เอาแล้ว! “สนธิญา” บุกสอบสวนกลาง จี้สอบเส้นเงิน “กัน จอมพลัง”
เอาแล้ว! “สนธิญา” บุกสอบสวนกลาง จี้สอบเส้นเงิน “กัน จอมพลัง” หลังลือ สะพัดยอดบริจาค 5 พันล้าน พร้อมตรวจงบบิ๊กโครงการชายแดน 200 ล้าน
วันที่ 5 พ.ย.69 ที่บริเวณด้านหน้าอาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นาย สนธิญา สวัสดี นักกิจกรรมทางการเมือง อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบความโปร่งใสในเส้นทางการเงินและการดำเนินงานของ “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้”
นายสนธิญา เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาในฐานะประชาชนผู้มีส่วนได้เสียและเป็นหนึ่งในผู้บริจาคเงินให้กับมูลนิธิฯ เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางตรวจสอบข้อมูลในหลายประเด็น หลังจากมีกระแสข่าวลือในสังคมเกี่ยวกับยอดเงินบริจาคสูงถึง 4,000–5,000 ล้านบาท โดยขอให้มีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดมาตรฐานความเท่าเทียมเช่นเดียวกับการตรวจสอบมูลนิธิอื่นๆ ก่อนหน้านี้ โดยขอให้ บช.ก.ตรวจสอบ
1.ตรวจสอบเส้นทางการเงินและบัญชีธนาคาร ขอให้ตรวจสอบยอดเงินบริจาคทั้งหมดของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้, นายกัณฑ์สิทธิ์ พงศ์ไพบูลย์เวช (กัน จอมพลัง), ภรรยา ตลอดจนคณะกรรมการมูลนิธิทุกคน ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2568 จนถึงปัจจุบัน รวมถึงตรวจสอบการเปิดบัญชีธนาคารทั้งหมดทั้งในนามมูลนิธิและบัญชี FC ว่ามีจำนวนกี่บัญชี มีการโอนย้ายเงินไปยังบุคคลภายนอกหรือบริษัทเอกชนใดบ้าง
2.ตรวจสอบโครงการติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์และ CCTV ชายแดน ขอให้ตรวจสอบกรณีการจัดสร้างตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 60 ตู้ พร้อมติดตั้งกล้อง CCTV และลากสายไฟฟ้าระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา (จันทบุรี-ตราด) ซึ่งมีการกล่าวอ้างงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท ว่าการจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องตามขั้นตอนทางราชการหรือไม่ โดยมีการอ้างพยานบุคคลคือ พลเรือตรี ชรัมภ์ภากร พรหมภากร อดีตรองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด
3.ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายเรี่ยไร ตรวจสอบว่าการระดมทุนและการดำเนินงานเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน และ พ.ร.บ.เรี่ยไร พ.ศ. 2487 หรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้มีการแสดงบัญชีสรุปรายรับ-รายจ่ายที่ชัดเจนต่อสาธารณชน
ตนขอยืนยันว่า การยื่นเรื่องครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกล่าวหาว่ามีการทุจริตหรือฉ้อโกงแต่อย่างใด แต่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าทำการตรวจสอบเพื่อสร้างความโปร่งใส ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนผู้บริจาครับทราบต่อไป