"อภิสิทธิ์"หนุนกฎหมายล้มละลาย เตือน ม.90/170 อาจสร้างความเหลื่อมล้ำชงกฎหมายกลางแก้ทั้งระบบ
ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .. ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระพิจารณาและลงมติต่อร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมกัน โดยยืนยันจุดยืนสนับสนุนให้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบทางการเงินสามารถฟื้นฟูตนเองและกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ แต่ได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญในมาตรา 90/170 เกี่ยวกับคุณสมบัติการรับราชการของผู้ล้มละลาย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้ตนจะเห็นด้วยกับหลักการที่ว่าควรเร่งบังคับใช้กฎหมาย และเห็นด้วยกับการสกัดกั้นปัญหานี้ โดยการแยกแยะระหว่างผู้ล้มละลายเพราะทุจริตกับผู้ล้มละลายโดยสุจริต อีกทั้งไม่ติดใจในประเด็นส่วนใหญ่ที่ กมธ. ร่วมได้ข้อยุติ แต่ยังมีประเด็นข้อกฎหมายในมาตรา 90/170 ซึ่งระบุให้ลูกหนี้ล้มละลายที่เข้าสู่กระบวนการและได้รับการอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการ ไม่ขาดคุณสมบัติในการรับราชการ แม้ต่อมาจะถูกพิทักษ์ทรัพย์ก็ตาม ซึ่งจุดนี้อาจสร้างปัญหาทางกฎหมายและเกิดความลักลั่นในระบบราชการ
"การแก้ไขในร่างกฎหมายเฉพาะฉบับนี้ เท่ากับให้สิทธิ์เฉพาะผู้ล้มละลายที่ได้รับอนุมัติแผนฟื้นฟูเท่านั้น แต่กลุ่มผู้ล้มละลายสุจริตในกรณีอื่นๆ หรือกรณีที่ศาลไม่อนุมัติแผน กลับไม่ได้สิทธิ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นการสร้างความลักลั่นและเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ในเชิงหลักการ รัฐธรรมนูญและกฎหมายปัจจุบันยังคงจำกัดสิทธิ์ผู้ล้มละลายในบางตำแหน่งราชการ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับภาระหน้าที่และการดูแลทรัพย์สินของรัฐ" นายอภิสิทธิ์ ระบุ
นายอภิสิทธิ์ ยังเตือนถึงผลกระทบในอนาคต หากรัฐบาลมีการตรากฎหมายกลาง เพื่อแก้ไขเรื่องคุณสมบัติผู้ล้มละลายรับราชการในภายหลัง อาจเกิดข้อขัดแย้งทางกฎหมายว่าระหว่าง กฎหมายเฉพาะฉบับนี้ กับ กฎหมายกลาง ฉบับใหม่ กฎหมายใดจะมีผลบังคับใช้เหนือกว่า ซึ่งจะก่อให้เกิดความสับสนในแนวทางปฏิบัติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พร้อมกันนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้ยื่นข้อเสนอแนะ 2 ประการเพื่อแก้ปัญหา
1. ปรับเนื้อหาในร่างกฎหมายฉบับนี้ให้เป็นเพียงข้อสังเกต เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางกฎหมายในปัจจุบันและอนาคต
2. เสนอแนะให้รัฐบาลตรากฎหมายกลางเป็นการเร่งด่วน โดยฝากถึง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้ผลักดันการออกกฎหมายกลาง ความยาวเพียง 2–3 มาตรา เพื่อแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกหลายสิบฉบับพร้อมกัน ซึ่งจะครอบคลุมและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ล้มละลายโดยสุจริตทุกคนอย่างเท่าเทียม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวสรุปว่า แม้จะเห็นว่าการแก้ไขในร่างกฎหมายฉบับนี้ยังคงมีข้อบกพร่องและสร้างความลักลั่น แต่ตนก็พร้อมที่จะลงมติเห็นชอบ เพื่อให้กฎหมายสามารถประกาศใช้และช่วยเหลือประชาชนได้โดยเร็ว โดยหวังว่ารัฐบาลจะรับข้อสังเกตไปเร่งออกกฎหมายกลางเพื่อสร้างความชัดเจนและความเป็นธรรมต่อไป