โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชี้เป้า 5 ธีมเด่น ลุยหุ้นสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น รับลงทุนรอบใหม่ AI-Data Center

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ชี้เป้า 5 ธีมเด่น ลุยหุ้นสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น รับเงินลงทุนระลอกใหม่ AI-Data Center

บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) มองเศรษฐกิจโลกยังขยายตัวได้ โดยมุ่งเน้นการคัดหุ้นที่มีกำไรและกระแสเงินสดแข็งแกร่ง พร้อมชู สหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น เป็นตลาดหลักในการลงทุนผ่านธีม AI, Semiconductor และหุ้นใหญ่คุณภาพสูง ขณะที่มองตลาดหุ้นไทยปี 2569 เชิงบวก

โดยคงเป้าหมาย SET Index ที่ 1,650 จุด (คาด GDP โต 2.02.3%) รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทิศทางดอกเบี้ยขาลง และการเริ่มต้นวัฏจักรการลงทุนใหม่ (New Capex Cycle) ในกลุ่ม AI, Data Center รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน นอกจากนี้ยังแนะนำลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีอายุปานกลางเพื่อรับโอกาสดอกเบี้ยปรับลง และถือทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

นายณัฐพล จันทร์สิวานนท์ กรรมการผู้จัดการ สายการลงทุน บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) ได้ให้มุมมองว่า เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แม้เผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในะวันออกกลางที่กระทบต่อภาคพลังงานและราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงขณะที่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียงภาวะชั่วคราว

ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้ภาวะการลงทุนเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องและดอกเบี้ยต่ำไปสู่การให้ความสำคัญกับการเติบโตของกำไรและคุณภาพของงบดุลมากขึ้น

ในบริบทดังกล่าว ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นเมกะเทรนด์สำคัญของตลาดการเงินโลก แต่การลงทุนมีความแตกต่างกันมากขึ้นระหว่างบริษัทที่สามารถสร้างรายได้และมีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง กับบริษัทที่ยังพึ่งพาเงินทุนเพื่อการเติบโต ขณะเดียวกันผลตอบแทนของตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มกระจายตัวกว้างขึ้น จากการที่การเติบโตของกำไรเริ่มขยายจากกลุ่มเทคโนโลยีไปสู่กลุ่มพลังงาน การเงิน และสุขภาพ

บลจ. ยูโอบี ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเป็นหลักโดยตลาดสหรัฐฯ ได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของผลประกอบการที่แข็งแกร่งและวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ที่ยังดำเนินต่อเนื่อง โดยเน้นหุ้นขนาดใหญ่คุณภาพสูงและบริษัทในห่วงโซ่อุปทาน AI ที่มีความสามารถในการสร้างรายได้อย่างชัดเจน ขณะที่ตลาดญี่ปุ่นยังได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การปฏิรูปธรรมาภิบาลภาคธุรกิจ และการหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดอย่างยั่งยืน จึงมองว่าการปรับฐานในระยะสั้นเป็นโอกาสสำหรับการเข้าลงทุนระยะยาว

สำหรับตลาดเอเชียยังคงแนะนำการลงทุนแบบคัดเลือกเป็นรายประเทศและรายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Semiconductor เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังเผชิญความท้าทายจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคที่ฟื้นตัวช้า

ส่วนตลาดยุโรปยังคงมุมมองระมัดระวังจากความเปราะบางต่อราคาพลังงาน ความเสี่ยงด้านการเมือง และแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ยังเป็นรองตลาดหลักอื่นภายใต้สภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง

ตราสารหนี้คุณภาพสูงอายุสั้นถึงปานกลางยังคงมีความน่าสนใจจากผลตอบแทนที่อยู่ในระดับดีและช่วยสร้างรายได้สม่ำเสมอให้แก่พอร์ตการลงทุน ขณะที่ทองคำยังมีบทบาทในการกระจายความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ

สำหรับประเทศไทย บลจ. ยูโอบี ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า แม้ความผันผวนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และ Fund Flow ต่างชาติอาจกดดันตลาดในระยะสั้น โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโต 2.0-2.3% และได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนใน AI, Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของประเทศ รวมถึงแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง คงเป้าหมาย SET Index ปี 2569 ที่ 1,650 จุด

โดยมองว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่องพร้อมให้น้ำหนักการลงทุนใน 5 ธีมหลัก ได้แก่ New Capex Cycle, Fiscal Stimulus, War-end Rally, Inflation Hedge และ Defensive Yield โดยให้น้ำหนักสูงสุดกับกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI, Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีศักยภาพเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตและการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของตลาดในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า

ด้านตราสารหนี้ มองว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในลักษณะ K-Shape โดยกลุ่มเทคโนโลยีและธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการส่งออกเติบโตได้ดีกว่ากลุ่มเศรษฐกิจอื่น ทำให้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายยังมีความจำเป็น คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในปีหน้า ขณะที่ระดับผลตอบแทนพันธบัตรในปัจจุบันยังอยู่ในจุดที่น่าสนใจ จึงแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีอายุปานกลางเพื่อเพิ่มโอกาสรับทั้งผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและโอกาสในการสร้างกำไรจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...