให้กัมพูชา ทางไทยจะหันไปขายในตลาดอื่นซึ่งยังมีความต้องการแทน ซึ่งยังไม่ได้กระทบต่อไทยมากนัก แต่กรมฯ ก็ยังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันว่าจากที่กัมพูชาประกาศไม่รับซื้อน้ำมันจากไทยเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนนั้น ทางกัมพูชาซื้อจากที่อื่นได้ราว 6 ล้านลิตรต่อวัน หรือ 37,000 บาร์เรลต่อวัน จากที่โรงกลั่นฯ กลั่นเพื่อส่งออกราว 4 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทุกรายก็มีการกลั่นไปส่งออกตลาดอื่นๆ ทดแทน เช่น สิงคโปร์ ศูนย์กลางการค้าน้ำมัน ในขณะที่การใช้มันของกัมพูชามีราว 10 ล้านลิตรต่อวัน รับจากไทย 6 ล้านลิตรต่อวัน เมื่อต้องไปซื้อจากประเทศอื่นๆ ทดแทน ค่าขนส่งก็จะพุ่งสูงขึ้น ราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นราว 1 บาทต่อลิตร. -511-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...