ทบ.ชี้รีสอร์ต “สามีบุ๋ม” ใช้ที่ดินรัฐไร้ใบอนุญาต เผยเพิ่งเข้าพื้นที่ไม่นาน ยันพบผิดต้องดำเนินคดี
ทบ.แจงปมรีสอร์ต “สามีบุ๋ม” รุกที่ดินรัฐ ชี้เพิ่งเข้าใช้พื้นที่ไม่นาน ยันพบใช้ประโยชน์ไร้ใบอนุญาตต้องดำเนินคดี ย้ำแยกพิจารณาตามพฤติการณ์
วันนี้ 29 ต.ค. 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงความคืบหน้าการแจ้งความดำเนินคดีนายอธิป อนันทวรรณ สามีของ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ปนัดดา กรณีเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินในความดูแลของกองทัพบก บริเวณ ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก เพื่อก่อสร้างรีสอร์ตและสนามวิ่งเทรลโดยไม่ได้รับอนุญาตว่า จากการสำรวจพบว่าเป็นการเข้าใช้พื้นที่มาไม่นาน เมื่อเทียบกับกรณีอื่นในบริเวณเดียวกัน ซึ่งบางพื้นที่มีการใช้ประโยชน์มาเป็นเวลานานและมีลักษณะแตกต่างกัน
พล.ต.วินธัย กล่าวถึงข้อสงสัยเรื่องการออกเอกสารสิทธิในที่ดินว่า จำเป็นต้องตรวจสอบประเภทที่ดินและหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ชัดเจน เนื่องจากที่ดินของรัฐมีหลายประเภทและอยู่ในความดูแลของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ ทั้งนี้ เอกสารที่อนุญาตให้ทำกินหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ เพราะกรรมสิทธิ์ในที่ดินยังคงเป็นของรัฐ
สำหรับพื้นที่ที่เป็นประเด็น กองทัพบกมีหน้าที่ดูแลและใช้ประโยชน์ตามที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงดูแลรักษาทรัพย์สินของรัฐ หากพบว่ามีการเข้าใช้พื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนการตรวจสอบเอกสารต้องพิจารณาว่าที่ดินเป็นประเภทใดและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานใด เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้อง
พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า ปัญหาการลักลอบใช้ที่ดินของรัฐไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณดังกล่าว แต่ยังมีพื้นที่อื่นที่อยู่ในความดูแลของกองทัพบก จึงต้องสำรวจและจัดทำข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทราบขอบเขตปัญหาและกำหนดแนวทางจัดการได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาผู้เข้าใช้ที่ดินรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว เนื่องจากแต่ละกรณีมีรายละเอียดแตกต่างกัน บางรายใช้พื้นที่เพื่อประกอบอาชีพหรือดำรงชีวิต ขณะที่บางรายอาจใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือดำเนินธุรกิจ จึงต้องพิจารณาลักษณะการใช้ประโยชน์และพฤติการณ์เป็นรายกรณี
โฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า ในบางกรณีหน่วยงานอาจเริ่มจากการแจ้งเตือนหรือพูดคุยทำความเข้าใจก่อนพิจารณามาตรการที่เหมาะสม โดยขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและดุลยพินิจของหน่วยงานที่รับผิดชอบ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการประสานความร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่น ทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีความใกล้ชิดกับประชาชนและอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม กองทัพบกจะดำเนินการตามหน้าที่ในการดูแลพื้นที่ของรัฐ โดยพิจารณาข้อเท็จจริงและลักษณะการใช้ประโยชน์เป็นรายกรณี เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และพฤติการณ์ของผู้เข้าใช้ประโยชน์แต่ละราย