“ฮั้ว สว. ร้อนการเมืองเละ”
เพราะแกนนำพรรคส้ม โดยเฉพาะ นายพริษฐ์วัชรสินธุรองหัวหน้าพรรคประชาชนและองค์กรภาคประชาสังคมอย่าง iLaw ได้เปิดเกมรุก งัดข้อมูล ใช้ข้อมูลหลักฐานบางมุมที่สังคมยังไม่เคยเห็น สร้างกระแสความรู้สึกกับประชาชน ในขณะที่ กกต. เองกลับไม่ได้ออกมาอธิบายหรือทำความเข้าใจกับสังคมอย่างชัดเจน ส่งผลให้อารมณ์ของมวลชนและสังคมกระพือไปไกล ถึงขั้นมีการตัดสินเรื่องราวไปแล้วก่อนที่ กกต. จะมีคำตัดสินออกมาเสียอีก
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่พรรคน้ำเงินกำลังตั้งลำ ก็มีประเด็นว่า สว. ส้ม หรือ สว. ฝั่งตรงข้าม ถูกตรวจสอบ อย่างน้อยๆก็มี 3 สำนวน ที่ กกต. จะต้องพิจารณาต่อไป เรื่องนี้นายพริษฐ์ย้ำว่าคำว่าสีส้มนั้นไม่รู้ว่าหมายถึงใคร แต่มีการตั้งคำถามกลับว่าเหตุใดจึงไม่พิจารณารวดเดียวกับกรณีฮั้ว สว. ที่เพิ่งตัดสินไปเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา… จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองว่าเป็นการเอาคืน ฟาด สว. เรียงคิว เรียกร้องให้กลุ่มสีส้มเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เคารพกฎหมายและประชาธิปไตยที่พร่ำบอก
นี่คือแง่ของกฎหมายที่ทั้งสองฝ่ายต้องไปว่ากันต่อในชั้นที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าเรามาดูหลักการปกครองบ้านเมือง สว. ก็เป็นหนึ่งในเสาหลักของการกลั่นกรองกฎหมาย แต่เมื่อถูกตราหน้าด้วยคดีความ หรือถูกมองว่าทำหน้าที่เป็นเพียง "ฐานบัลลังก์ให้กับกลุ่มขั้วสีน้ำเงิน" ย่อมทำให้ความเชื่อมั่นลดลง
…สิ่งที่จะเดินต่อไปนั้นคือความเสื่อมศรัทธาไปทุกบริบท และลามไปถึงรัฐบาล โดยเฉพาะ 21 ผู้รอดในคดีฮั้ว สว. เพราะทาง กกต. ก็ยังแก้ข้อครหานี้ไม่ได้
ดังนั้น คงต้องขอเรียกร้องไปยัง"ทุกขุมข่ายของผู้มีอำนาจ" ให้หยุดคิดถึงเรื่องผลแพ้ชนะทางการเมือง แต่ต้องตั้งสติเพื่อพาประเทศชาติให้รอดพ้น เพราะนอกจากเรื่องการเมืองภายในประเทศแล้ว สิ่งสำคัญที่เราเผชิญอยู่คือวิกฤติพลังงานจากปัญหาสงครามตะวันออกกลาง ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาข้าวยากหมากแพง ในขณะที่การไร้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะทำให้คนไม่เชื่อถือ เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับมาเป็นปัญหาการเมืองในประเทศ ทุกฝ่ายอยู่ด้วยความไม่สงบ แตกแยก ซึ่งประเทศไทยติดหล่มนี้มากว่า 20 ปีแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องจับมือกันก้าวให้พ้นหลุมดำนี้ให้ได้เสียที.