โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กำเนิด FIFA และ "ฟุตบอลโลก" มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 พ.ย. 2565 เวลา 00.32 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2565 เวลา 11.05 น.
(ภาพจาก pixabay.com / Wikimedia Commons)

ฟุตบอลโลก (World Cup) หรือ FIFA World Cup มหกรรมกีฬาที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดในโลก ถือเป็นการแข่งขันกีฬาของมวลมนุษยชาติที่ยิ่งใหญ่พอ ๆ กับกีฬาโอลิมปิก (Olympic Games) หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ หากว่ากันด้วยกระแสความนิยม ในโอกาสที่ฟุตบอลโลก 2022 ณ ประเทศกาตาร์ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เรามาย้อนดูประวัติของการแข่งขันฟุตบอลโลกว่าเริ่มต้นอย่างไร และมีข้อมูลน่ารู้หรือสถิติที่น่าสนใจใดบ้าง

การแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1872 ที่เมืองกลาสโกว์ สก็อตแลนด์ เป็นการพบกันระหว่างทีมฟุตบอลของอังกฤษและสก็อตแลนด์ ภายหลังได้พัฒนาไปสู่การแข่งขันฟุตบอลชิงชนะเลิศในชื่อ British Home Championship ระหว่างดินแดนในสหราชอาณาจักรซึ่งประกอบด้วย อังกฤษ สก็อตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ในฤดูกาล 1883-1884

การแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อกีฬาฟุตบอลถูกเพิ่มในรายการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1900 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เดิมทีกำหนดให้นักกีฬามาจากนักฟุตบอลสมัครเล่น ไม่ใช่นักฟุตบอลอาชีพ ก่อนจะเปลี่ยนมาอนุญาตให้นักฟุตบอลอาชีพร่วมการแข่งขันได้ในปี 1992 ทั้งนี้ มีข้อบังคับว่านักฟุตบอลต้องอายุไม่เกิน 23 ปี โดยมีผู้เล่นที่อายุเกินในทีมได้มากสุด 3 คนเท่านั้น

ปี 1904 มีการก่อตั้ง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (Federation International Football Association, FIFA) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ด้วยแนวคิดและความตั้งใจให้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกนอกเหนือจากรายการที่แข่งขันกันในโอลิมปิกซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในปี 1906 ที่สวิตเซอร์แลนด์ กลุ่มคนเหล่านี้เห็นว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากคนทั้งโลก แต่ข้อจำกัดและระเบียบของฟุตบอลในแข่งขันกันในโอลิมปิกทำให้เป็นเพียงการแข่งขันของนักกีฬาในระดับมือสมัครเล่นเสียเป็นหลักอยู่

สำนักงานของฟีฟ่า (FIFA) ซึ่งขณะนั้นมีประธานคนแรกเป็นชาวฝรั่งเศสชื่อ รอแบร์ เกอแร็ง (Robert Guerin) มีความพยายามผลักดันให้เกิดการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกให้ได้ แต่ด้วยประสบการณ์และปัจจัยส่งเสริมที่ไม่มากพอทำให้การดำเนินการในระยะแรกของฟีฟ่ายังไม่บรรลุผล

ระหว่างนั้น ปี 1909 เซอร์โทมัส ลิปตัน (Thomas Lipton) ได้จัดให้มีการแข่งขันเพื่อชิงถ้วยรางวัลของเขาที่เมืองตูรินซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างสโมสรฟุตบอลจากหลาย ๆ ประเทศ แม้ไม่ใช่ระดับทีมชาติแต่บางทีมถือเป็นตัวแทนของประเทศตนเอง เรียกได้ว่าทัวร์นาเมนต์นี้เป็นหนึ่งในพัฒนาการของการเกิดฟุตบอลโลกก็ไม่ผิดนัก มีทีมฟุตบอลระดับอาชีพจากอิตาลี เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ มาเข้าร่วม

การแข่งขันชิงถ้วยรางวัลของเซอร์โทมัส ลิปตันแม้จะถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษปฏิเสธการเข้าร่วม แต่มีสโมสรเวสต์ อ็อกแลนด์ ทาวน์ (West Auckland Town) เป็นตัวแทนจากฝั่งอังกฤษมาแทน ซึ่งปรากฏว่า เวสต์ อ็อกแลนด์ฯ จะคว้าแชมป์รายการนี้ได้แล้ว พวกเขายังรักษาแชมป์ในปี 1911 ได้ด้วย

ปี 1914 ฟีฟ่าได้รับสิทธิ์เข้าไปดูแลและรับผิดชอบการจัดการแข่งขันฟุตบอลในกีฬาโอลิมปิก ต่อมาในการแข่งขันโอลิมปิดฤดูร้อนปี 1920 มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทวีปขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่ออียิปต์เข้าร่วมการแข่งขันกับทีมจากยุโรปอีก 13 ประเทศ ขณะที่ปี 1924 และ 1928 ทีมชาติอุรุกวัย จากอเมริกาใต้ ได้เข้าร่วมการแข่งขัันด้วยและเป็นผู้ชนะเลิศทั้ง 2 ครั้ง การได้บริหารจัดการทัวร์นาเมนต์เหล่านี้ของฟีฟ่า ทำให้พวกเขาสั่งสมประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพเพิ่มขึ้นตามลำดับ

28 พฤษภาคม 1928 ที่ประชุมฟีฟ่าที่อัมสเตอร์ดัมภายใต้การนำของ จูล ริเมท์ (Jules Rimet) มีมติว่า พวกเขาจะจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติด้วยตนเอง โดยมีอุรุกวัย ผู้ชนะเลิศฟุตบอลโอลิมปิก 2 สมัยล่าสุดเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งแรกที่จะจัดขึ้นในปี 1930 โดยเป็นปีครบรอบหนึ่งศตวรรษแห่งเอกราชของอรุกวัยด้วย

ชาติที่เข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งแรกมาจากการคัดเลือกและเชิญให้มาร่วมการแข่งขันโดยฟีฟ่า ไม่ได้มีระบบทัวร์นาเมนต์ย่อยเพื่อคัดเลือกทีมที่เข้ารอบมาเจอกันในรอบสุดท้ายแบบฟุตบอลสมัยปัจจุบัน แต่เนื่องจากอุรุกวัยเป็นประเทศที่อยู่ห่างไกลจากชาติยุโรปมาก ต้องเดินทางข้ามหาสมุทรแอตแลนติกไปยังทวีปอเมริกาใต้ (ขณะนั้นเดินทางด้วยเรือ) ทำให้ประเทศในยุโรปส่วนใหญ่เลือกที่จะเมินเฉยต่อคำเชิญจากทางฟีฟ่า มีเพียงฝรั่งเศส เบลเยียม โรมาเนีย และยูโกสลาเวียเท่านั้นที่รับคำเชิญในช่วง 2 เดือนสุดท้ายก่อนการแข่งขัน

ฟุตบอลโลกครั้งแรกจึงประกอบด้วย 13 ทีม จาก 7 ชาติอเมริกาใต้ 4 ชาติยุโรป และ 2 ชาติอเมริกาเหนือ การแข่งขัน 2 นัดแรกเกิดขึ้นในวันที่ 13 กรกฎาคม ปี 1930 เป็นทีมชาติฝรั่งเศสที่เอาชนะทีมชาติเม็กซิโก 4-1 และทีมชาติสหรัฐอเมริกาเอาชนะทีมชาติเบลเยียม 3-0 ผลคือทีมชาติอุรุกวัยที่เล่นในระดับสูงต่อเนื่องกันมาหลายปีกลายเป็น “แชมป์โลก” ชาติแรกในการแข่งขันฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลก 3 ครั้งแรกนั้นมีการแข่งขันในทุก ๆ 4 ปี คือปี 1930, 1934 และ 1938 ก่อนจะเว้นว่างไป 12 ปี ระหว่างปี 1938-1950 (ฟุตบอลโลก 1942 และ 1946) เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2

ทั้งนี้ ถ้วยรางวัลระหว่างปี 1930-1970 เรียกว่า Jules Rimet Trophy ตามชื่อประธานฟีฟ่าชาวฝรั่งเศสผู้ริเริ่มการแข่งขัน ถ้วยรางวัลนี้ถูกส่งมอบให้บราซิลในปี 1970 เพราะพวกเขาเป็นชาติแรกที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ถึง 3 สมัย คือ ปี 1958, 1962 และ 1970 จากนั้นฟีฟ่าได้ใช้ถ้วยรางวัลแบบใหม่ เรียกว่า FIFA World Cup สำหรับมอบให้แก่ผู้ชนะในการแข่งขัน และใช้แบบนี้มาจนถึงปัจจุบัน

รูปแบบการแข่งขันฟุตบอลโลกของฟีฟ่ายังเป็นต้นแบบของกีฬาประเภทอื่น ๆ ที่เริ่มจัดการแข่งขันในลักษณะ “World Cup” คือ มีทีมชาติจากทั่วโลกมาแข่งขันกีฬาประเภทเดียวเพื่อหาแชมป์โลกนั่นเอง

ระหว่างปี 1934 ถึง 1978 ฟุตบอลโลกจัดแข่งกันโดยมี 16 ทีม ก่อนขยายเป็น 24 ทีมในปี 1982 และเป็น 32 ทีมในปี 1998 เพื่อเพิ่มโอกาสให้ทีมจากทวีปแอฟริกา เอเชีย และอเมริกาเหนือได้เข้ารอบมากขึ้น จึงมีหลายครั้งที่ทีมชาติเหล่านี้สอดแทรกเข้ามาในรอบลึก ๆ ด้วย อย่างไรก็ตามชาติยุโรปและอเมริกาใต้ยังคงเป็นมหาอำนาจในการแข่งขันนี้เสมอ

ความนิยมในกีฬาฟุตบอลทำให้การแข่งขันฟุตบอลโลกทุก ๆ ครั้งได้รับเสียงตอบรับและเป็นกระแสระดับโลกเสมอมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนสำคัญมาจากความคิดริเริ่มของฟีฟ่าที่ปรับหลักเกณฑ์การแข่งขันให้ต่างจากฟุตบอลโอลิมปิกแบบเดิม คือ ไม่จำกัดอายุนักฟุตบอล การแข่งขันฟุตบอลโลกจึงเป็นรายการที่มีแฟนบอลมีโอกาสได้เห็นนักเตะฝีเท้าระดับสูงและมีสตาร์ดังอันดับต้น ๆ ของโลกมาร่วมโม่แข้งกัน ขณะที่รายการโอลิมปิกมักจะเป็นแข้งดาวรุ่งอายุน้อยซึ่งส่วนหนึ่งยังไม่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักนัก

ลำดับเหตุการณ์และแชมป์โลก

ปี 1930 เจ้าภาพ: อุรุกวัย แชมป์: อุรุกวัย เอาชนะอาร์เจนติน่า 4-2

ปี 1934 เจ้าภาพ: อิตาลี แชมป์: อิตาลี เอาชนะเชโกสโลวาเกีย 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ปี 1938 เจ้าภาพ: ฝรั่งเศส แชมป์: อิตาลี เอาชนะฮังการี 4-2

ปี 1950 เจ้าภาพ: บราซิล แชมป์: อุรุกวัย เอาชนะบราซิล 2-1

ปี 1954 เจ้าภาพ: สวิตเซอร์แลนด์ แชมป์: เยอรมนีตะวันตก เอาชนะฮังการี 3-2

ปี 1958 เจ้าภาพ: สวีเดน แชมป์: บราซิล เอาชนะสวีเดน 5-2

ปี 1962 เจ้าภาพ: ชิลี แชมป์: บราซิล เอาชนะเชโกสโลวาเกีย 3-1

ปี 1966 เจ้าภาพ: อังกฤษ แชมป์: อังกฤษ เอาชนะเยอรมนีตะวันตก 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ปี 1970 เจ้าภาพ: เม็กซิโก แชมป์: บราซิล เอาชนะอิตาลี 4-1

ปี 1974 เจ้าภาพ: เยอรมนีตะวันตก แชมป์: เยอรมนีตะวันตก เอาชนะเนเธอร์แลนด์ 2-1

ปี 1978 เจ้าภาพ: อาร์เจนติน่า แชมป์: อาร์เจนติน่า เอาชนะเนเธอร์แลนด์ 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ปี 1982 เจ้าภาพ: อิตาลี แชมป์: อิตาลี เอาชนะเยอรมนีตะวันตก 3-1

ปี 1986 เจ้าภาพ: เม็กซิิโก แชมป์: อาร์เจนติน่า เอาชนะเยอรมนีตะวันตก 3-2

ปี 1990 เจ้าภาพ: อิตาลี แชมป์: เยอรมนีตะวันตก เอาชนะอาร์เจนติน่า 1-0

ปี 1994 เจ้าภาพ: สหรัฐอเมริกา แชมป์: บราซิล ดวลจุดโทษเอาชนะอิตาลี 3-2

ปี 1998 เจ้าภาพ: ฝรั่งเศส แชมป์: ฝรั่งเศส เอาชนะบราซิล 3-0

ปี 2002 เจ้าภาพ: เกาหลีใต้และญี่ปุ่น แชมป์: บราซิล เอาชนะเยอรมนี 2-0

ปี 2006 เจ้าภาพ: เยอรมนี แชมป์: อิตาลี ดวลจุดโทษเอาชนะฝรั่งเศส 5-3

ปี 2010 เจ้าภาพ: แอฟริกาใต้ แชมป์: สเปน เอาชนะเนเธอร์แลนด์ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ปี 2014 เจ้าภาพ: บราซิล แชมป์: เยอรมนี เอาชนะอาร์เจนติน่า 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ปี 2018 เจ้าภาพ: รัสเซีย แชมป์: ฝรั่งเศส เอาชนะโครเอเชีย 4-2

จากการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้ง 21 ครั้งที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีเพียงประเทศจากทวีปยุโรปและอเมริกาใต้เท่านั้นที่ได้เป็นแชมป์โลก ประกอบด้วย 3 ชาติจากอเมริกาใต้ และ 5 ชาติจากยุโรป มีบราซิลเป็นทีมที่ครองแชมป์สูงสุดถึง 5 สมัย เยอรมนีกับอิตาลี 4 สมัย อุรุกวัย, อาร์เจนติน่า และฝรั่งเศส 2 สมัย สุดท้ายคืออังกฤษกับสเปนชาติละ 1 สมัย

ทั้งนี้ บราซิลเป็นเพียงชาติเดียวที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกครบทั้ง 21 ครั้ง ถือเป็นประจักษ์พยานที่บ่งบอกถึงความคลั่งไคล้กีฬาฟุตบอลของชาวบราซิล (รวมถึงชาวลาตินอเมริกาชาติอื่น ๆ ) ได้เป็นอย่างดี

สำหรับฟุตบอลโลก 2022 นี้ มาร่วมเชียร์-ร่วมลุ้นกันว่าชาติใดจะเป็น “แชมป์โลก” ประจำทัวร์นาเมนต์นี้ จะเป็นชาติ “หน้าใหม่” หรือ “หน้าเก่า” คงได้รู้กัน…

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

Adam Augustyn, The Editors of Encyclopaedia Britannica : World Cup football tournament

England Football Online : The world’s first official international football match

FIFA World Cup ORIGIN : FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. (PDF)

Footballhistory.org : The history of FIFA World Cup

Shrewsbury & Atchem Borough Council : ‘The First World Cup’ The Sir Thomas Lipton Trophy

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...