โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

PSGC โกยรายได้ครึ่งปีแรก 7,292.5 ล้านบาท ซัพพลายเชนพลังงานกรอบ G2G ลาว-เวียดนาม

ทันหุ้น

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น – บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ส่งมอบทรัพยากรพลังงานให้เวียดนาม ผ่านบริษัท Nam Tien Limited Liability Company (NT) ซึ่งดำเนินธุรกิจตั้งแต่บริการทำเหมืองและแปรรูปถ่านหินในแขวงสาละวันและแขวงเซกอง สปป.ลาว ไปจนถึงการขนส่งข้ามพรมแดน ภายใต้กรอบความร่วมมือระดับรัฐบาลเวียดนามต่อรัฐบาลสปป.ลาว (Government to Government: G2G) ในการซื้อขายถ่านหินระยะยาว 10 ปี ที่ลงนามตั้งแต่ปี 2568 พร้อมมีลูกค้ารายสำคัญเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานรายใหญ่ของเวียดนาม 2 ราย โดยครึ่งปีแรก 2569 ส่งมอบถ่านหินแล้ว 1.41 ล้านตัน สูงกว่าแผนที่วางไว้ สร้างรายได้ 5,975.1 ล้านบาท คิดเป็น 81.9% ของรายได้รวม 7,292.5 ล้านบาท สะท้อนโครงสร้างรายได้ที่มีความต่อเนื่อง (Recurring Revenue)

นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC ผู้ให้บริการก่อสร้างแบบครบวงจร ที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ “ผู้พัฒนาโครงการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติระดับภูมิภาค (Regional Energy & Natural Resources Developer)” เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เข้าไปมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานทรัพยากรพลังงานระหว่าง สปป.ลาว และเวียดนาม ผ่านบริษัท Nam Tien Limited Liability Company (NT) โดยการค้าถ่านหินระหว่างสองประเทศดำเนินอยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือระดับรัฐบาลที่วางรากฐานความร่วมมือระยะยาวด้านพลังงานและแร่ธาตุ ทำให้ธุรกิจของ NT ตั้งอยู่บนโครงสร้างที่มีความต่อเนื่องมากกว่าการค้าถ่านหินเชิงพาณิชย์ทั่วไป

สิ่งที่ทำให้ NT แตกต่างจากผู้ค้าถ่านหินทั่วไป คือการเข้าไปดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า เริ่มจากบริการทำเหมืองและบริการแปรรูปถ่านหินในแขวงสาละวันและแขวงเซกอง สปป.ลาว ต่อเนื่องไปยังระบบโลจิสติกส์และการขนส่งข้ามพรมแดน จนถึงการส่งมอบถ่านหินสำเร็จให้แก่ลูกค้าปลายทางในประเทศเวียดนาม โครงสร้างเช่นนี้ทำให้บริษัทควบคุมคุณภาพ ต้นทุน และกำหนดการส่งมอบได้ตลอดสาย ทั้งนี้ NT ได้รับสิทธิ์ในการซื้อขายถ่านหินสำเร็จในประเทศเวียดนามจากบริษัท Xekong Power Plant Company Limited (XPPL) ผู้ได้รับสัมปทานดำเนินการทำเหมืองถ่านหินใน สปป.ลาว

“การที่เราเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่มีกรอบความร่วมมือระดับรัฐบาลรองรับ ทำให้ธุรกิจของเราไม่ได้ตั้งอยู่บนคำสั่งซื้อรายครั้ง แต่ตั้งอยู่บนความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างทวิภาคีระหว่างสองประเทศ อีกทั้งมีลูกค้าผู้รับซื้อหลักเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานในเวียดนามซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ จากการลงทุนภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก โดย SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจเวียดนามปี 2569 จะขยายตัวประมาณ 7.1% ขณะที่ สปป.ลาว ขยายตัวประมาณ 4.1% จากแรงขับเคลื่อนของการลงทุนในภาคพลังงานและเหมืองแร่ ซึ่งทั้งสองประเทศคือพื้นที่ดำเนินธุรกิจหลักของ PSGC ในวันนี้” นายเดวิดกล่าว

ในด้านการดำเนินงาน ครึ่งปีแรกปี 2569 NT ส่งมอบถ่านหินแล้ว 1.41 ล้านตัน สูงกว่าแผนที่บริษัทวางไว้ อย่างไรก็ตามด้วย การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงในช่วงฤดูฝนปีนี้ นำไปสู่ปริมาณน้ำฝนที่สูงเป็นประวัติการณ์ และเกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง ถือเป็นความท้าทายต่อการผลิตและขนส่งข้ามพรมแดน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการบริหารจัดการลดความเสี่ยงดังกล่าวในช่วงที่เหลือของปี 2569

ผลจากการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนโครงสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัท โดยครึ่งปีแรกปี 2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 7,292.5 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จาก NT 5,975.1 ล้านบาท คิดเป็น 81.9% ของรายได้รวม แบ่งเป็นรายได้จากการขายถ่านหิน 5,722.3 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการทำเหมืองและบริการแปรรูปถ่านหิน 252.8 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจก่อสร้างจำนวน 1,043.6 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจซัพพลายเชนด้านพลังงานที่มีความต่อเนื่อง (Recurring Revenue) เพิ่มขึ้น และลดการพึ่งพารายได้ตามโครงการจากธุรกิจก่อสร้าง

ด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นฐานธุรกิจเดิม ปัจจุบันโครงการ XPPL Expansion Phase 1 ดำเนินการแล้วเสร็จกว่า 98% ขณะที่โครงการก่อสร้างชุมชนใหม่ (Resettlement Development) มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท และงานสาธารณูปโภคพื้นฐานใน สปป.ลาว มีความคืบหน้าโครงการอยู่ที่ 55% และคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 45% ต่อเนื่องรวมมูลค่าประมาณ 2,400 ล้านบาทไปจนถึงสิ้นปี 2571 ทั้งนี้ ทิศทางในระยะถัดไป ธุรกิจก่อสร้างจะทำหน้าที่เป็นรายได้ส่วนเสริม (Supplementary Revenue) โดยโครงการก่อสร้างจะมีลักษณะที่เชื่อมโยงกับธุรกิจพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มบริษัทเป็นหลัก สร้างความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์และมูลค่าเพิ่มระหว่างกลุ่มธุรกิจของบริษัท

“เป้าหมายของ PSGC ไม่ใช่การเป็นผู้ค้าถ่านหิน แต่คือการเป็นผู้พัฒนาโครงการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติระดับภูมิภาคที่มีฐานรายได้มั่นคง สิ่งที่เกิดขึ้นในครึ่งปีแรกคือหลักฐานว่าโครงสร้างรายได้ใหม่ของ PSGC ทำงานได้จริง และเรากำลังใช้ฐานที่วางไว้ใน สปป.ลาว ทั้งด้านทรัพยากรและงานโครงสร้างพื้นฐาน ต่อยอดไปสู่โอกาสด้านพลังงานในภูมิภาคระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนขององค์กร” นายเดวิดกล่าว

ทั้งนี้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ G2G ระยะเวลา 10 ปีระหว่างเวียดนามและสปป.ลาว ส่งผลให้ธุรกิจซัพพลายเชนด้านพลังงาน ค่อนข้างมีเสถียรภาพและมีความต่อเนื่อง เป็นกรอบระยะเวลาเพียงพอสำหรับบริษัท ในการพัฒนาแหล่งรายได้เพิ่มเติมควบคู่กันไป โดยปัจจุบัน PSGC อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการพลังงานน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower – PSH) ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาพัฒนาประมาณ 5-7 ปี เพื่อขยายฐานธุรกิจด้านพลังงานให้มีความหลากหลายมากขึ้น

ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับภาพการวางแผนพลังงานของภูมิภาค เช่น ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 (PDP2026) ที่กระทรวงพลังงานเปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อเดือนกันยายน 2569 ระบุกำลังผลิตที่มีข้อผูกพันจากการนำเข้าพลังน้ำจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มอีก 3,407 เมกะวัตต์ ทยอยเข้าระบบระหว่างปี 2569-2580 และมี PSH ถูกบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาพลังงาน (PDP 2026) ของประเทศด้วย

ล่าสุด PSGC ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบ “บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน” หรือ ESG Emerging List ประจำปี 2569 จากสถาบันไทยพัฒน์ และเป็นหลักทรัพย์ใน Universe ของกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 สะท้อนพัฒนาการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของบริษัทในช่วงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...