โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลเตือน 4-7 ต.ค. ฝนกลับมาอีกระลอก ภาคเหนือ-ใต้ เสี่ยงน้ำป่า-ดินโคลนถล่ม

The Reporters

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลเตือน 4-7 ต.ค. ฝนกลับมาอีกระลอก ภาคเหนือ-ใต้ เสี่ยงน้ำป่า-ดินโคลนถล่ม อยุธยาเตรียมรับน้ำเพิ่ม หลังเขื่อนเจ้าพระยา-ป่าสักระบายสมทบ แนะพื้นที่ลุ่มเตรียมยกของขึ้นสูง

วันนี้ (3 ต.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่าสถานการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม ประเทศไทยจะเริ่มมีฝนอีกครั้ง โดยเป็นฝนเปลี่ยนฤดู ซึ่งจะมีพื้นที่ได้รับฝนตกหนักในภาคตะวันตก คือ จ.กาญจนบุรี และ จ.เพชรบุรี ส่วนภาคตะวันออกให้เฝ้าระวังพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยเฉพาะวันที่ 5 ตุลาคม ส่วนภาคใต้และภาคเหนือ จะมีฝนตกในปริมาณที่มากพอสมควร ให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม

ส่วนภาวะน้ำท่วมปัจจุบัน ปริมาณน้ำที่ท่วมในภาคกลางตั้งแต่จังหวัดอุทัยธานีลงมา มีปริมาณที่ทรงตัวและเริ่มลดลงในหลายพื้นที่ เขื่อนเจ้าพระยายังมีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ที่ระดับ 17.8 อยากให้เหลืออยู่ที่ระดับ 16 กว่า

เมื่อน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยลงมา จะรวมกับน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีการปล่อยน้ำ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะมารวมกันที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้พื้นที่ที่อยู่ใกล้น้ำมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนพื้นที่ราบลุ่มเตรียมยกของขึ้นที่สูงอีกเล็กน้อย ส่วน กทม.ได้เปิดคลองรับน้ำเพื่อช่วยรับน้ำจากทางเหนือ และระบายลงสู่เจ้าพระยาให้ออกสู่ทะเลอ่าวไทยมากขึ้น

ด้านนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ทุกระดับ กำหนดพื้นที่รับผิดชอบ และมอบหมายภารกิจให้ชัดเจน จัดระบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่วิกฤต พร้อมสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมมือกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อสารและแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องด้วยข้อมูลที่กระชับ เข้าใจง่าย และทันต่อเหตุการณ์ และให้ประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด เร่งประสานงานและแก้ไขข้อขัดข้องระหว่างหน่วยงาน

ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่ กทม.ว่า ยังคงมีจุดที่มีน้ำท่วมสูงและควรหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจร 4 เส้นทาง ได้แก่

1.ถนนพหลโยธิน รอยต่อ กทม. หน้าสนามกีฬาธูปะเตมีย์-พหลโยธิน ซอย 60

2.ถนนสุวินทวงศ์ แยกตัดถนนรามคำแหง-คลองโตนด

3.ถนนหลวงแพ่ง คลองหัวตะเข้-สำนักงานประปาสุวรรณภูมิ ซอยนำไกร-คลองพระยาเพชร คลองพระยาเพชร-คลองกาหลง

4.ถนนลาดกระบังตลอดทั้งสาย หน้าสำนักงานเขตลาดกระบัง

สำหรับการกู้คืนพื้นที่เคหะร่มเกล้า ความคืบหน้าระดับน้ำในชุมชนลดลงไป 30 เซนติเมตร แต่ถนนในพื้นที่มีปัญหาการสัญจร เพราะมีระดับน้ำ 20-30 เซนติเมตร ซึ่ง กทม.เร่งระบายน้ำเต็มที่ และใช้สถานีสูบน้ำพระโขนง อุโมงค์ระบายน้ำพระโขนง และอุโมงค์หนองบอน ผลักดันน้ำลงคลองประเวศบุรีรมย์ ส่วนพื้นที่สายไหม-ออเงิน ยังมีน้ำท่วมในชุมชนแม้ระดับน้ำจะลดลง จึงต้องเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ คาดใช้เวลา 2 วันในการระบาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...