โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พงศกร” ลั่น 21 เสียง ปชป. พร้อมซักฟอกรัฐบาล ตอกกลับเสียงข้างมากอย่ากอดอำนาจ หนีตรวจสอบ

สยามรัฐ

อัพเดต 16 ต.ค. เวลา 08.55 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. เวลา 08.55 น.

“พงศกร” ลั่น 21 เสียง ปชป. พร้อมเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอกกลับพวกมากอย่ากอดอำนาจ-กลัวการตรวจสอบ

วันที่ 16 ต.ค.69 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์ในการรับมือและเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านก้าวเข้าสู่การอภิปรายครั้งนี้ด้วยความเป็น"ฝ่ายค้านมืออาชีพ ที่ทำงานบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และความถูกต้อง โดยไม่เล่นเกมการเมือง“

นายพงศกร กล่าวว่า ทิศทางการอภิปรายและข้อโต้แย้งของพรรคประชาธิปัตย์จะมุ่งเน้นไปที่ 4 ปัญหาสำคัญ เพื่อชี้ให้เห็นความล้มเหลวของรัฐบาล ดังนี้

1. ปกป้องระบบตรวจสอบ ตอกกลับการด้อยค่ากลไกรัฐสภา
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลมักออกมาด้อยค่าการอภิปรายว่าเป็นเพียง "เกมการเมือง" ว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจคือกลไกตามรัฐธรรมนูญในการถ่วงดุลอำนาจ ไม่ใช่เรื่องบันเทิงทางการเมือง การที่รัฐบาลพยายามตัดรอนเวลาหรือหลบเลี่ยงการตอบคำถาม สะท้อนถึงความหวาดกลัวการตรวจสอบ

"ฝ่ายค้านคุณภาพวัดกันที่พยานหลักฐาน ไม่ใช่จำนวนมือในสภา ถึงเราจะมี 21 เสียง แต่คือ 21 เสียงที่ทำงานสุดความสามารถ ต่างจากรัฐบาลที่มีมากกว่า 200 เสียงแต่เน้นใช้พวกมากกอดอำนาจ" นายพงศกร กล่าว

2. วิกฤตเศรษฐกิจ-ปากท้อง ไร้ยุทธศาสตร์ยั่งยืน

ในมิติเศรษฐกิจ รัฐบาลครองเสียงข้างมากแต่กลับล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ สินค้าแพง และหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง มุ่งเน้นเพียงนโยบายประชานิยมแจกเงินระยะสั้นที่ไม่สามารถสร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังปล่อยปละละเลยต่อปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสแกมเมอร์ที่กัดกินเงินออมของประชาชน ซึ่งทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์พร้อมนำเสนอทางออกเชิงโครงสร้างคู่ขนานไปกับการชี้แผลรัฐบาล

3. ชำแหละแผลใหญ่ "ธรรมาภิบาล-ฮั้วอำนาจ"

นายพงศกร เน้นย้ำว่า พรรคจะเปิดเผยข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างในระดับต่างๆ การเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ตลอดจนความพยายามเข้าครอบงำองค์กรอิสระและการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือเครือข่ายของตนเอง ซึ่งถือเป็นการทำลายระบบการถ่วงดุลอำนาจและจริยธรรมทางการเมืองอย่างร้ายแรง

4. ความล้มเหลวในการรับมือวิกฤตและภัยพิบัติ

สะท้อนถึงการขาดภาวะผู้นำในการบริหารจัดการความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยที่ล่าช้า ไร้ประสิทธิภาพ และการเยียวยาที่ไม่ครอบคลุม สะท้อนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแย่งชิงอำนาจภายในมากกว่าการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างให้ประชาชน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...