เจ้าสัวตัวมากกว่าแต่ “ใจมด” มิโตมะ เทคนิคระดับโลก
สัปดาห์นี้ผมโชคดีเหลือเชื่อเพราะทุกๆครั้งที่กดรีโมทสลับไปมาจบลงด้วยการได้เห็นประตูเกือบทุกลูกของคู่ 4 ทุ่ม
จริงๆแล้วคุณไม่พลาดประตูแน่หากเปิดแช่ไว้ที่ช่อง TPF2 ซึ่งซาว์ดเป็นภาษาอังกฤษโดยช่องนี้จะตัดจังหวะลูกยิง (และหวาดเสียว) มาตลอดเวลา
แต่ผมชอบดูฟอร์มการเล่นของทีมอื่นๆควบคู่ไปด้วยมากกว่าปักหลักคู่เดียว ทำให้ต้องอาศัยจังหวะที่บอลถูกส่งย้อนหลังหรือมีคนเจ็บจะรีบเปลี่ยนทันที
ผมยังได้เป็นสักขีพยานแม้กระทั่งจังหวะชี้เป็นชี้ตายอย่างใบแดงของ เนลสัน เซเมโด้ ช่วงทดเจ็บ 45+5 ในครึ่งแรกก่อนที่ วูลฟ์ แพ้คาบ้านต่อ ไบรท์ตัน 3-2
เหตุการณ์ที่ โมลินิวซ์ กราว์น ทำให้เราเห็นความแตกต่างของการลงโทษที่หนักเกินไประหว่างใบแดงของ เจา คันเซโล่ ในนาที 26 ค่อนข้างชัดเจน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมไม่เห็นด้วยกับการทำฟาว์ลที่ต้องเสียจุดโทษและมีผู้เล่นถูกไล่ออกในคราวเดียวกัน
เข้าใจว่าผู้ตัดสินว่าไปตามกฏหากมีผู้เล่นตัวสุดท้ายทำฟาว์ลโดยไม่มีเจตนาเล่นบอล
แต่การลงโทษใบเหลือง+จุดโทษ = ประหารไปในตัวแล้ว
เทียบกับ เซเมโด้ ที่เป็นตัวสุดท้ายและเสียเหลี่ยมให้ คาโอรุ มิโตมะ จนต้องคว้าทั้งตัวแบบอเมริกันฟุตบอล
เป็นการทำฟาว์ลก่อนเข้าเขตโทษแค่ก้าวเดียวดังนั้น ไบรท์ตัน จากที่มีโอกาสได้ประตูสูงจึงเหลือแค่ฟรีคิกดังนั้น “ใบแดง” เป็นผลตอบแทนที่หนักที่สุดเท่าที่กฏจะให้ได้
ทั้ง 2 สนามมีทีมที่เหลือ 10 ตัวเท่ากันแต่ที่ไม่เหมือนกันคือ แมนฯซิตี้ ขึงเกมใส่ ฟูแล่ม จนแทบมองไม่ออกว่าสรุปแล้วใครตัวมากกว่ากันแน่
“เจ้าสัว” ดูพอใจกับ 1 แต้มและไม่คิดอาศัยความได้เปรียบตรงนี้มองถึงชนะทั้งๆที่จังหวะสวนกลับเน้นๆมีตัวมากกว่า “เรือใบ” ตั้งเยอะแต่กลับ “เซิร์ฟหน่วง” พาบอลไปริมเส้นซะงั้น
ไม่เข้าใจจริงๆว่าคิดอะไรกันอยู่ มีไม่บ่อยนะครับที่ใครจะมาเยือน เอติฮัด และอยู่ในสถานการณ์แบบ “เจ้าสัว” จังหวะแบบนี้ไม่ตีเขาให้ตายหน่อยเหรอครับ?
ดวงของ ซิตี้ เป็นได้แค่พระรองสุดๆก็ตอน VAR จับ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ล้ำหน้าหลังโขกพังประตูทั้งๆที่สัมผัสบอลจากการลงสนามไปแค่ 5 ครั้ง
ปัจจัยหลายๆอย่างวันนี้ถือว่าเอื้อให้ ฟูแล่ม เอามากๆแต่ในเมื่อ “มักน้อย” อยากได้แค่นี้สุดท้ายยางแตกจากจังหวะโง่ๆของ แอนโทนี่ โรบินสัน ช่วงนาทีบาป 90+3
ผมขออนุญาตไม่ใช้คำว่า เดอ บรอยน์ พุ่งนะเพราะการ contact มันเกิดขึ้นจริงแต่ถ้าถามพวกเรานักบอลโดนเตะแบบนี้ (โดยไม่ได้วิ่งเต็มสปีด) ต้องถึงกับร่วงไหม
ไม่แน่นอนครับ มันจะประมาณสะท้านข้อเท้าเฉยๆแต่การมาหวดคู่แข่งในเขตโทษแถมในช่วงเวลาสมองตันแบบนี้คุณ “เสียเหลี่ยม” เต็มๆไม่มีวันผสม
KDB แค่เติมท็อปปิ้งเข้าไปนิดหน่อยวัดใจผู้ตัดสินที่แจกจุดโทษให้ ฟูแล่ม ในครึ่งแรกไปแล้ว
เป็นอีกครั้งที่ “ซิตี้” บอกให้โลกรู้ว่านี่คือ “ต่างดาว” เวอร์ชั่นผู้ดี ตัวน้อยกว่าแต่เล่นยังไงให้เหมือนมากกว่า การแช่งทีมๆนี้มันยากเย็นแสนเข็ญเกินเบอร์ ขอยอมใจและปรบมือให้จริงๆครับ
อีกคู่มันส์ไม่แพ้กันเพราะมี 7 ประตูและหากเห็นชื่อยี่ห้อ ลีดส์ ยูไนเต็ด คุณรู้เลยว่าทีมๆนี้คือบอลสไตล์ อาหลอง ระเบิดภูเขาเผากระท่อม
แข้ง “ยูงทอง” กระหายบอลวิ่งเข้าหาอย่างหิว แค่ 50 วินาทีจุดโทษก็มาแล้วแต่ปัญหาที่แก้ไม่ตกและมักเกิดขึ้นกับทีมบู๊ล้างผลาญก็คือหลังบ้านนี่แหละครับ
บอร์นมัธ สวนแต่ละดอกโดนง่ายเกินแม้กระทั่งจังหวะที่ โซลานกี้ หันหลังโดนประกบและกำลังจะล้มหัวทิ่มแต่ยังสะกิดหลังเท้าเข้าประตูท่ามกลางผู้เล่นเจ้าถิ่นในกรอบเขตโทษ 4-5 คน
แต่ บอร์นมัธ เป็นทีมที่ปิดเกมไม่เป็นครับ สัปดาห์ก่อนนำ สเปอร์ส 2-0 ยังอุตสาห์แพ้ทดเจ็บ
มาคราวนี้ทำท่าใสๆ 3-1 แต่โดน 3 ลูกใน 24 นาที ภาพเดิมๆคือเสียประตูจากลูกเตะมุมกลับมาหลอกหลอน (อีกแล้ว)
ที่น่าเขกกะโหลกเรียงตัวคือลูก 4-3 ตัดสินชัยเป็นจังหวะที่เปิดฟรีเข้าใส่หน้าเขตโทษเขาแท้ๆ เปิดก๋องแก๋งไม่ข้ามหัวโดนสวนกลับแต่ไม่มีใครเลือกตัดเกมทำฟาว์ลเจ้าหนู วิลเฟร็ด ญอนโต้ ตัวสำรอง
ท้ายเกมนาที 80 กว่าๆคู่ต่อสู้ลากจากแดนตัวเองขึ้นมาคุณจะเป็นคนดีย์ไม่แลกเอาใบเหลืองเลยเหรอครับ
ที่ตลกที่สุดคือผู้เล่นทีมเยือนซึ่งวิ่งหายใจรดต้นคอ ญอนโต้ เอามือดันหลังพอเป็นพิธีและยังผายมือภาษากาย “ผมเปล่าทำฟาว์ล” ที่เสียหายถึงขั้นแพ้แบบน่าเจ็บใจ
ฆูเลน โลเปเตกี บิ๊กบอสใหม่ของ วูลฟ์แฮมป์ตัน ที่จะเริ่มคุมทีมอย่างเป็นทางการหลังจบบอลโลกมีการบ้านให้รื้อหนักมากครับ
“หมาป่า” หมดสภาพคาบ้านให้ ไบรท์ตัน ทำให้ซีซั่นนี้เพิ่งเตะไป 14 แต่แพ้ไปแล้วถึง 8
แฟนบอลอุตสาห์ได้เห็นทีมรักยิงเกิน 1 เม็ดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลแต่จุดเปลี่ยนอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นเกิดขึ้นในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก อีกแค่ไม่ถึง 2 นาทีเตรียมกลับห้องแต่งตัวกันแล้ว
จังหวะวางยาวจากแดนหลังของ ลูอิส ดังค์ โด่งยาวให้ เซเมโด้ และ มิโตมะ วิ่งแข่งกัน
ประเด็นคือแข้งญี่ปุ่นเหลี่ยมวิ่งตรงๆเข้าหาแต่ เซเมโด้ วิ่งตรงๆเหมือนกันแต่ด้วยความที่เป็นแอเรียหน้าประตูตัวเองจึงต้องเงยหน้ามองบอลเพื่อหาเหลี่ยมป้องกัน สปีดการวิ่งเลยดูสปรินท์ได้ไม่เต็ม
ที่สุดยอดไปกว่านั้นเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหาก มิโตมะ เล่นเพลย์เซฟแค่ดึงบอลเฉยๆแล้วรอเพื่อน “ซัพ”
แต่แข้งทีมชาติ ญี่ปุ่น วัย 25 ปีเอาบอลลงระดับโลกพร้อมรักษาสปีดเปลี่ยนทิศเข้าเขตโทษและเพียงแค่พริบตาเดียว เซเมโด้ จากตีคู่กันอยู่ดีๆกลายเป็นอยู่ด้านหลังต้องยอมคว้าตัวทำฟาว์ลตามสัญชาตญาณกองหลังตัวสุดท้าย
เกมนี้ต้องบอกว่า มิโตมะ เด่นเกินหน้าทุกๆคนชนิดไม่ต้องสืบเพราะนอกจากเรียกใบแดงได้แล้วก่อนหน้านั้นไม่กี่นาทีเปิดซิงประตูแรกใน อังกฤษ ได้แล้ว
และมีส่วนกับประตูชัยนาที 83 หลังพาทัวร์เส้นหลังก่อน พาสคาล โกรส กระซวกพา “นกนางนวล” ที่เคยไม่ชนะใคร 5 นัดเก็บ 3 แต้ม 2 นัดติดยิง 7 ลูกขึ้นมาอยู่ที่ 6 แล้ว
พรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้ายก่อนพักเบรกบอลโลกสถานการณ์เปลี่ยนมือกันไวมากครับ
เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ครั้งนึงวนเวียนอยู่บ๊วยกับรองบ๊วยจน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นตัวเต็งถูกไล่ออก (ก่อน สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ชิงพักร้อนก่อน)
ล่าสุด “จิ้งจอก” บุกเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 พรวดขึ้นมาอยู่ที่ 13 ถ้ายังแรงต่อเนื่องสัปดาห์ต่อไปอีกเผลอๆจบครึ่งตารางบนได้เลย
โมเมนตั้มจังหวะการเล่นของ เลสเตอร์ มาพักใหญ่ๆแล้วนะครับโดยเฉพาะ เจมส์ แมดดินสัน ที่แบกมาหลายนัด วันนี้งัดไป 2 แอสซิสต์และลากเลื้อยยิงชนเสาป่วนหนักสุดๆ
แถมตอนนี้ผองเพื่อนติดเครื่องค่อยๆตามมาทีละคนสองคน ยูริ ตีเลม็องส์ ตามมาติดๆยิงลูกใบไม้ร่วงและ ฮาวีย์ บาร์นส์ มาตอกเม็ด 2 ก่อนหมดเวลา 4 นาที
เป็นชัยชนะนอกบ้านที่พ่วงด้วยคลีนชีค 2 นัดติดซึ่งสถิติตรงนี้บอกได้อย่างนึงว่าความนิ่งและมีวินัยของเกมรับเข็นให้ทีมดีขึ้น
ถ้าไม่นับวันที่แพ้คาบ้านให้ แมนฯซิตี้ (ที่ไม่ใช่เรื่องแปลก) แบบหวุดหวิด 1-0 สังเกตไปที่สถิติเกมรับ 5 นัดหลังคลีนชีตถึง 4
เป็นปีที่พรีเมียร์เบียดกันโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ ไม่สำคัญเลยครับว่าจะใครเคยบ๊วยหรือรองบ๊วยมาก่อน คุณสามารถดีดตัวเองออกมาได้ตลอดเวลาครับ
ยังมีหลายทีมครับที่พร้อมเป็นโรบินฮู้ดแบ่งแต้มให้ทีมท้ายตาราง ลองถามความรู้สึกคนที่เคยโดนมา 2 นัดติดได้ครับ…
สถิติ สถิติ สถิติ
จากจุดโทษทดเจ็บ 94 นาทีกับอีก 33 วินาทีเป็นประตูชัยที่มาช้าที่สุดของ แมนนซิตี้ นับตั้งแต่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยิง เซาธ์แฮมป์ตัน ในปี 2017 (95.04)
เจา คันเซโล่ เป็นนักเตะคนที่ 4 ที่ถูกไล่ออกในคืน Bonfire Night (การเฉลิมฉลองคืนกองไฟที่มีขึ้นทุกวันที่ 5 พย. ของทุกปีใน อังกฤษ)
1994 - ดอน ฮัทชิสัน vs เลสเตอร์
2006 - จอห์น เทอร์รี่ vs สเปอร์ส
2016 - สตีเฟ่น พีนาร์ vs บอร์นมัธ
2022 - เจา คันเซโล่ vs ฟูแล่ม
“เรือใบ” เล่น 10 ตัวอยู่นานถึง 64 นาที นับเป็นใบแดงที่เร็วที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ที่พวกเขาจบลงด้วยชัยชนะนับตั้งแต่มีนาคม 2014 พบ ฮัลล์ ซิตี้ (2-0 แวงซองต์ กอมปานี โดนไล่ออกนาทีที่ 10)
เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยิงไปแล้ว 16 ประตูจากการลงสนามในพรีเมียร์ลีกแค่ 10 นัด เป็นการทำประตูมากที่สุดหลังเล่นไป 10 นัดร่วมกับ หลุยส์ ซัวเรซ์ ที่ทำไว้จนถึงท้ายเดือนธันวาคม 2013
นับตั้งแต่ยิงประตูในเกม drbut ให้ ซิตี้ ในฐานะตัวสำรองที่ คิงพาวเวอร์ สเตเดียม อีก 5 ประตูต่อมาของ อัลวาเรซ ใน เอติฮัด มาจากการลงเป็นตัวจริงทั้งหมด
จาก 2 แอสซิสต์ในวันนี้ทำให้ เจมส์ แมดดิสัน มีส่วนร่วมโดยตรงกับ 22 ประตูในพรีเมียร์ลีกปี 2022 (13 ประตู 9 แอสซิสต์) มีเพียง แฮร์รี่ เคน (32), เควิน เดอ บรอยน์ (29) และ ซน เฮือง มิน (25) เท่านั้นที่ทำได้มากกว่าในปีนี้
นอกจากนี้ แมดดิสัน มีโอกาสยิงประตูในครึ่งแรก 6 ครั้ง เป็นตัวเลขที่มากที่สุดของแข้งจากตำแหน่งกองกลางในช่วง 45 นาทีแรกโดยคนสุดท้ายที่ทำสถิติตรงนี้คือ พอล ป็อก ที่มีโอกาสเท่ากันที่ 6 ครั้งและเจอกับ เลสเตอร์ ด้วย
ลีดส์ ยูไนเต็ด คัมแบ็คจากการตามหลัง 2 ประตูที่ เอลแลนด์โร้ด ในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2000 โดยเกมนี้เอาชนะ ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์เดียวกัน 4-3
หลังแพ้ สเปอร์ส ทั้งๆที่นำ 2 ลูกเมื่อสัปดาห์ก่อนทำให้ บอร์นมัธ กลายเป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีกที่นำคู่แข่ง 2 ลูกและลงท้ายด้วยความพ่ายแพ้ 2 นัดติตด่อกัน
ในวัย 20 ปีและ 283 วันทำให้ แซม กรีนวู้ด เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของ ลีดส์ ที่ยิงและแอสซิสต์ในเกมเดียวนับตั้งแต่ อลัน สมิธ เคยทำไว้ในเกมพบ แบร๊ดฟอร์ด ซิตี้ เมื่อปี 2001 (20 ปี 197 วัน)
จุดโทษของ โรดริโก้ ในนาทีที่ 3 เป็นประตูที่เร็วที่สุดในพรีเมียร์ลีกของ “ยูงทอง” ที่ เอลแลนด์โร้ด นับตั้งแต่ปี 2001 เมื่อ ร็อบบี้ คีน ยิงใส่ นิวคาสเซิ่ล ตั้งแต่นาทีที่ 2