โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าสัวตัวมากกว่าแต่ “ใจมด” มิโตมะ เทคนิคระดับโลก

Soccersuck

เผยแพร่ 05 พ.ย. 2565 เวลา 20.10 น. • Soccersuck

สัปดาห์นี้ผมโชคดีเหลือเชื่อเพราะทุกๆครั้งที่กดรีโมทสลับไปมาจบลงด้วยการได้เห็นประตูเกือบทุกลูกของคู่ 4 ทุ่ม

จริงๆแล้วคุณไม่พลาดประตูแน่หากเปิดแช่ไว้ที่ช่อง TPF2 ซึ่งซาว์ดเป็นภาษาอังกฤษโดยช่องนี้จะตัดจังหวะลูกยิง (และหวาดเสียว) มาตลอดเวลา

แต่ผมชอบดูฟอร์มการเล่นของทีมอื่นๆควบคู่ไปด้วยมากกว่าปักหลักคู่เดียว ทำให้ต้องอาศัยจังหวะที่บอลถูกส่งย้อนหลังหรือมีคนเจ็บจะรีบเปลี่ยนทันที

ผมยังได้เป็นสักขีพยานแม้กระทั่งจังหวะชี้เป็นชี้ตายอย่างใบแดงของ เนลสัน เซเมโด้ ช่วงทดเจ็บ 45+5 ในครึ่งแรกก่อนที่ วูลฟ์ แพ้คาบ้านต่อ ไบรท์ตัน 3-2

เหตุการณ์ที่ โมลินิวซ์ กราว์น ทำให้เราเห็นความแตกต่างของการลงโทษที่หนักเกินไประหว่างใบแดงของ เจา คันเซโล่ ในนาที 26 ค่อนข้างชัดเจน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมไม่เห็นด้วยกับการทำฟาว์ลที่ต้องเสียจุดโทษและมีผู้เล่นถูกไล่ออกในคราวเดียวกัน

เข้าใจว่าผู้ตัดสินว่าไปตามกฏหากมีผู้เล่นตัวสุดท้ายทำฟาว์ลโดยไม่มีเจตนาเล่นบอล

แต่การลงโทษใบเหลือง+จุดโทษ = ประหารไปในตัวแล้ว

เทียบกับ เซเมโด้ ที่เป็นตัวสุดท้ายและเสียเหลี่ยมให้ คาโอรุ มิโตมะ จนต้องคว้าทั้งตัวแบบอเมริกันฟุตบอล

เป็นการทำฟาว์ลก่อนเข้าเขตโทษแค่ก้าวเดียวดังนั้น ไบรท์ตัน จากที่มีโอกาสได้ประตูสูงจึงเหลือแค่ฟรีคิกดังนั้น “ใบแดง” เป็นผลตอบแทนที่หนักที่สุดเท่าที่กฏจะให้ได้

ทั้ง 2 สนามมีทีมที่เหลือ 10 ตัวเท่ากันแต่ที่ไม่เหมือนกันคือ แมนฯซิตี้ ขึงเกมใส่ ฟูแล่ม จนแทบมองไม่ออกว่าสรุปแล้วใครตัวมากกว่ากันแน่

“เจ้าสัว” ดูพอใจกับ 1 แต้มและไม่คิดอาศัยความได้เปรียบตรงนี้มองถึงชนะทั้งๆที่จังหวะสวนกลับเน้นๆมีตัวมากกว่า “เรือใบ” ตั้งเยอะแต่กลับ “เซิร์ฟหน่วง” พาบอลไปริมเส้นซะงั้น

ไม่เข้าใจจริงๆว่าคิดอะไรกันอยู่ มีไม่บ่อยนะครับที่ใครจะมาเยือน เอติฮัด และอยู่ในสถานการณ์แบบ “เจ้าสัว” จังหวะแบบนี้ไม่ตีเขาให้ตายหน่อยเหรอครับ?

ดวงของ ซิตี้ เป็นได้แค่พระรองสุดๆก็ตอน VAR จับ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ล้ำหน้าหลังโขกพังประตูทั้งๆที่สัมผัสบอลจากการลงสนามไปแค่ 5 ครั้ง

ปัจจัยหลายๆอย่างวันนี้ถือว่าเอื้อให้ ฟูแล่ม เอามากๆแต่ในเมื่อ “มักน้อย” อยากได้แค่นี้สุดท้ายยางแตกจากจังหวะโง่ๆของ แอนโทนี่ โรบินสัน ช่วงนาทีบาป 90+3

ผมขออนุญาตไม่ใช้คำว่า เดอ บรอยน์ พุ่งนะเพราะการ contact มันเกิดขึ้นจริงแต่ถ้าถามพวกเรานักบอลโดนเตะแบบนี้ (โดยไม่ได้วิ่งเต็มสปีด) ต้องถึงกับร่วงไหม

ไม่แน่นอนครับ มันจะประมาณสะท้านข้อเท้าเฉยๆแต่การมาหวดคู่แข่งในเขตโทษแถมในช่วงเวลาสมองตันแบบนี้คุณ “เสียเหลี่ยม” เต็มๆไม่มีวันผสม

KDB แค่เติมท็อปปิ้งเข้าไปนิดหน่อยวัดใจผู้ตัดสินที่แจกจุดโทษให้ ฟูแล่ม ในครึ่งแรกไปแล้ว

เป็นอีกครั้งที่ “ซิตี้” บอกให้โลกรู้ว่านี่คือ “ต่างดาว” เวอร์ชั่นผู้ดี ตัวน้อยกว่าแต่เล่นยังไงให้เหมือนมากกว่า การแช่งทีมๆนี้มันยากเย็นแสนเข็ญเกินเบอร์ ขอยอมใจและปรบมือให้จริงๆครับ

อีกคู่มันส์ไม่แพ้กันเพราะมี 7 ประตูและหากเห็นชื่อยี่ห้อ ลีดส์ ยูไนเต็ด คุณรู้เลยว่าทีมๆนี้คือบอลสไตล์ อาหลอง ระเบิดภูเขาเผากระท่อม

แข้ง “ยูงทอง” กระหายบอลวิ่งเข้าหาอย่างหิว แค่ 50 วินาทีจุดโทษก็มาแล้วแต่ปัญหาที่แก้ไม่ตกและมักเกิดขึ้นกับทีมบู๊ล้างผลาญก็คือหลังบ้านนี่แหละครับ

บอร์นมัธ สวนแต่ละดอกโดนง่ายเกินแม้กระทั่งจังหวะที่ โซลานกี้ หันหลังโดนประกบและกำลังจะล้มหัวทิ่มแต่ยังสะกิดหลังเท้าเข้าประตูท่ามกลางผู้เล่นเจ้าถิ่นในกรอบเขตโทษ 4-5 คน

แต่ บอร์นมัธ เป็นทีมที่ปิดเกมไม่เป็นครับ สัปดาห์ก่อนนำ สเปอร์ส 2-0 ยังอุตสาห์แพ้ทดเจ็บ

มาคราวนี้ทำท่าใสๆ 3-1 แต่โดน 3 ลูกใน 24 นาที ภาพเดิมๆคือเสียประตูจากลูกเตะมุมกลับมาหลอกหลอน (อีกแล้ว)

ที่น่าเขกกะโหลกเรียงตัวคือลูก 4-3 ตัดสินชัยเป็นจังหวะที่เปิดฟรีเข้าใส่หน้าเขตโทษเขาแท้ๆ เปิดก๋องแก๋งไม่ข้ามหัวโดนสวนกลับแต่ไม่มีใครเลือกตัดเกมทำฟาว์ลเจ้าหนู วิลเฟร็ด ญอนโต้ ตัวสำรอง

ท้ายเกมนาที 80 กว่าๆคู่ต่อสู้ลากจากแดนตัวเองขึ้นมาคุณจะเป็นคนดีย์ไม่แลกเอาใบเหลืองเลยเหรอครับ

ที่ตลกที่สุดคือผู้เล่นทีมเยือนซึ่งวิ่งหายใจรดต้นคอ ญอนโต้ เอามือดันหลังพอเป็นพิธีและยังผายมือภาษากาย “ผมเปล่าทำฟาว์ล” ที่เสียหายถึงขั้นแพ้แบบน่าเจ็บใจ

ฆูเลน โลเปเตกี บิ๊กบอสใหม่ของ วูลฟ์แฮมป์ตัน ที่จะเริ่มคุมทีมอย่างเป็นทางการหลังจบบอลโลกมีการบ้านให้รื้อหนักมากครับ

“หมาป่า” หมดสภาพคาบ้านให้ ไบรท์ตัน ทำให้ซีซั่นนี้เพิ่งเตะไป 14 แต่แพ้ไปแล้วถึง 8

แฟนบอลอุตสาห์ได้เห็นทีมรักยิงเกิน 1 เม็ดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลแต่จุดเปลี่ยนอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นเกิดขึ้นในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก อีกแค่ไม่ถึง 2 นาทีเตรียมกลับห้องแต่งตัวกันแล้ว

จังหวะวางยาวจากแดนหลังของ ลูอิส ดังค์ โด่งยาวให้ เซเมโด้ และ มิโตมะ วิ่งแข่งกัน

ประเด็นคือแข้งญี่ปุ่นเหลี่ยมวิ่งตรงๆเข้าหาแต่ เซเมโด้ วิ่งตรงๆเหมือนกันแต่ด้วยความที่เป็นแอเรียหน้าประตูตัวเองจึงต้องเงยหน้ามองบอลเพื่อหาเหลี่ยมป้องกัน สปีดการวิ่งเลยดูสปรินท์ได้ไม่เต็ม

ที่สุดยอดไปกว่านั้นเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหาก มิโตมะ เล่นเพลย์เซฟแค่ดึงบอลเฉยๆแล้วรอเพื่อน “ซัพ”

แต่แข้งทีมชาติ ญี่ปุ่น วัย 25 ปีเอาบอลลงระดับโลกพร้อมรักษาสปีดเปลี่ยนทิศเข้าเขตโทษและเพียงแค่พริบตาเดียว เซเมโด้ จากตีคู่กันอยู่ดีๆกลายเป็นอยู่ด้านหลังต้องยอมคว้าตัวทำฟาว์ลตามสัญชาตญาณกองหลังตัวสุดท้าย

เกมนี้ต้องบอกว่า มิโตมะ เด่นเกินหน้าทุกๆคนชนิดไม่ต้องสืบเพราะนอกจากเรียกใบแดงได้แล้วก่อนหน้านั้นไม่กี่นาทีเปิดซิงประตูแรกใน อังกฤษ ได้แล้ว

และมีส่วนกับประตูชัยนาที 83 หลังพาทัวร์เส้นหลังก่อน พาสคาล โกรส กระซวกพา “นกนางนวล” ที่เคยไม่ชนะใคร 5 นัดเก็บ 3 แต้ม 2 นัดติดยิง 7 ลูกขึ้นมาอยู่ที่ 6 แล้ว

พรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้ายก่อนพักเบรกบอลโลกสถานการณ์เปลี่ยนมือกันไวมากครับ

เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ครั้งนึงวนเวียนอยู่บ๊วยกับรองบ๊วยจน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นตัวเต็งถูกไล่ออก (ก่อน สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ชิงพักร้อนก่อน)

ล่าสุด “จิ้งจอก” บุกเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 พรวดขึ้นมาอยู่ที่ 13 ถ้ายังแรงต่อเนื่องสัปดาห์ต่อไปอีกเผลอๆจบครึ่งตารางบนได้เลย

โมเมนตั้มจังหวะการเล่นของ เลสเตอร์ มาพักใหญ่ๆแล้วนะครับโดยเฉพาะ เจมส์ แมดดินสัน ที่แบกมาหลายนัด วันนี้งัดไป 2 แอสซิสต์และลากเลื้อยยิงชนเสาป่วนหนักสุดๆ

แถมตอนนี้ผองเพื่อนติดเครื่องค่อยๆตามมาทีละคนสองคน ยูริ ตีเลม็องส์ ตามมาติดๆยิงลูกใบไม้ร่วงและ ฮาวีย์ บาร์นส์ มาตอกเม็ด 2 ก่อนหมดเวลา 4 นาที

เป็นชัยชนะนอกบ้านที่พ่วงด้วยคลีนชีค 2 นัดติดซึ่งสถิติตรงนี้บอกได้อย่างนึงว่าความนิ่งและมีวินัยของเกมรับเข็นให้ทีมดีขึ้น

ถ้าไม่นับวันที่แพ้คาบ้านให้ แมนฯซิตี้ (ที่ไม่ใช่เรื่องแปลก) แบบหวุดหวิด 1-0 สังเกตไปที่สถิติเกมรับ 5 นัดหลังคลีนชีตถึง 4

เป็นปีที่พรีเมียร์เบียดกันโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ ไม่สำคัญเลยครับว่าจะใครเคยบ๊วยหรือรองบ๊วยมาก่อน คุณสามารถดีดตัวเองออกมาได้ตลอดเวลาครับ

ยังมีหลายทีมครับที่พร้อมเป็นโรบินฮู้ดแบ่งแต้มให้ทีมท้ายตาราง ลองถามความรู้สึกคนที่เคยโดนมา 2 นัดติดได้ครับ…

สถิติ สถิติ สถิติ

จากจุดโทษทดเจ็บ 94 นาทีกับอีก 33 วินาทีเป็นประตูชัยที่มาช้าที่สุดของ แมนนซิตี้ นับตั้งแต่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยิง เซาธ์แฮมป์ตัน ในปี 2017 (95.04)

เจา คันเซโล่ เป็นนักเตะคนที่ 4 ที่ถูกไล่ออกในคืน Bonfire Night (การเฉลิมฉลองคืนกองไฟที่มีขึ้นทุกวันที่ 5 พย. ของทุกปีใน อังกฤษ)

1994 - ดอน ฮัทชิสัน vs เลสเตอร์

2006 - จอห์น เทอร์รี่ vs สเปอร์ส

2016 - สตีเฟ่น พีนาร์ vs บอร์นมัธ

2022 - เจา คันเซโล่ vs ฟูแล่ม

“เรือใบ” เล่น 10 ตัวอยู่นานถึง 64 นาที นับเป็นใบแดงที่เร็วที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ที่พวกเขาจบลงด้วยชัยชนะนับตั้งแต่มีนาคม 2014 พบ ฮัลล์ ซิตี้ (2-0 แวงซองต์ กอมปานี โดนไล่ออกนาทีที่ 10)

เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยิงไปแล้ว 16 ประตูจากการลงสนามในพรีเมียร์ลีกแค่ 10 นัด เป็นการทำประตูมากที่สุดหลังเล่นไป 10 นัดร่วมกับ หลุยส์ ซัวเรซ์ ที่ทำไว้จนถึงท้ายเดือนธันวาคม 2013

นับตั้งแต่ยิงประตูในเกม drbut ให้ ซิตี้ ในฐานะตัวสำรองที่ คิงพาวเวอร์ สเตเดียม อีก 5 ประตูต่อมาของ อัลวาเรซ ใน เอติฮัด มาจากการลงเป็นตัวจริงทั้งหมด

จาก 2 แอสซิสต์ในวันนี้ทำให้ เจมส์ แมดดิสัน มีส่วนร่วมโดยตรงกับ 22 ประตูในพรีเมียร์ลีกปี 2022 (13 ประตู 9 แอสซิสต์) มีเพียง แฮร์รี่ เคน (32), เควิน เดอ บรอยน์ (29) และ ซน เฮือง มิน (25) เท่านั้นที่ทำได้มากกว่าในปีนี้

นอกจากนี้ แมดดิสัน มีโอกาสยิงประตูในครึ่งแรก 6 ครั้ง เป็นตัวเลขที่มากที่สุดของแข้งจากตำแหน่งกองกลางในช่วง 45 นาทีแรกโดยคนสุดท้ายที่ทำสถิติตรงนี้คือ พอล ป็อก ที่มีโอกาสเท่ากันที่ 6 ครั้งและเจอกับ เลสเตอร์ ด้วย

ลีดส์ ยูไนเต็ด คัมแบ็คจากการตามหลัง 2 ประตูที่ เอลแลนด์โร้ด ในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2000 โดยเกมนี้เอาชนะ ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์เดียวกัน 4-3

หลังแพ้ สเปอร์ส ทั้งๆที่นำ 2 ลูกเมื่อสัปดาห์ก่อนทำให้ บอร์นมัธ กลายเป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีกที่นำคู่แข่ง 2 ลูกและลงท้ายด้วยความพ่ายแพ้ 2 นัดติตด่อกัน

ในวัย 20 ปีและ 283 วันทำให้ แซม กรีนวู้ด เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของ ลีดส์ ที่ยิงและแอสซิสต์ในเกมเดียวนับตั้งแต่ อลัน สมิธ เคยทำไว้ในเกมพบ แบร๊ดฟอร์ด ซิตี้ เมื่อปี 2001 (20 ปี 197 วัน)

จุดโทษของ โรดริโก้ ในนาทีที่ 3 เป็นประตูที่เร็วที่สุดในพรีเมียร์ลีกของ “ยูงทอง” ที่ เอลแลนด์โร้ด นับตั้งแต่ปี 2001 เมื่อ ร็อบบี้ คีน ยิงใส่ นิวคาสเซิ่ล ตั้งแต่นาทีที่ 2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...