“TISCODS” พร้อมสร้างความมั่งคั่ง…ผ่านพลังของ “หุ้นปันผลสูง” !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นทั่วไป” (Equity General) ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ และมีแนวโน้มจ่ายปันผลที่ดี มีปัจจัยพื้นฐานดี
ซึ่งมีบุคลิกของ “หุ้น Defensive” ที่ตอบโจทย์ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวและเงินเฟ้อสูง โดยยังสามารถสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวให้กับผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการหยิบยก “กองทุนรวมหุ้นไทย” ที่น่าสนใจและผลการดำเนินงานที่โดดเด่น มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“TISCODS”…ลุยหุ้นไทย “ปันผลดี+ปัจจัยพื้นฐานแกร่ง”
“ตลาดหุ้นไทย” ก็ได้ผ่านพ้นช่วงไตรมาส 3/65 และเข้าสู่ช่วงไตรมาส 4/65 ที่ถือเป็นโค้งสุดท้ายของปี ซึ่งสำหรับนักลงทุนหลายคนจดๆ จ้องๆ ว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจะเป็นเช่นไร
“แต่ถ้าหากพูดถึงผลประกอบการก่อนที่จะจบสิ้นปี ผลประกอบการระหว่างทางก็เป็นเรื่องที่นักลงทุนติดตามเช่นเดียวกันเพราะบางบริษัทก็จะมี ‘การปันผล’ ให้ระหว่างกาล ซึ่งการจะคัดเลือกหุ้นรายตัวด้วยตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก จึงมีผลิตภัณฑ์อย่างกองทุนรวมที่เป็นตัวช่วยในการคัดกรองหุ้นให้ได้อย่างดี”
โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิด ทิสโก้ ดิวิเดนด์ ซีเล็ค อิควิตี้” หรือ “TISCODS” ที่เป็นหนึ่งในภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด’ และยังเป็นกองทุนที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรสากลอย่าง “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” อีกด้วย
ซึ่งในส่วนของรายละเอียดเบื้องลึกของกองทุนและจุดเริ่มต้นนั้น ก็มีการได้จดทะเบียนกองทุนหรือจัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 30กันยายน 2559จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 4ตุลาคม 2565)มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 65,763,438บาท มีหน่วยลงทุนอยู่ที่ 8.77 บาทต่อหน่วยและ
“สำหรับตัวนโยบายการลงทุนของ ‘กอง TISCODS’ จะมีการคัดเลือกลงทุนเฉพาะในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ซึ่งเกณฑ์การพิจารณาจะประกอบไปด้วยการเติบโตของรายได้ที่สม่ำเสมอผลประกอบการที่ดีและสม่ำเสมอ กระแสเงินสดที่ต่อเนื่อง ระดับหนี้ที่ต่ำ และความสามารถในการแข่งขันที่สูง เป็นต้น โดยจะพิจารณาเลือกบริษัทที่มีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่คาดการณ์ในอนาคตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมและตลาด”
นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์ที่พิจารณาการคัดเลือกเพิ่มเติม อย่างการจ่ายปันผลโดยบริษัทต้องมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดีและสม่ำเสมอซึ่งจะมีการพิจารณาเป็นพิเศษในกรณีที่บริษัทดังกล่าวมีการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงขึ้นเนื่องจากจะสะท้อนถึงผลประกอบการและรายได้ของบริษัทที่เติบโตมากขึ้นรวมไปถึงแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต
หน้าตาพอร์ตหุ้น…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตของ ‘กอง TISCODS’ มีบุคลิกสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็น“หุ้นคุณค่า”(Value) เป็นสำคัญ
โดยข้อมูล ณ วันที่ 31สิงหาคม 65 สัดส่วนการลงทุนเป็นรายอุตสาหกรรมของ ‘กอง TISCODS’ จะประกอบไปด้วย
-กลุ่มธนาคาร 24.64%
-กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 15.83%
-กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค 12.43%
-กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 9.25%
-กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 9.12%
“ด้านผลการดำเนินงาน ‘กองทุน TISCODS’ (ณ วันที่ 31 ส.ค. 65) ก็เป็นอีกหนึ่งกองที่สามารถทำผลการดำเนินงานได้อย่างโดดเด่นโดยผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 6.86%ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.79% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานอยู่ที่ 17.08% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 13.03% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -43.18%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนการขายคืนไม่มีข้อกำหนดแต่มีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 3วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+3)
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆโดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทิสโก้ ,บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด หรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน TISCO My Funds
“หุ้นปันผล…ก็ถือเป็นหนึ่งสินทรัพย์ที่นักลงทุนไทยให้ความน่าสนใจด้วยการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่ผู้ลงทุน แต่การจะคัดเลือกหุ้นรายตัวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายจึงทำให้การลงทุนผ่าน ‘กองทุนรวม’ ก็เป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งยังสามารถตอบโจทย์ทางการเงินของนักลงทุนได้เหมือนเดิม”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน