สิงคโปร์วิกฤตหนัก! หมอกควันพิษคลุมเมือง หนักสุดในรอบ 11 ปี!
สิงคโปร์กำลังเผชิญวิกฤตมลพิษทางอากาศครั้งรุนแรง หลังหมอกควันหนาทึบจากไฟป่าในอินโดนีเซียลอยข้ามพรมแดนเข้าปกคลุมทั่วเมืองต่อเนื่องเป็นวันที่ 14 ส่งผลให้ท้องฟ้ากลายเป็นสีเทาหม่น แสงอาทิตย์แทบไม่สามารถส่องผ่านลงมาได้ ขณะที่ค่ามลพิษทางอากาศพุ่งเข้าสู่ระดับอันตรายต่อสุขภาพ นับเป็นช่วงเวลาที่สิงคโปร์เผชิญคุณภาพอากาศย่ำแย่ติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558
สิงคโปร์ยังคงถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบจากไฟป่าที่กำลังลุกลามอย่างรุนแรงในประเทศอินโดนีเซีย ส่งผลให้ทัศนวิสัยทั่วเมืองลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งอาคารสูง ต้นไม้ และเครนก่อสร้างต่างถูกบดบังด้วยม่านหมอกสีเทา ขณะที่รถยนต์ต้องสัญจรท่ามกลางสภาพอากาศขมุกขมัว และดวงอาทิตย์แทบไม่สามารถมองเห็นได้ผ่านชั้นหมอกควันที่ปกคลุมท้องฟ้า
ข้อมูลจาก IQAir บริษัทตรวจวัดคุณภาพอากาศของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า ระหว่างเวลา 08.00–09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ ดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI พุ่งสูงถึง 202 ซึ่งจัดอยู่ในระดับสีม่วง หรือระดับที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก (Very Unhealthy) ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อยในช่วงเที่ยงวัน โดยค่าดัชนีลดลงมาอยู่ที่ 163 แต่ยังอยู่ในระดับที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ (Unhealthy)
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้สิงคโปร์เผชิญคุณภาพอากาศในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพต่อเนื่องเป็นวันที่ 14 นับตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่มลพิษทางอากาศอยู่ในระดับเลวร้ายติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบ 11 ปี หรือนับตั้งแต่วิกฤตหมอกควันครั้งใหญ่ในปี 2558
ขณะเดียวกัน ทางการสิงคโปร์กำลังเดินหน้าดำเนินมาตรการเพื่อเอาผิดและเรียกร้องความรับผิดชอบจากบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนในประเทศ
สำหรับอินโดนีเซีย ขณะนี้กำลังเผชิญฤดูไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี โดยมีปัจจัยสำคัญจากสภาพอากาศแห้งแล้งที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้ไฟป่าสามารถลุกลามและขยายวงกว้างได้ง่ายขึ้น
ผลกระทบจากไฟป่าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอินโดนีเซียเท่านั้น แต่ยังขยายเป็นวิกฤตมลพิษระดับภูมิภาค โดยภายในอินโดนีเซียพบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียก็ได้รับผลกระทบจากหมอกควันอย่างหนัก จนหลายรัฐต้องประกาศปิดโรงเรียนเพื่อปกป้องสุขภาพของนักเรียน
วิกฤตหมอกควันในสิงคโปร์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของไฟป่าอินโดนีเซียที่กำลังลุกลามกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน โดยมีปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ซ้ำเติมสภาพอากาศแห้งแล้งและเพิ่มความเสี่ยงไฟป่า ขณะที่ประชาชนในหลายประเทศอาเซียนต้องเผชิญมลพิษทางอากาศที่คุกคามสุขภาพอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการร่วมมือกันของประเทศในภูมิภาค เพื่อป้องกันไฟป่า ควบคุมมลพิษ และลดผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สิงคโปร์วิกฤตหนัก! อากาศวิกฤต 12 วันติด หนักสุดในรอบ 11 ปี
- สิงคโปร์อ่วม! ฝุ่นพิษพุ่ง ติดอันดับ 2 เมืองมลพิษสูงสุดโลก
- สิงคโปร์คุณภาพอากาศแย่อันดับ 2 ของโลกในวันนี้ จากควันไฟป่าอินโดนีเซีย
- “มาเลเซีย” สั่งปิดโรงเรียน หนีควันไฟป่าข้ามพรมแดน
- สิงคโปร์จ่ายเงินหนุนรักษาโรคทางเดินหายใจ ประชาชนจ่ายเองไม่เกิน 264 บาท