เมตาเปิดตัว “มิวส์” ผู้ช่วยเอไอส่วนบุคคลพร้อมอวทาร์สุดน่ารัก หวังดึงผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงเทคโนโลยี
วันนี้ (25 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “มิวส์” ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ส่วนบุคคลจาก เมตา อิงค์ ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ซึ่งมียอดดาวน์โหลดพุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 ในแอปเปิล แอปสโตร์อย่างรวดเร็ว หลังการเปิดตัวในงาน เมตา คอนเน็คต์ โดยบริษัทวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรและเข้าถึงง่ายสำหรับผู้ใช้ทุกคน รวมถึงกลุ่มผู้ไม่มีทักษะทางเทคโนโลยี
จุดเด่นของมิวส์คือการใช้ภาพอวาทาร์เลียนแบบตัวตุ๊กตาสัตว์เลี้ยงที่มีความน่ารัก โดยรูปลักษณ์เริ่มต้นมีชื่อว่า “จอลลี” มีลำตัวสีครีม ดวงตาสีดำกลมโต และใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการออกแบบเทคโนโลยีให้มีลักษณะคล้ายสิ่งมีชีวิต เป็นการกระตุ้นสัญชาตญาณทางชีววิทยาของมนุษย์ ช่วยลดความแปลกแยกและทำให้คนเปิดรับเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งชื่อและเครื่องแต่งกายให้อวาทาร์ส่วนตัวได้อย่างอิสระ โดยมี มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานบริหารของเมตา ทำให้ดู โดยตั้งชื่อผู้ช่วยเอไอส่วนตัวของเขาว่า “อะกริปปา” ซึ่งสวมชุดคลุมยาวสไตล์โรมันที่เรียกว่า “โตกา”
มิวส์ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการภารกิจในชีวิตประจำวันอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การช่วยคิดสูตรอาหาร สั่งซื้อวัตถุดิบ ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับแว่นตาอัจฉริยะของ เมตา นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัว “มิวส์ ชาร์ม” อุปกรณ์พกพาขนาดเล็กคล้ายพวงกุญแจที่รวมเอาลักษณะของตุ๊กตาลาบูบูและทามาก็อตจิ ของเล่นยอดนิยมในอดีต เข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ใช้สั่งการผู้ช่วยเอไอได้ทุกที่
ซักเคอร์เบิร์ก ยังชี้แจงการป้องกันปัญหาการละเมิดความเป็นส่วนตัวและการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อคลายความกังวลของผู้ใช้ โดยระบุว่า มิวส์ทุกตัวจะทำงานอยู่บนระบบประมวลผลส่วนบุคคลที่ปลอดภัยเรียกว่า “มิวส์ เซเคียวร์ วีเอ็ม” ซึ่งแยกข้อมูลของผู้ใช้ไว้อย่างเป็นเอกเทศ และมีแผนจะพัฒนาสู่ระบบ “มิวส์ คอนฟิเดนเชียล วีเอ็ม” เพื่อป้องกันไม่ให้แม้กระทั่งบริษัทเมตาเอง สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้
เจ้าพ่อเฟซบุ๊กยังระบุว่าบริษัทถึงกับยอมเลื่อนการเปิดตัวมิวส์ออกไปหลายเดือนเพื่อปรับปรุงระบบความปลอดภัยและการควบคุมให้มิวส์ทำงานตามความต้องการของผู้ใช้จัดโดยไม่เป็นอันตราย รวมทั้งไม่ทำเกินหน้าที่จนสร้างความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม กระแสตอบรับที่มีต่อมิวส์บนสังคมออนไลน์ยังคงมีทั้งบวกและลบ ขณะที่ผู้ใช้ส่วนหนึ่งสนุกกับการสร้างอวทาร์และแชร์ภาพ ผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนบางส่วนยังคงตั้งคำถามถึงขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลชีวิตประจำวันของเมตา โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบระบบความปลอดภัยจากหน่วยงานภายนอก เพื่อป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : nbcnews.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Meta