โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"เบตง" หวั่นนกแอร์หยุดบิน กระทบท่องเที่ยว-แผนพัฒนาเมือง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ธ.ค. 2566 เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2565 เวลา 08.30 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

พื้นที่อำเภอ “เบตง” จังหวัดยะลา กำลังเป็นหมุดหมายใหม่ด้านการท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มคนไทย เป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง และมีแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่อย่างสกายวอล์ก ทะเลหมอกอัยเยอร์เวงที่ดึงดูดกลุ่มคนไทยเข้าไปเที่ยวอย่างล้นหลาม

และหลังจากที่สนามบินเปิดให้บริการ คนไทยยิ่งเดินทางสะดวกและง่ายขึ้น ทำให้ “เบตง” กลายเป็นประตูบานใหม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวคนไทยสู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าสนามบินที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อเมษายน 2565 ที่ผ่านมา

อาจต้องหยุดให้บริการอีกครั้งหลังจากสิ้นเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป เนื่องจาก “นกแอร์” ซึ่งปัจจุบันให้บริการอยู่เพียงสายการบินเดียวจะยุติให้บริการชั่วคราว เพราะแบกต้นทุนไม่ไหว

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “สกุล เล็งลัคน์กุล” นายกเทศมนตรีเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา และ “นรินทร์ เรืองวงศา” อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง (ยะลา) ถึงภาพรวมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของอำเภอเบตง หลังจากสนามบินเปิดให้บริการ รวมถึงแนวทางการตั้งรับหากสนามบินแห่งนี้ต้องหยุดให้บริการชั่วคราวอีกครั้ง ไว้ดังนี้

“สกุล เล็งลัคน์กุล” นายกเทศมนตรีเมืองเบตง ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากเบตงเปิดเมือง เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวดีมาก โดยสนามบินก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจของเมืองขยายตัวได้เร็วขึ้น เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกมากยิ่งขึ้น มีกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยเพิ่มขึ้น จากในอดีตที่การเดินทางสู่เบตงจะค่อนข้างลำบาก อย่างไรก็ตาม การเดินทางท่องเที่ยวก็ยังค่อนข้างมีข้อจำกัด เนื่องจากราคาค่าตั๋วโดยสารสายการบินสูงมาก

“นับว่าเป็นโชคดีของเมืองเบตงที่ตอนมีโควิดเราปิดประเทศ คนไทยออกไปเที่ยวต่างประเทศไม่ได้ เมื่อโควิดคลี่คลายทำให้คนไทยไปเที่ยวเบตงมากขึ้น บวกกับมีสนามบิน ทำให้คนไทยเดินทางง่ายขึ้น”

คาดปีนี้ นทท.ทะลุ 1 ล้านคน

“สกุล” บอกว่า ก่อนโควิด 2-3 ปี เบตงมีนักท่องเที่ยวกว่า 5 แสนคนต่อปี เป็นชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ในสัดส่วนประมาณ 80% มีคนไทยคิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ปี 2564 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 6-7 แสนคน และหลังจากที่โหมโปรโมตสกายวอล์กอัยเยอร์เวง และมีสนามบิน คาดว่าปี 2565 นี้เบตงจะมีนักท่องเที่ยวรวมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน

โดยในจำนวนดังกล่าวนี้พบว่านักท่องเที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์ยังเข้ามาในจำนวนที่ใกล้เคียงกับก่อนโควิด แต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมาจากคนไทยเป็นหลัก โดยปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30-40%

“ที่ผ่านมาเบตงมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์เต็มตลอดในช่วงวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวคนไทยเพิ่มขึ้น ทำให้โรงแรม ที่พัก และอาหารเริ่มไม่พอ ขณะที่นักลงทุนในท้องถิ่นยังรอประเมินสถานการณ์”

แผนพัฒนาเมืองสะดุด

ถามว่าหากสายการบินนกแอร์จำเป็นต้องหยุดบินและสนามบินต้องปิดชั่วคราวจะกระทบหรือไม่ “สกุล” บอกว่า กระทบแน่นอน เพราะที่ผ่านมาเมืองกำลังโต แต่ผู้ประกอบการยังไม่กล้าขยับในเรื่องของการลงทุนใหม่ที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่พรีเมี่ยมขึ้น ซึ่งหลายฝ่ายคาดหวังว่าการมีสนามบินจะทำให้เมืองสามารถยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และมาตรฐานของสินค้าและบริการในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้นได้

พร้อมบอกว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่มาเบตงเป็นคนชั้นกลางเป็นหลัก หลังจากที่มีสนามบินคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวคนไทยกลุ่มพรีเมี่ยมเข้ามามากขึ้น และทำให้โครงสร้างของเมืองเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ ได้นักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาเสริม ซึ่งหากเป็นไปในทิศทางนี้ นักลงทุนในท้องถิ่นจะกล้าลงทุนมากขึ้น เช่น ลงทุนโรงแรมและรีสอร์ตหรู มีร้านคาเฟ่ดี ๆ เกิดขึ้น เป็นต้น

ดังนั้น หากสนามบินมีความจำเป็นต้องปิดชั่วคราว จะทำให้เมืองขาดโอกาสในการพัฒนาหลาย ๆ ด้านแน่นอน

เจรจา 2 สายการบินเสริม

“สกุล” บอกว่า ในส่วนของสายการบินนั้นขณะนี้ทางเมืองเบตงอยู่ระหว่างการเจรจากับ 2 สายการบินที่ให้บริการเครื่องบินเล็กเพื่อมาให้บริการที่สนามบินเบตงเพิ่มเติม โดยหนึ่งใน 2 รายนี้มีเครื่องขนาด 9 ที่นั่ง และ 19 ที่นั่ง ที่พร้อมให้บริการแล้ว รอแค่ใบอนุญาตทำการบิน

ส่วนอีก 1 สายการบินนั้นมีเงื่อนไขระบุว่า เพื่อความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจคนในพื้นที่ต้องลงทุนด้วย

“วันนี้ตั๋วโดยสารเครื่องบินเบตงไป-กลับที่นกแอร์ให้กับบริษัททัวร์อยู่ที่ 7,000 บาทซื้อตรงกับสายการบินจะอยู่ที่ 6,000-7,000 บาทต่อเที่ยว ผมว่าสูงเกินไป ถ้าอยู่ในระดับ 3,000-4,000 บาทต่อเที่ยวตลาดยังรับได้”

เชื่อมต่อเบตงกับภูเก็ต-สมุย

“สกุล” บอกด้วยว่า สำหรับเมืองเบตงนั้น นักท่องเที่ยวกลุ่มหลักยังคงเป็นตลาดมาเลเซีย เนื่องจากมีพรมแดนติดกัน เดินทางสะดวกสบาย ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยนั้น ทางเมืองเบตงมีแผนเชื่อมต่อเส้นทางเบตง-ภูเก็ต, เบตง-สมุย ฯลฯ เข้ามาเสริมอีกส่วนหนึ่งด้วย โดยเน้นการบินระยะสั้น เพื่อให้สนามบินยังเปิดให้บริการต่อไปได้

รวมถึงเบตง-หาดใหญ่ (สงขลา) ที่มีการเชื่อมต่อการคมนาคมทางบกระหว่างกันอยู่แล้ว ซึ่งในมุมของการกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้น ทางเมืองเบตงต้องพึ่งพาบริษัทนำเที่ยวที่มีความเชี่ยวชาญทำการตลาดต่อไป

ประเด็นปัญหาดังกล่าวนี้อยากฝากให้ผู้มีอำนาจในการดูแลเรื่องสนามบินและสายการบินเร่งหารือโดยเร็ว เพื่อไม่ให้สายการบินหยุดให้บริการ เพราะจะกระทบกับหลาย ๆ ฝ่าย

“สกุล” ย้ำว่า หากถามว่าไม่มีสนามบินเบตง เรากระทบมากไหม ต้องบอกว่าในเชิงจำนวนนักท่องเที่ยวไม่กระทบมาก เพราะกลุ่มหลักคือนักท่องเที่ยวมาเลเซียยังมาได้ปกติ ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทยก็ยังเดินทางไปลงหาดใหญ่แล้วต่อรถตู้ได้ตามปกติ

เพียงแต่เมืองขาดโอกาสรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเครื่องบินไปส่วนหนึ่ง และเสียโอกาสในการพัฒนาตามแผนที่คาดหวังไว้เท่านั้น

ด้าน “นรินทร์ เรืองวงศา” อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ก่อนที่เบตงจะมีสนามบินและมีเครื่องบินให้บริการ ภาคการท่องเที่ยวของเมืองขยายตัวมาต่อเนื่องนับตั้งแต่สร้างสกายวอล์กอัยเยอร์เวง

ประจวบเหมาะกับเมื่อสนามบินเปิดและสายการบินเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์เมื่อ 29 เมษายน 2565 สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ก็มีส่วนช่วยอีกทางหนึ่ง อย่างน้อยก็ช่วยเติมนักท่องเที่ยวเข้ามาสัปดาห์ละกว่า 200 คน หรือ 900 กว่าคนต่อเดือน หรือกว่า 10,000 คนต่อปี

“นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้อาวุโส คนที่ไม่อยากนั่งรถจากหาดใหญ่มาเบตงอีก 4-5 ชั่วโมง ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ลงหาดใหญ่และนั่งรถมาก็ยังเยอะอยู่ เยอะกว่าที่นั่งเครื่องบินมา”

มาเลย์เข้า 3 หมื่นคน/เดือน

“นรินทร์” บอกว่า ขณะนี้ท่องเที่ยวเบตงจะเริ่มได้กลุ่มคนไทยที่ชัดเจนขึ้น และตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา เปิดด่านมาเลเซีย นักท่องเที่ยวมาเลเซียก็กลับมาเหมือนเดิม กลายเป็นว่าตอนนี้เริ่มจะเกิดปัญหาตรงที่พักแล้ว โดยเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่ห้องพักไม่พอรองรับ

โดยเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าเบตงผ่านด่านทางบกเฉลี่ยกว่า 3 หมื่นคนต่อเดือน เมื่อรวมกับนักท่องเที่ยวคนไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้เศรษฐกิจเบตงคึกคักมาก

“โรงแรม-ที่พัก” ไม่พอ

“นรินทร์” บอกด้วยว่า จากจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทำให้ปัจจุบันเมืองเบตงเกิดภาวะโรงแรม ห้องพักที่ได้มาตรฐานไม่เพียงพอสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว

โดยข้อมูลจากสมาคมโรงแรมเบตงระบุว่า ปัจจุบันอำเภอเบตงมีโรงแรมที่จดทะเบียนจำนวนประมาณกว่า 2,000 ห้อง และที่ไม่ได้จดทะเบียนอีกกว่า 2,000 ห้อง รวมคร่าว ๆ ประมาณ 5,000 ห้อง

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนที่เป็นบ้านเช่า ห้องพักที่เป็นโรงแรมขนาดเล็ก และอื่น ๆ รวมแล้วก็น่าจะประมาณหลัก 10,000 ห้อง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจำนวนห้องพักจะไม่เพียงพอสำหรับรองรับนักท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันก็ยังมีโรงแรมจำนวนหนึ่งที่ยังไม่เปิดให้บริการ

เล็งเจาะ “จีน-ฮ่องกง-ไต้หวัน”

และเพื่อให้การท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง เมืองเบตงมีวางแผนเพื่อไปทำตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีน, ฮ่องกง และไต้หวัน เนื่องจากเบตงเป็นเมืองที่มีคนจีนอาศัยอยู่จำนวนมากและมีจุดเด่นคือ อาหารอร่อย จึงมั่นใจว่าเบตงจะเป็นอีกหนึ่งเดสติเนชั่นของนักท่องเที่ยวจีน ฮ่องกง และไต้หวัน

อีกตลาดที่กำลังศึกษาคือ ตะวันออกกลาง เนื่องจากเบตงมีชาวมุสลิมจำนวนมาก หากประชาสัมพันธ์ออกไป ชาวตะวันออกกลางก็น่าจะมาเที่ยวเบตงมากขึ้นด้วย

“เราวางแผนว่าจะเจาะตลาดจีน โดยให้บินตรงจากกรุงเทพฯ ก่อนโควิดนักท่องเที่ยวจีนเริ่มทยอยเข้า เราก็วางแผนว่าเมื่อมีสายการบินบินตรงและราคาตั๋วไม่แพงมากจะทำให้เราทำตลาดได้ง่ายขึ้น”

พร้อมอธิบายว่า สำหรับสนามบินเบตงนั้นเริ่มแรกภาคการท่องเที่ยวเบตงไม่ได้มองแค่ตลาดเส้นทางกรุงเทพฯ-เบตงเท่านั้น โดยคาดว่าหากตั๋วราคาไม่สูงมากนักจะสามารถดึงตลาดอินบาวนด์เข้ามาเสริมตลาดมาเลเซียและสิงคโปร์อีกส่วนหนึ่งด้วย

แต่วันนี้ตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-เบตง สูงมาก อยู่ในระดับ 7,000 บาท เมื่อบวกกับค่าโรงแรม อาหาร ฯลฯ แล้ว ทำให้เป็นเดสติเนชั่นที่มีต้นทุนสูงมาก ไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...