ชี้เป้า 5 ธีมเด่น ลุยหุ้นสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น รับลงทุนรอบใหม่ AI-Data Center
บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) มองเศรษฐกิจโลกยังขยายตัวได้ โดยมุ่งเน้นการคัดหุ้นที่มีกำไรและกระแสเงินสดแข็งแกร่ง พร้อมชู สหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น เป็นตลาดหลักในการลงทุนผ่านธีม AI, Semiconductor และหุ้นใหญ่คุณภาพสูง ขณะที่มองตลาดหุ้นไทยปี 2569 เชิงบวก
โดยคงเป้าหมาย SET Index ที่ 1,650 จุด (คาด GDP โต 2.02.3%) รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทิศทางดอกเบี้ยขาลง และการเริ่มต้นวัฏจักรการลงทุนใหม่ (New Capex Cycle) ในกลุ่ม AI, Data Center รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน นอกจากนี้ยังแนะนำลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีอายุปานกลางเพื่อรับโอกาสดอกเบี้ยปรับลง และถือทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
นายณัฐพล จันทร์สิวานนท์ กรรมการผู้จัดการ สายการลงทุน บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) ได้ให้มุมมองว่า เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แม้เผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในะวันออกกลางที่กระทบต่อภาคพลังงานและราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงขณะที่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียงภาวะชั่วคราว
ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้ภาวะการลงทุนเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องและดอกเบี้ยต่ำไปสู่การให้ความสำคัญกับการเติบโตของกำไรและคุณภาพของงบดุลมากขึ้น
ในบริบทดังกล่าว ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นเมกะเทรนด์สำคัญของตลาดการเงินโลก แต่การลงทุนมีความแตกต่างกันมากขึ้นระหว่างบริษัทที่สามารถสร้างรายได้และมีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง กับบริษัทที่ยังพึ่งพาเงินทุนเพื่อการเติบโต ขณะเดียวกันผลตอบแทนของตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มกระจายตัวกว้างขึ้น จากการที่การเติบโตของกำไรเริ่มขยายจากกลุ่มเทคโนโลยีไปสู่กลุ่มพลังงาน การเงิน และสุขภาพ
บลจ. ยูโอบี ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเป็นหลักโดยตลาดสหรัฐฯ ได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของผลประกอบการที่แข็งแกร่งและวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ที่ยังดำเนินต่อเนื่อง โดยเน้นหุ้นขนาดใหญ่คุณภาพสูงและบริษัทในห่วงโซ่อุปทาน AI ที่มีความสามารถในการสร้างรายได้อย่างชัดเจน ขณะที่ตลาดญี่ปุ่นยังได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การปฏิรูปธรรมาภิบาลภาคธุรกิจ และการหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดอย่างยั่งยืน จึงมองว่าการปรับฐานในระยะสั้นเป็นโอกาสสำหรับการเข้าลงทุนระยะยาว
สำหรับตลาดเอเชียยังคงแนะนำการลงทุนแบบคัดเลือกเป็นรายประเทศและรายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Semiconductor เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังเผชิญความท้าทายจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคที่ฟื้นตัวช้า
ส่วนตลาดยุโรปยังคงมุมมองระมัดระวังจากความเปราะบางต่อราคาพลังงาน ความเสี่ยงด้านการเมือง และแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ยังเป็นรองตลาดหลักอื่นภายใต้สภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง
ตราสารหนี้คุณภาพสูงอายุสั้นถึงปานกลางยังคงมีความน่าสนใจจากผลตอบแทนที่อยู่ในระดับดีและช่วยสร้างรายได้สม่ำเสมอให้แก่พอร์ตการลงทุน ขณะที่ทองคำยังมีบทบาทในการกระจายความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ
สำหรับประเทศไทย บลจ. ยูโอบี ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า แม้ความผันผวนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และ Fund Flow ต่างชาติอาจกดดันตลาดในระยะสั้น โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโต 2.0-2.3% และได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนใน AI, Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของประเทศ รวมถึงแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง คงเป้าหมาย SET Index ปี 2569 ที่ 1,650 จุด
โดยมองว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่องพร้อมให้น้ำหนักการลงทุนใน 5 ธีมหลัก ได้แก่ New Capex Cycle, Fiscal Stimulus, War-end Rally, Inflation Hedge และ Defensive Yield โดยให้น้ำหนักสูงสุดกับกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI, Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีศักยภาพเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตและการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของตลาดในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า
ด้านตราสารหนี้ มองว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในลักษณะ K-Shape โดยกลุ่มเทคโนโลยีและธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการส่งออกเติบโตได้ดีกว่ากลุ่มเศรษฐกิจอื่น ทำให้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายยังมีความจำเป็น คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในปีหน้า ขณะที่ระดับผลตอบแทนพันธบัตรในปัจจุบันยังอยู่ในจุดที่น่าสนใจ จึงแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีอายุปานกลางเพื่อเพิ่มโอกาสรับทั้งผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและโอกาสในการสร้างกำไรจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- หุ้นไทยวันนี้ 28 ตุลาคม 2569 ปิดลบ 8.92 จุด พลังงาน–ท่องเที่ยวกดดัน จับตาเฟดคืนนี้
- หุ้นไทยวันนี้ 27 ตุลาคม 2569 ปิดลบ 4.01 จุด แรงขาย DELTA ฉุดตลาด พักฐานหลังพุ่งแรง
- หุ้นไทยวันนี้ 14 ตุลาคม 2569 ปิดบวก 4.14 จุด แรงซื้อพลังงาน-แบงก์หนุน
- หุ้นไทยวันนี้ 12 ตุลาคม 2569 ปิดลบ 5.91 จุด แรงขาย DELTA–โรงกลั่นกดดัน
- อัปเดตตลาดหุ้น น้ำมัน และทองคำ