ผลงานพิสูจน์
ต้องแบบนี้ซิ “สีกากี” ยุคใหม่ มีข้อครหา มีข้อสงสัยในทุกๆ เรื่อง ต้องยืดอกพร้อม “พิสูจน์ข้อเท็จจริง” อย่านิ่ง อย่าเงียบ อย่าปล่อยให้เรื่องหายไปกับกาลเวลา แม้กระแสจะเบาบางลงไป แต่ในใจยังคงมีข้อค้างคา
รอโผล่ขึ้นมาเหม็นเน่า…เหมือนขยะใต้พรม
ปฏิบัติการ “สิงห์ปราบห้องลับ” บุกตรวจ KTV 4 แห่งระยอง ที่ฝ่ายปกครองชุด มท.2 นำกำลังเข้าทลาย พบหลักฐานการค้าประเวณี มีหญิงสาวต่างชาติแอบแฝงให้บริการลูกค้า จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเรียกเก็บค่าบริการในอัตราสูง
ที่สำคัญมีข้อมูลจากทางร้านพาดพิงถึงการจ่ายส่วยให้กับหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะ “ตำรวจ” ถูกอ้างถึง 7 หน่วยงาน หนึ่งในนั้นมีชื่อตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม.รับเงิน 1 หมื่นบาท
ทันทีที่ข้อมูลปรากฏ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ก็สั่งให้ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที นอกจากนี้มีการประสานข้อมูลไปยัง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เจ้าของพื้นที่ ซึ่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน
เรียกว่าบูรณาการข้อมูลข้อเท็จจริง ให้ความจริงปรากฏภายใน 15 วัน เน้นย้ำชัดเจนตามนโยบาย ผบ.สำราญ หากพบตำรวจเกี่ยวข้องจะดำเนินการทั้งทางวินัย-อาญา
ไม่มีละเว้น!!!
ชัดเจน…ถูกต้อง
แต่ที่บอก นี่ซิ “สีกากี” ยุคใหม่ ก็ตรงเรื่องการเก็บกวาดบ้านก็ว่ากันไป มาตรการเชิงรุก “ผบช.นพศิลป์” ก็ไม่ทิ้ง เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติและคนต่างด้าวที่เข้ามากระทำผิดกฎหมายทันที
ตามนโยบายนายกฯ อนุทิน และ ผบ.สำราญ
จับมือร่วมกับตำรวจชลบุรี ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และเมืองพัทยา ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยาและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.ชลบุรี
เน้นการปฏิบัติการเชิงรุก ทั้งตรวจตราพื้นที่ท่องเที่ยว สถานประกอบการ และที่พัก ตรวจสอบสถานะคนต่างด้าว เฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย และติดตามกลุ่มที่อาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
ป้องกันไม่ให้พื้นที่ท่องเที่ยวถูกใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนหรือฐานกระทำผิด
เป็นแนวทางที่ถูกต้อง ลบข้อครหา ข้อกล่าวอ้างเรื่องส่วย เรื่องผลประโยชน์ได้ดีที่สุด คือการลุยปราบปราม ลุยจับกุม ให้เป็นเป็นประจักษ์ ไม่เกรงใจหน้าอินทร์ หน้าพรหม ร้านไหนหรือใครกระทำผิดกฎหมาย
ดำเนินคดีให้หมด!!!!
ผลคดีที่ออกมา คือเกราะคุ้มกันข้อกล่าวหา เรื่องผลประโยชน์ เรื่องส่วยได้อย่างดีที่สุด
แบบที่ไม่ต้องให้ใครมา…การันตี.