โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

บ.รับเหมายังนิ่ง พรุ่งนี้ครบกำหนด จ่ายเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต เหุตเครนถล่มทับ 3 คนงานดับ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ก.ค. 2567 เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2567 เวลา 08.21 น.

อดีตกำนันดังตำบลหนองกุง ร้องเครนสร้างสะพานแห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ ทับลูกชายดับพร้อมเพื่อน 3 ศพ ผ่านมาเกือบ 2 เดือนไร้วี่แววเยียวยา ทั้งที่ทำบันทึกตกลงจ่ายสินไหม วอน ตร.บึงกาฬช่วย หวั่นอิทธิพล ไม่ได้รับความเป็นธรรม บุกร้องยุติธรรม-สื่อตีแผ่

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่สำนักงานยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ ที่ชั้น 4 ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ นายอุทัย อายุ 64 ปี อดีตกำนันตำบลหนองกุง ชาว ต.หนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นางสมัย อายุ 63 ปี ภรรยา นำเอกสารที่เป็นหลักฐานบันทึกแจ้งความและบันทึกการตกลงค่าสินไหมทดแทนร้องขอความช่วยเหลือกับฝ่ายกฎหมายสำนักงานยุติธรรมและสื่อมวลชน หวั่นไม่ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนทั้งที่ฝ่ายบริษัทคู่กรณีลงนามยินยอมต่อหน้าพนักงานสอบสวนและทนายความแล้ว

นายอุทัยกล่าวว่านายจิตติชัย เศรษฐนันท์ ลูกชาย ถูกเครนของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งทำงานก่อสร้างสะพานไทย-ลาว แห่งที่ 5 ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ล้มทับเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 พ.ค.67 ช่วงเวลา 21.20 น. พร้อมเพื่อนคนงานอีก 2 คนคือ นายวรวุฒิ อ้วนแก้ว และ นายสมพงษ์ เจียมรัมย์ ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ พร้อมแพทย์เวร รพ.บึงกาฬ ร่วมชันสูตร ตรวจที่เกิดเหตุ และรับเป็นคดีชันสูตรพลิกศพแล้ว แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินสินไหมชดเชยการเสียชีวิตจากบริษัทรับเหมาใหญ่เจ้าของเครนที่ล้มทับ และเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตเลย ที่ผ่านมาได้รับเงินค่าจัดการศพเพียง 40,000 บาทเท่านั้น

นายอุทัยกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ร.ต.อ.รัฐพล เดชนรสิงห์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ ได้ติดต่อประสานเพื่อตกลงค่าสินไหม กระทั่งมีการบันทึกตกลงค่าสินไหมกันที่ สภ.เมืองบึงกาฬ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.67 ระหว่างตัวแทนบริษัทรับเหมาใหญ่กับญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย โดยญาติผู้เสียชีวิตทั้งหมดเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนศพละ 500,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,500,000 บาท ก่อนจะต่อรองราคากันใหม่ 2 ศพแรกคงเหลือศพละ 200,000 บาท แต่ตนยอมลดจำนวนเงินลงเหลือ 400,000 บาท ซึ่งตัวแทนบริษัทคู่กรณียินยอมรับข้อเสนอ และจะจ่ายเงินให้ในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 45 วัน จากนั้นทุกฝ่ายลงนามในบันทึกตกลงค่าสินไหมทดแทน ต่อหน้าพนักงานสอบสวนที่เป็นสักขีพยาน

“จากวันที่บันทึกตกลงค่าสินไหมทดแทน และจากการติดต่อทางโทรศัพท์ผ่านพนักงานสอบสวนเพื่ออยากทราบถึงความคืบหน้าการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ก็ได้รับคำตอบว่า ฝ่ายบริษัทยังเฉยอยู่ ไม่มีการติดต่อมาอย่างใด จึงไม่มีความชัดเจนที่จะจ่ายเงินเลย ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากวันพรุ่งนี้ (27 ก.ค.) ก็จะครบ 45 วันตามที่บันทึกตกลงกันแล้ว ซึ่งไม่มั่นใจว่าทางบริษัทจะจ่ายค่าสินไหมให้ จึงนำเอกสารที่เป็นหลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับการเสียชีวิตของลูกชายมาร้องขอความเป็นธรรมต่อฝ่ายกฎหมายสำนักงานยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ และสื่อมวลชน ให้ช่วยประสานพนักงานสอบสวนและทางบริษัทคู่กรณีให้รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วย” นายอุทัยกล่าว

ด้านนางสมัยกล่าวทั้งน้ำตาว่า นายจิตติชัยเป็นลูกชายคนเดียวของตน เคยมีภรรยา แต่ได้หย่าร้างกัน และต้องรับภาระหาเลี้ยงครอบครัว ส่งเสียลูกสาว 1 คน ที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.2 จากการสูญเสียลูกชายซึ่งเป็นกำลังหลักสำคัญในการหาเลี้ยงครอบครัว โดยที่ยังไม่ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ นอนร้องไห้ทุกคืน เกรงว่าบริษัทรับเหมาคู่กรณีจะไม่ยอมจ่ายเงิน

“ทุกวันนี้เหมือนหมดที่พึ่ง จึงมาร้องขอความช่วยเหลือกับฝ่ายกฎหมายสำนักงานยุติธรรม และร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชนในครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย กรณีลูกชายถูกเครนของบริษัทล้มทับเสียชีวิต และหวังจะได้เงินส่วนนั้นเป็นค่าเลี้ยงดูและส่งเสียลูกสาวนายจิตติชัยได้เรียนหนังสือ เพราะทุกวันนี้ลำบากและเดือดร้อนมาก ต้องหยิบยืมเงินญาติพี่น้องเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือนและให้หลานไปโรงเรียน” นางสมัยกล่าว

นางสมัยกล่าวต่อว่า ตนกับนายอุทัยอายุมากแล้ว ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร จะไปรับจ้างก็ไม่ไหว หรือจะให้เทียวไปติดต่อกับตำรวจ สภ.เมืองบึงกาฬ ก็ไม่ไหว เพราะระยะทางไกลมากและไม่มีเงินค่าเดินทาง จึงขอความเห็นใจจากบริษัทรับเหมาเจ้าของเครนที่ล้มทับลูกชายเสียชีวิตรับผิดชอบโดยจ่ายค่าสินไหมทดแทนด้วย

ขณะที่ ดร.นฤพล เมนไธสง ที่ปรึกษากฎหมาย สำนักงานยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากได้สอบถามปัญหาความเดือดร้อนของนายอุทัยและนางสมัย ได้ให้คำแนะนำว่าให้รอการประสานจากพนักงานสอบสวน หากบริษัทคู่กรณีไม่ทำตามข้อตกลงและไม่ยอมเยียวยาจะได้มีการสั่งฟ้องบริษัทรับเหมาถึงอัยการ และอัยการส่งฟ้องศาลตามขั้นตอนของกฎหมายในลำดับต่อไป ซึ่งจะเป็นในส่วนของการฟ้องร้องค่าอุปการะบิดา-มารดา และบุตรที่กำลังศึกษาอยู่

ดร.นฤพลเผยว่า ส่วนในขั้นตอนต่อไปหากจำเป็นต้องขึ้นโรงขึ้นศาล สำนักงานยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ ก็จะมีกองทุนช่วยเหลือ ดูแลค่าใช้จ่ายให้ ไม่ต้องกังวลใดๆ เบื้องต้นได้บันทึกรับเรื่องและยื่นความจำนงขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม จากกการสอบทางโทรศัพท์กับ ร.ต.อ.รัฐพล ทราบว่า ตั้งแต่เกิดเหตุพนักงานสอบสวนไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามติดต่อคู่กรณีมาเจรจาเพื่อตกลงหาข้อยุติกันตลอด กระทั่งเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยเบื้องต้น และมีการบันทึกข้อตกลงค่าสินไหมทดแทนร่วมกันระหว่างบริษัทเจ้าของเครนกับญาติผู้เสียชีวิต แต่ถึงวันนี้เท่าที่ทราบคือยังไม่มีการจ่ายเงินกันแต่อย่างไร ทั้งนี้ ภายในสัปดาห์หน้า หากไม่มีความคืบหน้า พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหากับบริษัทและดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับญาติผู้เสียชีวิต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บ.รับเหมายังนิ่ง พรุ่งนี้ครบกำหนด จ่ายเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต เหุตเครนถล่มทับ 3 คนงานดับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...