โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์ เตรียมเยือน 3 ชาติตะวันออกกลาง หารือการค้า-น้ำมัน-สงครามอิสราเอล-โครงการนิวเคลียร์

efinanceThai

เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 04.24 น.

ทรัมป์ เตรียมเยือน 3 ชาติตะวันออกกลาง หารือการค้า-น้ำมัน-สงครามอิสราเอล-โครงการนิวเคลียร์

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 68 11:24 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เตรียมเดินทางเยือนภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 13 พ.ค.นี้ โดยจะเยือนซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)

การเดินทางเยือนครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเวลาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรง โดยประเด็นหลักในการหารือ จะรวมถึงการเจรจาหยุดยิงในสงครามอิสราเอล-กาซา, น้ำมัน, การค้า, ข้อตกลงการลงทุน และความเป็นไปได้ในการพัฒนานโยบายใหม่ในด้านการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงและโครงการนิวเคลียร์

โมนิกา มาลิก (Monica Malik) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Abu Dhabi Commercial Bank กล่าวว่า “เราคาดว่าจะมีประกาศสำคัญหลายประเด็น ครอบคลุมหลากหลายด้าน” โดยอาจมีการยกเลิกภาษี 10% ที่ทรัมป์เคยกำหนดใช้กับเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้า ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศในอ่าวเปอร์เซีย แม้สินค้าดังกล่าวจะมีสัดส่วน GDP ที่ไม่มากนัก

ทรัมป์มีความสัมพันธ์ที่ดีมายาวนานกับประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย โดยเฉพาะยูเออีและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งครอบครัวของทรัมป์ มีโครงการอสังหาฯ และธุรกิจอยู่ ทำให้ทั้ง 2 ประเทศ อาจมีอำนาจต่อรองทางการค้ามากขึ้น แม้จะมีข้อกังวลจากฝ่ายวิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งครอบครัวทรัมป์ได้กล่าวปฏิเสธ

โดยในสมัยแรกที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซาอุดีอาระเบียเป็นจุดหมายในการเดินทางเยือนต่างประเทศเป็นชาติแรก และปัจจุบันยังมีบทบาทเป็นตัวกลางในการเจรจายุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่วนกาตาร์มีบทบาทสำคัญในการเจรจาระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส

นอกจากนี้ การเดินทางเยือนชาติอ่าวเปอร์เซียของทรัมป์ ยังดึงดูดผู้นำธุรกิจจาก Wall Street และซิลิคอนวัลเลย์ ให้เข้าร่วมการประชุมว่าด้วยการลงทุนระหว่างซาอุดีอาระเบีย-สหรัฐฯ ที่กรุงริยาดในวันที่ 13 พ.ค.นี้ โดยมีผู้เข้าร่วมสำคัญ เช่น Larry Fink (ซีอีโอ BlackRock), Alex Karp (ซีอีโอ Palantir) รวมไปถึง ผู้บริหารจาก Citigroup, IBM, Qualcomm, Alphabet, Franklin Templeton และ David Sacks เจ้าหน้าที่ด้าน AI และคริปโตประจำทำเนียบขาว

โมนิกา มาลิก กล่าวอีกว่า “เราคาดว่าจะเห็นดีลการลงทุนใหม่ ๆ จากทั้ง 2 ฝ่าย โดยยูเออีได้ประกาศการลงทุนในสหรัฐฯไปแล้ว ในด้าน AI, พลังงาน และอะลูมิเนียม ซึ่งเราคาดว่า ยังมีโอกาสที่บริษัทสหรัฐฯ จะลงทุนในอ่าวเปอร์เซียเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยทั้งซาอุดีอาระเบียและยูเออีต่างเพิ่มการลงทุนอย่างมากในโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยหวังจะเป็นศูนย์กลางระดับโลก อย่างไรก็ตาม พวกเขายังเข้าไม่ถึงชิป AI ขั้นสูงจากสหรัฐฯ เพราะข้อกังวลด้านความมั่นคง แต่สถานการณ์ดังกล่าว อาจเปลี่ยนแปลงไป หลังรัฐบาลทรัมป์ ประกาศจะยกเลิกกฎควบคุมการส่งออกชิป AI จากยุคอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งจำกัดแม้แต่กับประเทศพันธมิตร โดยจะใช้กฎใหม่ที่ “เรียบง่ายกว่า และส่งเสริมนวัตกรรมของอเมริกา” แม้ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดก็ตาม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลทรัมป์ยังเจรจากับอิหร่าน เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งยูเออีและซาอุดีอาระเบียต่างสนับสนุน โดยจุดยืนนี้แตกต่างจากท่าทีที่ไม่เห็นด้วยในยุคของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และประเด็นสำคัญอีกอย่างคือ อนาคตของฉนวนกาซา โดยทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะยุติสงคราม แม้เคยกล่าวว่า สหรัฐฯ ควรเข้าไปควบคุมฉนวนกาซา ซึ่งทรัมป์ระบุว่าเป็น “อสังหาริมทรัพย์สำคัญ” ทำให้ผู้นำชาติอาหรับออกมาประณามอย่างรุนแรง อีกทั้งประเด็นน้ำมัน ก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยทรัมป์เคยกดดัน OPEC ให้เพิ่มการผลิตเพื่อลดราคาน้ำมันในสหรัฐฯ ซึ่งซาอุดีอาระเบีย กำลังดำเนินการอยู่ แต่หากราคาน้ำมันยังตกต่ำ อาจต้องปรับเปลี่ยนนโยบายเพราะส่งผลต่อรายได้ของประเทศ

ทั้งนี้ โมนิกา มาลิก กล่าวปิดท้ายว่า “จากระดับราคาน้ำมันในปัจจุบัน ซาอุดีอาระเบียจะมองหาความช่วยเหลือด้านการเงินจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม เพื่อเดินหน้าตามแผนลงทุน Vision 2030” ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมหาศาล

ที่มา CNBC

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...