โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ศุภชัย’ ทักท้วง ‘รังสิมันต์’ ปมใช้อำนาจประธาน กมธ.กฎหมายฯ หลายเรื่องไม่ชอบด้วยข้อบังคับ

The Reporters

อัพเดต 07 ต.ค. เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. เวลา 08.15 น.

‘ศุภชัย’ ทักท้วง ‘รังสิมันต์’ ปมใช้อำนาจประธาน กมธ.กฎหมายฯ หลายเรื่องไม่ชอบด้วยข้อบังคับ บรรจุเรื่องเอง-เปลี่ยนวันประชุมไม่ยึดมติ ชี้หลายเรื่องยังไม่ผ่าน กมธ. แต่แถลงเหมือนเป็นมติ ลั่น ประธานไม่ใช่เจ้าของ กมธ.ถึงเวลาขับไล่ความกลัวประธาน

วันนี้ (7 ต.ค. 69) ที่อาคารรัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ว่าสิ่งที่ตนจะแถลงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ซึ่งมี นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ หลังจากคณะกรรมาธิการประชุมกันมาระยะหนึ่ง ตนเห็นว่าการประชุมที่ผ่านมามีการดำเนินการที่ไม่น่าจะชอบด้วยข้อบังคับอยู่หลายประการ และเกิดขึ้นเป็นระยะ จึงได้ทำหนังสือถึงนายรังสิมันต์ โรม ซึ่งเพิ่งให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยและทักท้วงการทำงานของประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้

นายศุภชัยกล่าวว่า ประเด็นแรกคือการบรรจุเรื่องเข้าสู่วาระโดยไม่มีมติของคณะกรรมาธิการ โดยประธานเป็นผู้บรรจุเอง พร้อมยกตัวอย่างกรณีของ สส. สุชาดา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีเรื่องอะไรเลย และไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ แต่ประธานก็สั่งบรรจุและพยายามแต่งเรื่องให้เข้ากัน ประเด็นที่สองคือการเปลี่ยนแปลงวันและเวลาการประชุมจากมติของคณะกรรมาธิการ โดยช่วงเริ่มต้นตกลงกันว่าจะประชุมวันพฤหัสบดี แต่หลังจากนั้นประธานกลับจัดประชุมตามที่ตนเองเห็นสมควร ทั้งวันพุธ ช่วงเช้า ช่วงบ่าย หรือวันอื่น ๆ ซึ่งกรรมาธิการแต่ละคนมีภารกิจในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ คณะกรรมาธิการสามัญ หรือคณะอนุกรรมาธิการอื่น ทำให้หลายคนไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ แต่ประธานยังคงประชุมต่อไป ซึ่งตนมองว่าเป็นการใช้อำนาจโดยประธานแต่เพียงฝ่ายเดียว เสมือนว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นของประธาน ทั้งที่ประธานก็เป็นหนึ่งในกรรมาธิการทั้ง 15 คน

นายศุภชัยกล่าวต่อว่า ประเด็นที่สามคือการแถลงข่าวของประธานคณะกรรมาธิการฯ โดยหลายครั้งมีสื่อมวลชนและทีมงานมารอฟังการแถลง แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นการแถลงในนามของนายรังสิมันต์ โรม เป็นการส่วนตัว หรือในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ อีกทั้งหลายเรื่องที่นำมาแถลงยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ แต่ประธานกลับนำมาแถลงต่อสื่อมวลชน และบางเรื่องก็ไม่ตรงกับข้อมูลหรือข้อเท็จจริง โดยตนยังไม่ขอลงรายละเอียด ประเด็นสำคัญคือทุกครั้งที่ประธานแถลงข่าวกลับกลายเป็นเสมือนว่าการแถลงนั้นเป็นมติของคณะกรรมาธิการฯ ทั้งที่เรื่องเหล่านี้ควรพูดคุยและพิจารณาร่วมกันภายในคณะกรรมาธิการเสียก่อน

นายศุภชัยยังกล่าวถึงการพิจารณาเรื่องที่ซ้ำซ้อนกับคณะกรรมาธิการชุดอื่นว่า ตามข้อบังคับ คณะกรรมาธิการมีทั้งหมด 35 คณะ และมีการแบ่งหน้าที่และอำนาจไว้อย่างชัดเจนว่าแต่ละคณะรับผิดชอบเรื่องใด โดยยกตัวอย่างกรณีของ สส. สุชาดา ว่าหากจะนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา ตนยืนยันว่าไม่มีหน้าที่และอำนาจใดที่คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ จะสามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้ และหากดำเนินการไปแล้วถูกฟ้องร้องว่าผิดข้อบังคับ ทุกคนที่อยู่ในคณะกรรมาธิการก็อาจได้รับผลกระทบ เพราะหากร้องเรียนเฉพาะนายรังสิมันต์ โรม ก็สามารถร้องเรียนไปที่นายรังสิมันต์คนเดียวได้ แต่หากร้องเรียนกรรมาธิการทั้งคณะ ทุกคนก็อาจได้รับผลกระทบไปด้วย

ส่วนมีกรรมาธิการคนอื่นร่วมลงชื่อในหนังสือทักท้วงหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ตนเองลงชื่อเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว ส่วน สส. คนอื่น ๆ ที่เป็นกรรมาธิการ หากเห็นด้วยก็คงจะได้พูดคุยกันในที่ประชุม เรื่องนี้เป็นความอึดอัดของกรรมาธิการหลายคน เนื่องจากมีความเกรงกลัวต่อประธาน เพราะหลายคนกลัวประธานมาก จึงคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องขับไล่ความกลัวนี้ออกไป และดำเนินการตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น ตนจึงได้ยื่นหนังสือดังกล่าวตามขั้นตอน และได้ยื่นเรื่องในลักษณะเดียวกันนี้ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...