โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในพระราชสำนัก

เรือพระที่นั่ง 4 ลำสำคัญ ในริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รู้จักเรือพระที่นั่ง 4 ลำสำคัญ ในริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569 เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์,เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9,เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช

กำหนดการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 มีกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร

การจัดขบวนครั้งนี้ใช้เรือพระราชพิธีจำนวน 52 ลำ แบ่งจัดขบวนเรือเป็น 5 ริ้ว มีความยาว 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร โดยใช้กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธี รวมทั้งสิ้น 2,200 นาย สำหรับเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์,เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9,เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช

เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ มีการกล่าวถึงมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต้นรัชกาลพระมหาจักรพรรดิ โดยลำปัจจุบันสร้างขึ้นปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อทดแทนเรือลำเดิมที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 ประกอบพิธีลงน้ำในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2454 จัดเป็นเรือพระที่นั่งกิ่ง

โขนหัวเรือจำหลักเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก ภายนอกทาสีดำ ท้องเรือภายในทาสีแดง ลำเรือภายนอกลงรักปิดทองประดับกระจก สีพื้นเป็นสีน้ำเงิน หมายถึงเรือของพระมหากษัตริย์ ประดับลวดลายกนกเปลวอย่างวิจิตรงดงาม เมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จประทับเรือพระที่นั่ง จะมีการติดเครื่องสูงหักทองขวาง เช่น ฉัตร 7 ชั้น ฉัตร 5 ชั้น พระกลด บังสูรย์ พัดโบก กลางลำเรือมีบัลลังก์บุษบก หรือพระแท่นบัลลังก์กัญญา สำหรับเป็นที่ประทับบนเรือพระที่นั่ง ติดพระวิสูตร หรือผ้าม่าน และธง 3 ชายที่ท้ายเรือ บริเวณปากหงส์ประดับพู่จามรี ห้อยปลายพู่เป็นแก้วผลึกเจียระไน และขนจามรีสีขาว คอหงส์คล้องพวงมาลัยดอกไม้ขนาดใหญ่

เรือพระที่นั่งมีขนาดความยาว 44.90 เมตร กว้าง 3.17 เมตร ลึก 0.94 เมตร ใช้กำลังพลรวม 71 นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ 64 นาย ได้แก่ นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 50 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนขานยาว 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง 7 นาย จากความงดงามของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ทำให้องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักรมอบรางวัลเรือโลก โดยคณะกรรมการองค์การ World Ship Trust เมื่อปี พ.ศ. 2535

เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9

เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษกแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช2539 โดยกองทัพเรือร่วมกับกรมศิลปากรนำโขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 มาเป็นต้นแบบ แบ่งเป็นการดำเนินงานจัดทำโครงสร้างเรือ พาย และคัดฉากของกองทัพเรือ จากนั้นจึงให้กรมศิลปากรดำเนินการที่เกี่ยวกับศิลปกรรมของเรือทั้งหมด โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางกระดูกงูเรือ ณ กรมอู่ทหารเรือ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 กันยายน พุทธศักราช 2537 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ณ ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในพิธีปล่อยเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ลงน้ำ เมื่อวันที่ 5 เมษายน พุทธศักราช 2539

เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เคยเป็นเรือพระที่นั่งทรง เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2539 โขนเรือจำหลักรูปพระวิษณุประทับยืนบนครุฑ พระวรกายคล้ำ ในพระกรทั้ง 4 ทรงจักร สังข์ คทา และตรีศูล ประทับบนครุฑยุดนาค หรือครุฑที่จับนาค 2 ตัวชูขึ้น ที่หัวเรือเบื้องใต้ครุฑเป็นช่องสำหรับใส่ปืนใหญ่ กลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญา และมีแท่นประทับ ลำเรือภายนอกท้องเรือภายในทาสีแดง

ตัวเรือมีความยาว 44.30 เมตร กว้าง 3.20 เมตร ลึก 1.10 เมตร ใช้กำลังพลรวมจำนวน 71 นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ 64 นาย ได้แก่ นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 50 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย คนขานยาว 1 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจำนวน 7 นาย

เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์

เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือสร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 จัดเป็นเรือพระที่นั่งศรีในลำดับชั้นรอง ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินลำลอง ภายหลังนำเข้าขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เรียกว่า เรือพระที่นั่งรอง นับเป็นเรือพระที่นั่งลำเดียวที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5

เรือพระที่นั่งลำนี้มีลักษณะเด่น คือโขนเรือเชิดเรียว มาจากคำ 2 คำ คือ อเนก หมายถึง จำนวนมาก และชาติภุชงค์ หมายถึง นาค สอดคล้องกับรูปโขนเรือที่มีเป็นรูปพญานาคเล็กๆ จำนวนมาก หัวเรือลงรักปิดทองลายรดน้ำเป็นรูปพญานาคแปลง คือมีใบหน้าเป็นมนุษย์รวม 7 หน้า ประดับกระจกสีเขียวเป็นหลักแต่ไม่ได้ลงยาสี ลักษณะเดียวกับศิลปกรรมหน้าบันพระอุโบสถต่างๆ ถัดจากหัวเรือมีเข็มขัดรัดแกะสลักเป็นลายนาคมีผ้าหน้าโขนเรือ และพู่ห้อยซ้าย-ขวา ลำเรือภายนอกทาสีชมพู แกะสลักลวดลายเป็นนาคเรียงซ้อนกันทั้งชั้นบนและล่างเป็นนาคเรียงหันหน้าไปทางหัวเรือ ท้องเรือภายในทาสีแดง ตอนกลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญา ซึ่งเป็นที่ประทับเปลื้องเครื่องหรือเปลื้องพระชฎามหากฐินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเสด็จขึ้น หรือลงเรือพระที่นั่งอีกลำ ตัวเรือมีความยาว 45.67 เมตร กว้าง 2.91 เมตร ลึก 0.91 เมตร ใช้กำลังพลรวม 82 นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ 75 นาย ประกอบด้วย นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 61 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย คนขานยาว 1 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง 7 นาย

โดยปกติเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราใหญ่ จะทรงเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์ และทรงพระมหามงกุฏ หรือ พระชฎามหากฐินทรงพระมาลาเส้าสูง เรือที่ใช้ทรงเปลื้องเครื่องนี้เรียกว่า เรือพลับพลา เรือนี้จะเข้าเทียบท่าก่อนแล้วเรือพระที่นั่งลำทรง เทียบด้านนอกเรือพลับพลา เมื่อเสด็จสู่พลับพลาเปลื้องพระมหามงกุฏ หรือ พระชฎามหากฐินแล้ว จึงเสด็จขึ้น เช่นเดียวกันในการเสด็จกลับ จะเสด็จลงเรือพลับพลาทรงพระมหามงกุฏ หรือพระชฎามหากฐินก่อน แล้วจึงเสด็จขึ้นประทับเรือพระที่นั่ง

เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช

เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เริ่มใช้ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในสมัยรัชกาลที่ 4ส่วนลำปัจจุบันนั้น เป็นเรือที่สร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 เมษายน พุทธศักราช 2457

คำว่า “อนันตนาคราช” มาจากภาษาสันสกฤต 3 คำ คือ อนันตะ แปลว่า ไม่สิ้นสุด–นิรันดร นาคะ แปลว่า นาค หรืองู ราชะ แปลว่า เจ้านาย หรือพระราชา รวมความได้ว่า ราชาแห่งนาคที่ไม่สิ้นสุด

ลำเรือภายนอกทาสีเขียว ลวดลายไม้จำหลักของเรือเป็นลายก้านขดปิดทองประดับกระจกสีเขียว ตลอดทั้งลำเรือยังประดับลวดลายพญานาคเคลื่อนไหวอย่างพริ้วไหวและทรงพลัง หันเศียรไปยังโขนเรือ สีพื้นภายนอกของเรือประดับกระจกสีน้ำเงิน สื่อความหมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ท้องเรือภายในทาสีแดง โขนเรือปิดทองประดับกระจกเป็นรูปพญาอนันตนาคราช หรือพญานาค 7 เศียร บริเวณรัดอกประดับลายกระจังปฏิญาณ มีเทพพนมประดับอยู่ภายในไส้ในรอบเข็มขัดรัด

กลางลำเรือทอดบุษบก ใช้ประดิษฐานพระพุทธรูป หรือผ้าพระกฐิน เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชนี้ ปกติจะใช้เป็นเรือพระที่นั่งรอง หรือเรือเชิญผ้าพระกฐิน และประดิษฐานบุษบกสำหรับพระพุทธรูปสำคัญ ในสมัยรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7

เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครทางชลมารค เส้นทางท่าราชวรดิฐ–ท่าพระฉนวน วัดอรุณราชวราราม ได้ทรงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ในการเสด็จพระราชดำเนินไป และทรงเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชในการเสด็จพระราชดำเนินกลับ

เรือพระที่นั่งลำนี้ มีความยาว 44.85 เมตร กว้าง 2.58 เมตร ลึก 0.87 เมตร ใช้กำลังพลรวมจำนวน 72 นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ 69 นาย ประกอบด้วย นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 54 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย คนขานยาว 1 นาย พนักงานเห่เรือ 1 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง 3 นาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเครื่องแต่งกายกำลังพล-ฝีพาย ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569

รวมเครื่องดนตรีประกอบเรือพระราชพิธี ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เรือพระที่นั่ง 4 ลำสำคัญ ในริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...