โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 27): คณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 เป็นรอยัลลิสต์ จริงหรือ ? : พลอากาศตรี มุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฎ์

ไทยโพสต์

อัพเดต 19 ตุลาคม 2569 เวลา 21.48 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไชยันต์ ไชยพร

หลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 (11 พฤศจิกายน 2490 – 21 กุมภาพันธ์ 2491) มีนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยกรมขุนชัยนาทนเรนทร ประธานอภิรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ถ้าพิจารณาตามมมาตรา 74 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 ที่กำหนดไว้ว่า “พระมหากษัตริย์ทรงตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง และรัฐมนตรีอย่างน้อยสิบห้าคน อย่างมากยี่สิบห้าคน ในการตั้งนายกรัฐมนตรี ประธานคณะอภิรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ รัฐมนตรีต้องไม่เป็นข้าราชการประจำ” ก็อาจเข้าใจไปว่า คณะรัฐมนตรีคณะนี้แต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ นั่นคือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (ยังไม่ทรงเข้าพิธีบรมราชาภิเษก) แต่ในความเป็นจริง คณะรัฐประหาร ดังนั้น คณะรัฐประหารจึงเป็นผู้มีอิทธิพลในทางพฤตินัยต่อการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี รวมทั้งตัวนายควง อภัยวงศ์นายกรัฐมนตรีด้วย

1.หม่อมเจ้าวิวัฒนไชย ไชยันต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

2. พระยาศรีวิสารวาจา (เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

3. นายประจวบ บุนนาค เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

4. พลเรือตรี เล็ก สุมิตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

5. พลโท หลวงชาตินักรบ (ศุข นักรบ) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

6. พันเอก น้อม เกตุนุติ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

7. นายควง อภัยวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ

8. พลอากาศตรี มุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฎ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

9. หม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

10. หม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

11. พลโทชิต มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฃ

12. พระยาอรรถการีย์นิพนธ์ (สิทธิ์ จุณณานนท์) เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

13. หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

14. นายเลื่อน ศราภัยวาณิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

15. นาวาเอก หลวงศุภชลาศัย (บุง ศุภชลาศัย) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

16. นายชม จารุรัตน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

17. หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นรัฐมนตรี

18. นายเลื่อน พงษ์โสภณ เป็นรัฐมนตรี

19. นาวาเอก พระยาวิชิตชลธี (ทองดี สุวรรณพฤกษ์) เป็นรัฐมนตรี

20. นายศรีเสนา สมบัติศิริ เป็นรัฐมนตรี

21. หลวงอังคณานุรักษ์ (สมถวิล เทพาคำ) เป็นรัฐมนตรี

ประกาศเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2490 คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายและวุฒิสภาได้อภิปรายนโยบายของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 27 – 28 และ 29 พฤศจิกายน 2490 จึงได้ให้ความไว้วางใจ

ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงประวัติของรัฐมนตรีแต่ละท่าน ได้กล่าวถึง หม่อมเจ้าวิวัฒนไชย ไชยันต์และพระยาศรีวิสารวาจา คุณประจวบ บุนนาค พลเรือตรีเล็ก สุมิตร พลโทชิต มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์ พันเอก น้อม เกตุนุติ และล่าสุดที่ผู้เขียนเขียนถึงประวัติของท่านค้างไว้ คือ พลอากาศตรี มุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

พลอากาศตรี มุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฎ์ ได้รับทุนเล่าเรียนหลวงของกระทรวงกลาโหมไปเรียนต่างประเทศ สอบไล่ได้ปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ในวิชาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกลจากมหาวืทยาลัยวิคตอเรียน เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2459 ท่านเป็นวิศวกรรุ่นแรกที่สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญามาจากต่างประเทศ ก่อนหน้านั้น ไม่มีผู้ใดได้รับการศึกษาในทางนี้มาอย่างจริงจังจากมหาวิทยาลัย

หลังกบฎบวรเดช ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2476 ขณะนั้นท่านครองยศพันเอก และดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้ากรมอากาศยานฝ่ายเหนือ แต่เนื่องจากรมอากาศยานประสบภาวะขาดผู้บังคับบัญชาสูงสุด “กระทรวงกลาโหม และรัฐบาลไทยได้ตกลงใจครั้งสำคัญและเป็นการตกลงใจที่ถูกตองอย่างยิ่ง แต่งตั้งให้ท่านดำรงตำแหน่งเจ้ากรมอากาศยาน เมื่อท่านมีอายุเพียง 40 ปี การแต่งตั้งครั้งนั้นถือเป็น “การ ‘แหวกแนว’ ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การทหารของไทย คือเอานาย ‘ผู้ช่วยพลรบ’ ขึ้นมาเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยกำลัง”

กล่าวให้เข้าใจง่ายก็คือ พันเอกมุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฎ์ ไม่ได้เป็นนายทหารที่คุมกำลังพล แต่เป็นนายทหารสายวิชาการ แต่ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมอากาศยาน ที่โดยปกติจะต้องเป็นนายทหารสายคุมกำลังพล

และในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2476 นอกจากท่านจะได้เป็นเจ้ากรมอากาศยานแล้ว ท่านยังได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภท 2 ด้วย แม้ว่าท่านจะได้ไม่ได้เป็นสมาชิกคณะราษฎรที่ร่วมก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพราะโดยส่วนใหญ่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภท 2 ล้วนเป็นสมาชิกคณะราษฎรทั้งสิ้น

จากนั้น ในปี พ.ศ. 2477 ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีไม่ประจำกระทรวงในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 6 (22 กันยายน 2477 – 9 สิงหาคม 2480) คณะที่ 7 (10 สิงหาคม 2480 – 10 ธันวาคม 2480) และคณะที่ 8 (21 ธันวาคม 2480 – 16 ธันวาคม 2481) ที่มีพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี

และระหว่างนั้น ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2480 และแม้ว่าพันเอกพระยาพหลฯจะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านก็ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 9 (วันที่ 21 ธันวาคม 2481 – 7 มีนาคม 2485) ที่มีพันเอก หลวงพิบูลสงครามเป้นนายกรัฐมนตรี แต่คราวนี้ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ

และระหว่างนั้น ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาป้องกันพระราชอาณาจักรวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2484 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีผู้สั่งราชการแทนนายกรัฐมนตรีในงานเกี่ยวกับเทคนิค และคณะรัฐมนตรี คณะที่ 10 (7 มีนาคม 2485 – 1 สิงหาคม 2487) ที่มีจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านได้รังแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และมีอำนาจหน้าที่สั่งงานเกี่ยวกับนโยบายทั่วไปของกรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ

หลังจากนั้น ท่านไม่ได้เข้าร่วมคณะรัฐมนตรี คณะที่ 11-13 (2 สิงหาคม 2487- 31 มกราคม 2489) โดยในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2487-2489 ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษากระทรวงพาณิชย์ หลังจากออกประจำการ เป็นนายทหารกองหนุนเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2489 และได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ ในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 14 (2 กุมภาพันธ์ 2489 – 24 มีนาคม 2489) ที่มีนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่ในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 15-18 (24 มีนาคม พ.ศ. 2489 - 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490) ที่มีนายปรีดี พนมยงค์ และพลเรือตรี ถวัลย์ ธํารงนาวาสวัสดิ์เป็นนายกรัฐมนตรีตามลำดับ ท่านมิได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอะไร จนหลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ท่านจึงได้ร่วมเป็นรัฐบาลในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 ที่มีนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จากที่กล่าวมาตั้งแต่ตอนที่แล้วจนถึงตอนนี้ ประเมินได้ว่า สาเหตุที่ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 หลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 เป็นเพราะเหตุผลสำคัญคือ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์สูง เพราะท่านเป็นวิศวกรรุ่นแรกที่สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญามาจากต่างประเทศ โดยจบวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกลจากมหาวิทยาลัยวิคตอเรียน เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ และเคยเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ และรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญต่างๆ อีกทั้งท่านเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ ในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 14 (2 กุมภาพันธ์ 2489 – 24 มีนาคม 2489) ที่มีนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน

และหลังจากที่นายควง อภัยวงศ์โดยคณะรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 บังคับให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้จอมพล ป. พิบูลสงครามขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านก็ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (2494) รองนายกรัฐมนตรี (2494-2498) รัฐมนตรีช่วยว่าการสำนักนายกรัฐมนตรี (2494-2496) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (2495-2499) รองนายกรัฐมนตรี (2499-2500) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (2500)

หลังจากจอมพล ป. พิบูลสงครามและพวกหมดอำนาจและต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ ท่านยังได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (2502) และรักษาการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ (2511)

และท่านยังคงดำรงตำแหน่งอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2504 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ท่านดำรงตำแหน่งควบคู่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 (ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย 13 ครั้ง และได้รับแต่งตั้งให้เป็นอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 5 สมัย) และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และได้ทุ่มเทเวลาให้กับงานด้านวิศวกรรมและวิชาการจนกระทั่งถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2527

จะเห็นได้ว่า จากประวัติของท่าน ไม่ได้มีข้อมูลบ่งบอกว่า ท่านเป็นรอยัลลิสต์แต่อย่างไร และท่านอาจจะมีข้อสงวนหรือด้วยเหตุผลใดมิอาจทราบได้ที่ท่านไม่ได้ร่วมคณะรัฐมนตรี คณะที่ 15-18 (24 มีนาคม พ.ศ. 2489 - 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490) ที่มีนายปรีดี พนมยงค์ และพลเรือตรี ถวัลย์ ธํารงนาวาสวัสดิ์เป็นนายกรัฐมนตรีตามลำดับ แต่ได้รับความไว้วางใจจากจอมพล ป. พิบูลสงครามให้ท่านดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาตลอดตั้งแต่ พ.ศ. 2491-2500

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...