โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกติดผ้าเน่า: 5 เหตุผลที่บอกว่าทำไมตุ๊กตาหรือผ้าเน่าถึงมีผลต่อจิตใจของลูกมาก

Mood of the Motherhood

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 01.22 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 22.50 น. • Features

ตุ๊กตาเก่าๆ หรือผ้าเน่าผืนเดิมที่ลูกกอดแน่นไม่ยอมปล่อย อาจดูไร้ค่าหรือไม่น่ารักในสายตาคุณพ่อคุณแม่ แต่สำหรับลูก ของเก่าเหล่านี้เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจ ที่มีบทบาทมากกว่าของเล่นธรรมดา เพราะมันคือของสำคัญที่ลูกเลือกเอง เป็นสิ่งที่ช่วยให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยมากขึ้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มี ลูกติดผ้าเน่า ต้องพกติดตัวไปทุกที่ ต้องนอนกอดทุกคืน จนคุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเผลอหรือหวังดี พยายามเอาผ้าห่มผืนเก่าหรือตุ๊กตา (เน่า) ตัวโปรดของลูกไปซักทำความสะอาด แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นได้รู้ว่า ลูกติดผ้าเน่า จนงอแงและร้องไห้เสียใจอย่างไม่น่าเชื่อก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะลงมือแก้ปัญหาหรือทำอะไรกระทบกระเทือนจิตใจลูกมากขึ้น เราลองมาทำความเข้าใจกันให้ลึกซึ้งขึ้นอีกนิดว่า เพราะอะไรผ้าเน่ากับตุ๊กตาตัวเก่าถึงได้กลายเป็นของเล่นชิ้นโปรดที่โอบอุ้มจิตใจ1. ผ้าเน่าคือกลิ่นของความรักที่ปลอบประโลมหัวใจ

เด็กทารกจดจำกลิ่นแม่ได้ตั้งแต่แรกเกิด งานวิจัยโดย Allan G. MacFarlane นักวิจัยทางด้านพัฒนาการเด็กและพฤติกรรมทารก ในปี 1975 พบว่า ทารกสามารถแยกแยะกลิ่นของแม่ตัวเองได้ภายในไม่กี่วันหลังคลอด กลิ่นจึงเป็นความทรงจำชนิดแรกที่เด็กใช้เชื่อมโยงกับความปลอดภัยหากผ้าเน่ามีกลิ่นของแม่ กลิ่นน้ำนม หรือกลิ่นเฉพาะที่ลูกคุ้นเคยตั้งแต่ยังเล็ก การได้อยู่กับผ้าเน่าก็ทำให้ลูกรู้สึกเหมือนแม่อยู่ใกล้ๆ แม้ในเวลาที่แม่ไม่อยู่ตรงหน้า กลิ่นเหล่านี้ช่วยปลอบโยนลูกในยามเครียด เหงา หรือกลัว จึงไม่น่าแปลกใจที่เด็กจะกอดผ้าไว้แน่น เพราะมันคือกลิ่นของความรักที่อยู่กับเขามาตั้งแต่วันแรก2. ผ้าเน่าคือความปลอดภัยในการออกสู่โลกกว้าง

Donald Winnicott จิตแพทย์เด็กชาวอังกฤษ เรียกสิ่งของเหล่านี้ว่า วัตถุเปลี่ยนผ่าน (Transitional Object) โดยอธิบายว่า เด็กใช้สิ่งของบางอย่างเป็นตัวแทนของแม่ในช่วงที่กำลังเรียนรู้การอยู่ได้ด้วยตัวเองสำหรับเด็กเล็กที่กำลังอยู่ในช่วงวัยต้องเริ่มแยกตัวจากแม่ไปเผชิญโลกที่เขายังไม่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นการไปโรงเรียนครั้งแรก การนอนห้องตัวเอง หรือแม้แต่การใช้เวลาอยู่ห่างจากคุณพ่อคุณแม่ ผ้าเน่าจึงทำหน้าที่เสมือนตัวแทนของคุณแม่ ที่ช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกสามารถสำรวจโลกด้วยความกล้าและมั่นคง แม้จะยังไม่สามารถแยกจากคุณแม่ได้อย่างเต็มที่ก็ตาม3. ผ้าเน่าคือเพื่อนใจในวันที่ลูกยังพูดไม่เก่ง

ในวัยก่อนเข้าเรียน ลูกยังไม่สามารถสื่อสารความรู้สึกที่ซับซ้อนได้ เช่น ความกลัว ความเหงา หรือความไม่มั่นคง ผ้าเน่าจึงกลายเป็นเพื่อนที่เข้าใจแบบที่ไม่ต้องพูด ไม่ต้องตัดสิน แค่มีอยู่ตรงนั้น เป็นของที่ลูกเลือกเอง รู้สึกผูกพัน และสามารถควบคุมได้ สิ่งนี้ช่วยให้ลูกจัดการอารมณ์ได้ในระดับหนึ่งโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ใหญ่ตลอดเวลา เป็นหนึ่งในกระบวนการสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ในช่วงวัยที่อ่อนไหวที่สุด4. ผ้าเน่าคือจุดเริ่มต้นของการปลอบใจตัวเอง

การกอดผ้าเน่าเมื่อรู้สึกกลัว หรือตอนที่กำลังจะหลับ เป็นหนึ่งในวิธีการที่เด็กใช้ปลอบใจตัวเอง (self-soothing) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของการเติบโตงานวิจัยของ Charles H. Zeanah Jr. และ Neil W. Boris ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กและพัฒนาการวัยทารก ในปี 2000 เปิดเผยว่า เด็กที่มีวัตถุเปลี่ยนผ่าน (Transitional Object) มักมีพัฒนาการด้านอารมณ์ที่ดีในอนาคต เพราะเริ่มเรียนรู้การจัดการความรู้สึกด้วยตัวเองตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งทักษะนี้เป็นรากฐานสำคัญของความยืดหยุ่นทางใจ (emotional resilience) ซึ่งเป็นความสามารถที่เด็กจะนำไปใช้เมื่อต้องเผชิญความเครียด ความผิดหวัง หรือแรงกดดันต่อไป5. ลูกจะเลิกผ้าเน่าเองเมื่อจิตใจมั่นคงมากพอ

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่อยากรู้ก็คือ “ลูกจะเลิกติดผ้าเน่าเมื่อไร?” ซึ่งคำตอบคือ เด็กส่วนใหญ่สามารถเลิกใช้ผ้าเน่าได้เองตามธรรมชาติในช่วงอายุ 3–6 ปีการเลิกติดผ้าเน่าจะเกิดขึ้นเมื่อลูกรู้สึกว่าโลกภายนอกปลอดภัยมาก เมื่อลูกมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น มีคุณพ่อคุณแม่ที่เข้าใจ และได้พัฒนาทักษะในการจัดการอารมณ์อย่างมั่นคง สิ่งสำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่ควรยอมรับและเคารพบทบาทของผ้าเน่าในช่วงวัยนี้ด้วยการให้เวลา ไม่ล้อเลียน ไม่เร่งรัด และไม่ใช้คำพูดที่ทำให้ลูกรู้สึกผิดหรืออับอายจนเสียความมั่นใจในตัวเองอ่านบทความ: 5 พฤติกรรมติดนั่นติดนี่ของลูก บ่งบอกบางสิ่งได้อ้างอิงbabysparksmotional.iopsychologytoday

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...