โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักโทษทางการเมืองคือใคร? ชวนสำรวจนิยามโลก มองบริบทไทยในวันรำลึกสากล

iLaw

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • iLaw

30 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันนักโทษทางการเมืองสากล จุดเริ่มต้นของการกำหนดวันรำลึกถึงนักโทษทางการเมืองเกิดขึ้นในปี 1974 ระหว่างที่โครนิด ลิวบาร์สกีและโอเลกซี เมอร์เซนโก สองนักกิจกรรมสิทธิมนุษยชนและผู้เห็นต่างชาวโซเวียตซึ่งกำลังรับโทษจำคุกในค่ายกักกันมอร์โดเวียและเพื่อนนักโทษคนอื่นๆ ได้ร่วมกันอดอาหารเป็นเวลาหนึ่งวันเพื่อเรียกร้องให้มีการรับรองสถานะ “นักโทษทางการเมือง” ของพวกเขา หลายปีต่อจากนั้นวันที่ 30 ตุลาคมของทุกปีจึงกลายเป็นวันแห่งการรำลึกถึงนักโทษทางการเมืองในระดับนานาชาติ[1]

ในมิติสากล มีการให้คำนิยามนักโทษทางการเมืองที่พอจะสรุปได้ว่า พวกเขาเป็นบุคคลที่ถูกลิดรอนเสรีภาพด้วยการคุมขังอันเนื่องมาจากการแสดงออกที่ท้าทายกฎหมายหรือโครงสร้างอำนาจที่ดำรงอยู่ รวมไปถึงการถูกคุมขังโดยมีแรงจูงใจทางการเมืองเป็นสำคัญ

ใครคือ นักโทษทางการเมือง?

สารานุกรมบริเทนนิกาให้นิยามคำว่านักโทษทางการเมืองว่า “บุคคลผู้ซึ่งถูกคุมขังเพราะการกระทำหรือความเชื่อของบุคคลดังกล่าวนั้นขัดแย้งกับการกระทำหรือความเชื่อของรัฐบาล” พร้อมทั้งระบุด้วยว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้นิยามคำดังกล่าวทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่แนวคิดหรือคำนิยามทั้งหมดของคำว่า “นักโทษทางการเมือง” มีร่วมกันคือ การตระหนักถึงความสำคัญของความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างกลุ่มผู้เห็นต่างกับตัวแทนผู้ใช้อำนาจรัฐหรือชนชั้นนำ ผู้ปกครองประเทศ นักโทษทางการเมืองถือเป็นตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ของความพยายามที่จะท้าทายสถานะเดิม (status quo) ของสังคม ไม่ว่าความท้าทายนั้นจะฝังรากอยู่ในบริบททางอุดมการณ์ใดก็ตาม

โดยในการแยกระหว่างอาชญากรโดยทั่วไปกับนักโทษทางการเมืองนั้น นักวิชาการบางคนเสนอเกณฑ์ว่า นักโทษทางการเมืองจะมีส่วนร่วมในการต่อสู้ของกลุ่มในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเพื่อต่อต้านชนชั้นนำผู้ปกครอง ในขณะที่กิจกรรมของอาชญากรทั่วไปมักจะมีองค์ประกอบของการตอบสนองผลประโยชน์ส่วนตน

ในปี 2545 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลให้คำนิยามว่า นักโทษทางการเมืองครอบคลุมถึงนักโทษคนใดก็ตามที่คดีของเขามีองค์ประกอบทางการเมืองที่สำคัญ คำว่า “ทางการเมือง” แอมเนสตี้ฯให้นิยามครอบคลุมทุกแง่มุมของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งนิยามดังกล่าวมีความกว้างขวางตั้งแต่ผู้ที่ถูกคุมตัวหรือคุมขังจากข้อหาความผิดทางการเมืองไปจนถึงบุคคลที่ใช้ยาเสพติดผิดกฎหมายตราบเท่าที่การแสดงออกของพวกเขามุ่งหมายเพื่อท้าทายกฎหมายที่พวกเขาเห็นว่าไม่ชอบธรรม เช่น การรวมกลุ่มสูบกัญชาประท้วง[2]

ในปี 2555 สมัชชารัฐสภาแห่งสภายุโรปเคยรับรองคำจำกัดความของนักโทษทางการเมืองไว้ว่า บุคคลที่ถูกลิดรอนเสรีภาพส่วนบุคคลจะถือว่าเป็นนักโทษทางการเมือง หากเข้าข่ายพฤติการณ์ดังนี้

  • หากการควบคุมตัวเกิดขึ้นโดยละเมิดหลักข้อใดข้อหนึ่งในการรับประกันสิทธิขั้นพื้นฐานที่กำหนดไว้ในอนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและพิธีสารของอนุสัญญาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสรีภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนา เสรีภาพในการแสดงออก ข้อมูลข่าวสาร เสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม

  • หากการคุมตัวเกิดขึ้นด้วยเหตุผลทางการเมืองโดยแท้โดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับความผิดใดๆ

  • หากระยะเวลาของการควบคุมตัวหรือเงื่อนไขของการควบคุมตัวไม่ได้สัดส่วนอย่างชัดเจนกับความผิดที่บุคคลนั้นถูกตัดสินว่ามีความผิดหรือต้องสงสัยว่ากระทำผิดด้วยแรงจูงใจทางการเมือง

  • หากเขาหรือเธอถูกควบคุมตัวในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติเมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลอื่นด้วยแรงจูงใจทางการเมือง หรือ

  • หากการควบคุมตัวเป็นผลจากกระบวนการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรมอย่างชัดเจนและสิ่งนี้เหมือนจะเชื่อมโยงกับแรงจูงใจทางการเมืองของทางการ

อย่างไรก็ตาม บุคคลที่ถูกลิดรอนเสรีภาพส่วนบุคคลเนื่องจากความผิดฐานก่อการร้าย ไม่ถือเป็นนักโทษทางการเมือง หากบุคคลนั้นได้รับการดำเนินคดีและถูกพิพากษาลงโทษในความผิดดังกล่าวโดยสอดคล้องกับกฎหมายภายในประเทศและอนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

บริบทสังคมไทยกับนักโทษทางการเมือง

สำหรับบริบทในประเทศไทย บุคคลที่ถูกคุมขังในคดีในข้อหาเช่น ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาตรา 116 หรือข้อหาที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองล้วนเข้าข่ายเป็นนักโทษทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีไม่อาจสรุปสถานะของความเป็นนักโทษทางการเมืองจากชื่อข้อหาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงอื่นประกอบด้วย เช่น มีเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ การคุมขังละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานหรือไม่ ถูกเลือกปฏิบัติหรือไม่ ระยะเวลาหรือสภาพการคุมขังได้สัดส่วนกับความผิดหรือไม่ และกระบวนการพิจารณาคดีเป็นธรรมหรือไม่

ในเดือนสิงหาคม 2569 พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขจะมีผลใช้บังคับโดยมีเจตนารมณ์เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในสังคมผ่านการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง เริ่มมีจำเลยหรือผู้ต้องหาคดีทางการเมืองได้รับการนิรโทษกรรม อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงยังมีนักโทษทางการเมืองอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้รับอานิสงส์จากพ.ร.บ.ฉบับนี้ อีกนัยหนึ่งคือ ความขัดแย้งยังดำรงอยู่ผ่านการยกเว้นไม่ให้นิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีผู้ถูกดำเนินคดีมากที่สุดในประวัติศาสตร์คืออย่างน้อย 294 คน และจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ยังคงมีผู้ถูกคุมขังด้วยคดีมาตรา 112 อย่างน้อย 31 คน นอกจากนี้จำนวนมากที่ต้องลี้ภัยทางการเมืองอยู่ต่างประเทศ

[1] Freedom House. (2026, October 19). Joint statement for the International Day of Political Prisoners on October 30.https://freedomhouse.org/article/joint-statement-international-day-political-prisoners-october-30

[2] Llorente, R. (2016). The concept of “political prisoner”: A critique. Criminal Justice Ethics, 35(3), 249–267.https://doi.org/10.1080/0731129X.2016.1249626

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...