โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยเดินหน้าแผนตั้ง “สายการเดินเรือแห่งชาติ” ผลศึกษาชี้ควรร่วมลงทุนภาคเอกชน สัดส่วนไม่เกิน 25%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ม.ค. 2566 เวลา 16.42 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2566 เวลา 09.31 น.

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ กทท. กระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติและแนวทางการพัฒนากองเรือพาณิชย์ไทย โดยมีคณะที่ปรึกษาทรานส์ คอนซัลท์ จำกัด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมรายงานผลการศึกษาโครงการฯ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตงานจ้างที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ รูปแบบการลงทุนและความคุ้มค่าต่อเศรษฐกิจประเทศ ฯลฯ ทั้งนี้มีผู้บริหาร พนักงาน กทท. ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ กลุ่มนักลงทุน ผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการขนส่งทางน้ำ กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ สื่อมวลชน เข้าร่วมงานฯ ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค กทม. ผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยว่า “ตามที่ กทท. ได้จ้างบริษัท ทรานส์คอนซัลท์ จำกัด และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติและแนวทางการพัฒนากองเรือพาณิชย์ไทย ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการส่งเสริมพาณิชยนาวีและส่งเสริมให้มีการพัฒนาการขนส่งสินค้าทางน้ำ เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง และเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าชายฝั่งภายในประเทศและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเรือที่ชักธงไทย เป็นการเสริมศักยภาพการแข่งขันลดการขาดดุลค่าระวางเรือให้กับเรือไทย อีกทั้งยังช่วยให้มีการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำให้เกิดความคุ้มค่า มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในอนุภูมิภาค ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาธุรกิจการให้บริการของ กทท. สร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเดินเรือของไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สนับสนุนให้เกิดการลงทุนในธุรกิจเดินเรือพาณิชย์ เสริมสร้างศักยภาพระบบพาณิชยนาวีและโลจิสติกส์เพื่อการค้าทางทะเลของไทยอย่างครบวงจร" ขณะนี้คณะที่ปรึกษาฯ ได้ดำเนินการศึกษาโครงการดังกล่าวทั้ง 4 ด้านแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยโดยผลการศึกษาพบว่า รูปแบบการบริหารสายการเดินเรือแห่งชาติควรเน้นการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 25 จะทำให้มีความเหมาะสมและคล่องตัวในการบริหารงานที่เกี่ยวข้องในด้านการตัดสินใจที่รวดเร็ว เป็นการดึงจุดเด่นของภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมการขนส่งทางชายฝั่งของไทยให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น ซึ่งก็มีกลุ่มผู้ประกอบการและนักลงทุนให้ความสนใจร่วมลงทุนในธุรกิจสายการเดินเรือแห่งชาติจำนวนหลายราย สำหรับเส้นทางการเดินเรือภายในประเทศพบว่า มี 9 เส้นทางที่มีความเหมาะสม สามารถเปลี่ยนจากการขนส่งทางบกมาสู่ทางน้ำได้ แต่มี 3 เส้นทางที่เหมาะสมที่สุดในการลงทุนและไม่ทับซ้อนกับเส้นทางที่มีเอกชนดำเนินการอยู่ก่อนหน้า โดยมีผลตอบแทนทางการลงทุนอยู่ที่ร้อยละ 7.71 ประกอบด้วยเส้นทางท่าเรือมาบตาพุด (ระยอง) - ท่าเรือแหลมฉบัง (ชลบุรี) เส้นทางท่าเรือไฟร์ซัน (สมุทรสงคราม) - ท่าเรือแหลมฉบัง (ชลบุรี) และเส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง (ชลบุรี) - ท่าเรือสุราษฎร์ธานี ด้านเส้นทางการเดินเรือต่างประเทศนั้นได้พิจารณารูปแบบการให้บริการเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศออกเป็น 2 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1(First Phase) เป็นบริการเดินเรือไม่ประจำเส้นทาง (Tramp Service) ให้บริการขนส่งสินค้าประเภทเทกอง (Bulk Cargo) คาดการณ์ส่วนแบ่งปริมาณสินค้าที่จะมาใช้บริการสายการเดินเรือแห่งชาติร้อยละ 2 คิดเป็น1.2 ล้านตัน ขีดความสามารถในการให้บริการจำเป็นต้องจัดหาเรือประเภท (1) เรือขนาด Handy Max ขนาด 32,000 เดทเวทตัน จำนวน 3 ลำ ให้บริการปีละ 8 รอบ (2) เรือขนาด Supra Max ขนาด 50,000 เดทเวทตัน จำนวน 2 ลำ ให้บริการปีละ 5 รอบ ระยะที่ 2 (Second Phase) เป็นการให้บริการเดินเรือบรรทุกตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ (Container Service) ให้บริการในเส้นทางเอเชียตะวันออก (จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง) อาเซียน (อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม) และกลุ่มประเทศ BIMSTEC (อินเดียและเมียนมา) ประเภทสินค้าที่ส่งออกจากไทย รวมปริมาณส่งออก 20.0 ล้านตัน สำหรับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศรวมปริมาณนำเข้า 9.1 ล้านตัน เบื้องต้นคาดการณ์ปริมาณสินค้าที่จะมาใช้บริการเรือบรรทุกตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ของบริษัทสายการเดินเรือแห่งชาติร้อยละ 2 ของการส่งออกและนำเข้า คิดเป็นจำนวนสินค้าคอนเทนเนอร์ 31,005 TEUS ขนาดของเรือที่จะเข้ามาให้บริการเป็นเรือตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ขนาด 1,500 TEUS (Feeder Size) จำนวน 4 ลำ แต่ละลำทำรอบหมุนเวียน 8 รอบต่อปี “เชื่อมั่นว่าการจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติและการพัฒนากองเรือพาณิชย์ไทยจะเกิดขึ้นได้จริงในเร็ววันนี้ และสามารถพัฒนาเป็นสายการเดินเรือแห่งชาติที่มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการขนส่งทางชายฝั่งและทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย มีมาตรฐานและสนับสนุนการพาณิชยนาวีของไทยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการจ้างงานในธุรกิจการเดินเรือและกำไรที่ได้จากผลประกอบการ ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางอ้อมไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การต่อเรือ การประกันวินาศภัยทางทะเล เป็นต้น รวมถึงผลประโยชน์เชิงคุณภาพที่ไม่สามารถคิดเป็นตัวเงินได้อีกด้วย ทั้งนี้ กทท. จะนำผลการศึกษาดังกล่าวนำเสนอต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ โดยตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการเดินเรือประจำเส้นทางในเส้นทางชายฝั่งของไทยภายในปีแรกของการจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติและเปิดให้บริการขนส่งสินค้าด้วยเรือไม่ประจำเส้นทางในเส้นทางระหว่างประเทศได้ภายใน 4 ปีแรกของการจัดตั้ง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...