โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคาสินค้าเกษตรทั่วโลก พุ่ง 13% แรงสุดรอบกว่า 4 ปี เสี่ยงดันเงินเฟ้อเพิ่ม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ต.ค. เวลา 13.18 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. เวลา 06.16 น.

ราคาสินค้าเกษตรโลก พุ่งแรงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 จากสงครามรัสเซีย-ยูเครนและสภาพอากาศสุดขั้ว ดันข้าวโพด-ข้าวสาลีขึ้น 15% ในไตรมาส 3

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 11.49 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าราคาสินค้าเกษตรทั่วโลกปรับตัวขึ้นรายไตรมาสมากที่สุดนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนช่วงต้นปี 2565 จากความตึงเครียดรอบใหม่ในภูมิภาคทะเลดำและสภาพอากาศสุดขั้ว เพิ่มความเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและอาจเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายควบคุมราคาของธนาคารกลางทั่วโลก

ดัชนี Bloomberg Agriculture Spot Index ซึ่งติดตามราคาพืชผลสำคัญ 10 ชนิด ตั้งแต่ถั่วเหลืองไปจนถึงกาแฟ พุ่งขึ้น 13% ในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดเดือน ก.ย. ถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายไตรมาสมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2565

ปัจจัยสำคัญมาจากการสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งกระทบต่อการขนส่งสินค้าเกษตรออกจากภูมิภาคทะเลดำ หนึ่งในแหล่งส่งออกธัญพืชและพืชน้ำมันรายสำคัญของโลก ส่งผลให้อุปทานตึงตัว และทำให้ประเทศในเอเชียและแอฟริกาที่พึ่งพาการนำเข้าต้องมองหาแหล่งสินค้าอื่น

ขณะเดียวกัน สภาพอากาศสุดขั้วยิ่งเพิ่มความกังวลด้านอุปทาน หลังส่งผลกระทบต่อการผลิตข้าวสาลีและข้าวโพดในพื้นที่เพาะปลูกสำคัญ ตั้งแต่สหรัฐไปจนถึงยุโรป

ราคาธัญพืชโลกยังได้รับแรงหนุนจากการที่จีนเดินหน้าซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ รวมถึงความคาดหวังต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐและจีนเมื่อปลายเดือน ก.ย.

หลังการประชุม ทั้งสองฝ่ายประกาศว่า จีนจะลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐหลายรายการ รวมถึงข้าวสาลีและข้าวโพด ภายใต้ข้อตกลงทางการค้าที่กว้างขึ้น แต่ยังคงภาษีเพิ่มเติมสำหรับถั่วเหลืองจากสหรัฐ

การหยุดชะงักของอุปทานประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของกระแสการค้า ทำให้ผู้ซื้อสินค้าเกษตรทั่วโลกยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโอกาสการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงทิศทางการซื้อสินค้าเกษตรของจีนในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องเห็นการฟื้นตัวของอุปสงค์จากจีนอย่างต่อเนื่อง จึงจะสามารถรักษาแรงหนุนต่อราคาธัญพืชในตลาดโลกได้

ด้านสภาพอากาศ ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรงและมีแนวโน้มเป็นหนึ่งในเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ยังคงสร้างความเสี่ยงต่อผลผลิตทางการเกษตรในหลายภูมิภาค และกดดันแนวโน้มผลผลิตสินค้าอย่างน้ำมันปาล์มและโกโก้

ขณะที่อินเดียเพิ่งผ่านฤดูมรสุมที่อ่อนแอที่สุดในรอบทศวรรษ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาอาหารจะปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอุปทานสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูงช่วยลดแรงกดดันด้านราคาได้บางส่วน หลังจากกระทรวงเกษตรสหรัฐเปิดเผยรายงานล่าสุดเมื่อวันพุธ ส่งผลให้ราคาธัญพืชในตลาดชิคาโกร่วงลงอย่างหนัก ก่อนฟื้นตัวกลับมาบางส่วน

ตลอดไตรมาสที่ผ่านมา ราคาข้าวโพดและข้าวสาลีในตลาดชิคาโกต่างปรับตัวขึ้นประมาณ 15% ขณะที่ราคาถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 13%

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...