โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“จักรภพ” ชู “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ” สกัดเงินเทา ชี้รัฐประหารสะดุดปฏิรูปการเงิน

The Better

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • THE BETTER
“จักรภพ” ขึ้นเวทีธนาคารโลก–ไอเอ็มเอฟ เสนอตั้งคณะทำงานระดับโลกรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ ชู “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ” เป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือ ชี้รัฐประหารสะดุดปฏิรูปการเงิน เผย ส.ส.กว่า 20 ประเทศสนใจร่วมมือ

นายจักรภพ เพ็ญแข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการร่วมเสวนาหัวข้ออาชญากรรมไซเบอร์และธรรมาภิบาลด้านการเงิน ในเวทีเครือข่ายรัฐสภาธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยร่วมเวทีกับสมาชิกรัฐสภาจากอิตาลีและลิทัวเนีย รวมถึง ดร.ไบรอัน แพตเตอร์สัน รองที่ปรึกษาทั่วไปของไอเอ็มเอฟ

นายจักรภพ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องสื่อสารต่อผู้เข้าร่วมประชุมคือข้อกังวลเกี่ยวกับประเทศไทยว่าอาจกลายเป็นศูนย์กลางการดำเนินงานขององค์กรอาชญากรรมเงินเทาระดับโลก ซึ่งก่อนขึ้นเวทีตนได้ย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐสภาจะต้องช่วยปกป้องประชาชนและเศรษฐกิจไทยจากภัยดังกล่าว รวมทั้งป้องกันไม่ให้ประเทศถูกตีตราด้วยภาพลักษณ์เงินเทาหรือข้อกล่าวหาเป็นศูนย์ฟอกเงิน

ในการเสวนา ตนเสนอว่าอาชญากรรมไซเบอร์เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งการโจมตีหน่วยงานรัฐและการหลอกลวงประชาชน โดยกลุ่มอาชญากรมักย้ายฐานไปหาจุดอ่อนในแต่ละพื้นที่ การกล่าวโทษประเทศใดประเทศหนึ่งจึงไม่ช่วยแก้ปัญหาเท่ากับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อนำไปปรับปรุงกฎหมายและระบบป้องกันของแต่ละประเทศ

“ผมเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานระดับโลกร่วมกัน โดยเสนอให้ไทยเป็นผู้ประสานงาน และผลักดันแนวคิด “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ” หรือ Blueprint Bangkok เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือรับมืออาชญากรรมไซเบอร์และเงินเทา โลกควรจะหาทางทำงานร่วมกันแบบแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เพื่อนำประสบการณ์อันหลากหลายมาช่วยกันปรับปรุงระบบกฎหมายและการป้องกันทางสังคมในบ้านของตัวเอง” นายจักรภพกล่าว

นายจักรภพ กล่าวต่อว่า อีกประเด็นที่นำเสนอต่อเวทีคือบริบทการเมืองไทย นับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540–2541 จนถึงการรัฐประหารในปี 2549 และ 2557 โดยตนเห็นว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและการขาดความต่อเนื่องของรัฐบาลเป็นอุปสรรคต่อการสร้างระบบการเงินที่สะอาดและมีประสิทธิภาพ หรือ Financial Integrity ขณะที่ความขัดแย้งระหว่าง “เงินเก่า–เงินใหม่” ก็เป็นต้นเหตุหนึ่งของการปะทะทางการเมืองในประเทศไทย

“คนไทยไม่ได้ขาดสติปัญญาหรือไร้ประสบการณ์ที่จะทำเรื่องนี้ เพียงแต่เราขาดโอกาสและความต่อเนื่องทางการเมืองที่จะทำ” นายจักรภพกล่าว และว่า การอธิบายบริบทดังกล่าวมีความจำเป็น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมเข้าใจข้อจำกัดของไทยควบคู่กับความตั้งใจที่จะเดินหน้าแก้ปัญหา” นายจักรภพ ย้ำ

นายจักรภพ กล่าวด้วยว่า ตนได้รายงานต่อเวทีถึงการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตนทำหน้าที่เป็นหนึ่งในรองประธานกรรมาธิการ โดยมีตัวแทนจากทุกพรรคการเมือง รวมถึงฝ่ายค้านร่วมพิจารณา เพื่อพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องกับเงินทุน สถาบันบริหารทุน และโอกาสในการลงทุน รองรับเงินทุนที่จะเข้ามาประเทศไทย เนื่องจากไทยยังต้องการเงินทุนที่ไม่ใช่เงินกู้

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ความร่วมมือระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้สูงอายุจากกลุ่มหลอกลวงออนไลน์ เนื่องจากผู้เสียหายอาจสูญเสียเงินออมทั้งชีวิตในช่วงที่มีโอกาสหารายได้ใหม่จำกัด พร้อมย้ำต่อผู้เข้าร่วมประชุมว่าไทยให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์และเงินเทา แม้การดำเนินการจะนำไปสู่ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม

นายจักรภพ กล่าวว่า หลังลงจากเวที ผู้บริหารไอเอ็มเอฟและสมาชิกรัฐสภาที่เข้าร่วมรับฟังจากกว่า 80 ประเทศได้กล่าวขอบคุณ โดยสมาชิกรัฐสภาจากไม่ต่ำกว่า 20 ประเทศแสดงความประสงค์เข้าร่วมคณะทำงานแก้ปัญหากับไทย ซึ่งตนจะประสานผู้เกี่ยวข้องเพื่อเชิญเข้าร่วมอย่างเป็นทางการต่อไป

ขณะเดียวกัน นายจักรภพ ยังประเมินว่า การนำเสนอครั้งนี้ช่วยเปลี่ยนทิศทางการสนทนาจากข้อกังวลและการตำหนิประเทศไทย ไปสู่การแสวงหาความร่วมมือแก้ปัญหา โดยไทยสามารถนำบทเรียนและประสบการณ์มาเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือภัยที่หลายประเทศเผชิญร่วมกัน

ทั้งนี้ การเข้าร่วมเวทีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสภาผู้แทนราษฎรไทย ซึ่งตามกำหนดการวันที่ 12 ตุลาคม นายเลิศศักดิ์ พัฒนาชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้รับผิดชอบงานด้านการต่างประเทศ มีกำหนดแสดงปาฐกถาหลักในฐานะผู้แทนระดับสูงสุดของรัฐสภาไทยในการประชุมครั้งนี้ ก่อนวงเสวนาที่นายจักรภพเข้าร่วม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...