รวบ บัญชีม้า! แอบอ้างตำรวจหลอกเหยื่อโอน ตกแต่งบัญชี สูญ 76,000 บาท หนีไม่รอดจนมุมราชบุรี
วันที่ 2 พ.ย. 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (กก.4 บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญญา ผบก.ปพ. และ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายภ. (นามสมมติ) อายุ 52 ปี ชาวอำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี
ผู้ต้องหารายนี้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตหรือหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ซึ่งน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน รวมถึงเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่มีเจตนาใช้เพื่อตนเองหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 835/2569 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่ผู้เสียหายพักอยู่ภายในห้องพักแห่งหนึ่งในแขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ได้รับโทรศัพท์จากหญิงรายหนึ่งซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่ามีผู้พยายามโอนเงินจำนวน 48,000 บาท จากบัญชีของผู้เสียหายที่เปิดไว้กับธนาคารสาขาเซ็นทรัลอุดรธานี แต่ผู้เสียหายยืนยันว่าไม่เคยเปิดบัญชีดังกล่าวและไม่เคยเดินทางไปจังหวัดอุดรธานี จึงขอให้อายัดบัญชี อย่างไรก็ตาม หญิงรายดังกล่าวอ้างว่าไม่สามารถดำเนินการได้ พร้อมแนะนำให้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี เมื่อผู้เสียหายแจ้งว่าไม่สะดวกเดินทาง จึงอ้างว่าจะประสานงานให้ ก่อนโอนสายไปยังบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ต่อมาคนร้ายให้ผู้เสียหายติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ พร้อมเปิดกล้องให้เห็นการแต่งกายด้วยเครื่องแบบตำรวจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจนผู้เสียหายหลงเชื่อ จากนั้นอ้างว่าบุคคลที่นำข้อมูลของผู้เสียหายไปใช้เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับและอยู่ในเครือข่ายคดีฟอกเงิน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบทรัพย์สิน โดยสั่งให้โอนเงินไปตรวจสอบ พร้อมรับรองว่าหากไม่เกี่ยวข้องกับคดีจะโอนเงินคืนให้ ผู้เสียหายจึงโอนเงินจำนวน 26,000 บาท ไปยังบัญชีที่คนร้ายแจ้ง เมื่อเวลา 14.38 น.
หลังจากนั้น คนร้ายยังกล่าวอ้างว่ามีผู้ให้ข้อมูลว่าผู้เสียหายนำบัญชีธนาคารไปขายในราคา 50,000 บาท พร้อมสั่งให้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการโอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าไปเพื่อตกแต่งบัญชี ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินไปอีก 50,000 บาท เมื่อเวลา 16.14 น. รวมเป็นเงินที่สูญเสียทั้งสิ้น 76,000 บาท
ภายหลังจากโอนเงิน ผู้เสียหายกลับไม่ได้รับเงินคืนและไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้ จึงทราบว่าถูกหลอก ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาศาลอาญาธนบุรีได้ออกหมายจับ นายภ. (นามสมมติ) แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีไป
สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้าย มักเริ่มจากการโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร แจ้งว่าพบบัญชีหรือธุรกรรมผิดปกติในชื่อของเหยื่อ ก่อนโอนสายให้บุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้ติดต่อผ่านไลน์และเปิดกล้องแสดงภาพขณะสวมเครื่องแบบตำรวจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นข่มขู่ว่าเหยื่ออาจเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน พร้อมสั่งให้โอนเงินไปตรวจสอบหรือแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยใช้บัญชีม้าซึ่งเป็นบัญชีในชื่อบุคคลอื่นเป็นช่องทางรับโอนเงิน เพื่อปกปิดเส้นทางการเงินและตัวผู้กระทำความผิดที่แท้จริง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนจนได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายภ. หรือเอ้ (นามสมมติ) อายุ 52 ปี หลบหนีอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุมบริเวณริมถนนคฑาธร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี จากการตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวมีชื่อและตำหนิรูปพรรณตรงกับผู้ต้องหาตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวไปยัง สน.ท่าข้าม เพื่อจัดทำบันทึกจับกุมและส่งมอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายภ. (นามสมมติ) ให้การว่า เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2568 ได้รู้จักกับหญิงรายหนึ่งและพูดคุยจนสนิทสนมกัน ก่อนพาเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านเช่าเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ด้วยความไว้ใจจึงยินยอมให้หญิงรายดังกล่าวใช้โทรศัพท์และบัญชีธนาคารของตน โดยมีการโอนเงินเข้าออกผ่านโทรศัพท์ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน กระทั่งปัจจุบันได้เลิกรากันไปแล้ว หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน บัญชีธนาคารของตนถูกอายัดจนไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา