โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุมเข้มความปลอดภัยโรงเรียน เพิ่มบทลงโทษผู้บริหารปกปิดเหตุ

ไทยโพสต์

อัพเดต 5 ตุลาคม 2569 เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลเพิ่มบทลงโทษผู้บริหารโรงเรียนปกปิดเหตุ เดินหน้าคุมเข้มความปลอดภัยในโรงเรียน รับมือภัยออนไลน์ เปิด Traffy Fondue แจ้งเหตุ

5 ต.ค. 2569 - ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการได้เดินหน้ามาตรการดูแลนักเรียนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งความปลอดภัยภายในสถานศึกษา ภัยจากโลกออนไลน์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิและการเข้าถึงการศึกษาของเด็กในกลุ่มต่าง ๆ โดยได้กำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการตรวจคัดกรองบุคคล การตรวจสอบของมีคมและสิ่งของผิดกฎหมาย รวมถึงการเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นภายในสถานศึกษา พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยในสถานศึกษา” เพื่อเป็นกลไกกลางในการดูแลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งจะขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การป้องกัน การรับแจ้งเหตุ และการสอบสวนพร้อมเยียวยา

ในส่วนของการรับแจ้งเหตุ กระทรวงศึกษาธิการเตรียมเปิดช่องทางให้สามารถแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน LINE Traffy Fondue เพื่อให้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาถูกส่งต่อถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเข้าสู่กระบวนการแก้ไขได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมกำหนดมาตรการด้านความรับผิดชอบ โดยหากผู้บริหารสถานศึกษาปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจถูกพิจารณาลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง ขณะเดียวกัน ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่เด็กต้องเผชิญนอกห้องเรียน โดยเฉพาะการใช้สื่อสังคมออนไลน์และเทคโนโลยี AI ซึ่งมีทั้งประโยชน์และความเสี่ยงต่อเด็กและเยาวชน

จึงเตรียมผลักดันการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เพื่อให้มีกลไกเอาผิดกับภัยออนไลน์ที่กระทำต่อเด็ก รวมถึงจัดทำกรอบการใช้ AI ในระดับสากล กำหนดแนวทางเรื่อง Screen Time ที่เหมาะสมกับเด็ก และเตรียมหารือร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ หรือ Cyberbullying สำหรับการคุ้มครองสิทธิของนักเรียน ย้ำว่า ห้ามตัดกล้อนผมนักเรียนโดยเด็ดขาด และให้สถานศึกษาเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน เพื่อนำความคิดเห็นไปประกอบการกำหนดหรือปรับปรุงระเบียบเกี่ยวกับทรงผมให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงสิทธิและเสียงของเด็กควบคู่กับการดูแลระเบียบของสถานศึกษา

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า แนวทางการทำงานของรัฐบาล คือการดูแลเด็กให้ครอบคลุมตั้งแต่ความปลอดภัยในสถานศึกษา การคุ้มครองสิทธิ การรับมือกับความเสี่ยงจากเทคโนโลยี ไปจนถึงการทำให้เด็กทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ติดตามความคืบหน้า และผลักดันมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...