โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประพาพิมพ์ ศกุนตาภัย : แม่ยาย ‘อภิสิทธิ์’ ผู้ช่วย ‘ปรีดี’ ในการซื้อบ้านอองโตนี

The101.world

อัพเดต 07 พ.ค. 2567 เวลา 17.24 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2567 เวลา 02.00 น. • The 101 World

ประพาพิมพ์ ศกุนตาภัย ไม่เพียงมีความพิเศษในแง่ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับอดีตนายกรัฐมนตรีไทยถึง 2 คน คือ เป็นหลานใกล้ชิดนายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส และเป็นแม่ยายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เท่านั้น แต่ประพาพิมพ์ยังเป็นผู้หญิงเก่งที่มีความสามารถ ทั้งในทางหน้าที่การงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และการสร้างความรักความอบอุ่นในครอบครัว

ชีวิตของประพาพิมพ์ปิดฉากลงไปแล้วก็จริง แต่เรื่องราวของเธอที่เป็นเรื่องระหว่างบรรทัดในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยไม่ควรจะเลือนหายไป

ประพาพิมพ์ ศกุนตาภัย (8 มิถุนายน 2477 – 18 สิงหาคม 2564)

กำเนิดและการศึกษา

ประพาพิมพ์เกิดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2477 เป็นธิดาคนแรกของหลวงประสาทศุภนิติ (ประมูล สุวรรณศร) กับอัมพา (สกุลเดิม ณ ป้อมเพชร์) เวลานั้น บิดาของเธอทำงานเป็นข้าหลวงยุติธรรมที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงขอประทานนามจากเจ้าแก้วนวรัฐ จะเห็นได้ว่าชื่อ ประพาพิมพ์ มาจากการผสมชื่อของบิดามารดานั่นเอง

กับมารดา ที่เชียงใหม่

ประพาพิมพ์เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมา พ.ศ.2483 หลวงประสาทศุภนิติย้ายมาทำงานในกรุงเทพฯ เธอจึงย้ายมาพำนักที่บ้านป้อมเพชร์ ถนนสีลม และเข้าเรียนที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ จนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

ในชั้นเรียนโรงเรียนเรยีนาเชลี ในภาพอยู่แถวหลัง ขวาสุด
ความเห็นของผู้ปกครองขณะเรียนเตรียมอุดม คือ ‘ไม่ดื้อ’ ลงชื่อผู้เป็นบิดา

เธอเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง ต่อมาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาด้วยคะแนนสูง จึงได้อยู่ห้องคิง จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ.2495 แต่หลังจากเรียนได้ 1 ปี เธอย้ายไปเรียนต่อที่อังกฤษ และเข้าเรียนเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยน็อตติ้งแฮม จนสำเร็จเศรษฐศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง ใน พ.ศ.2502

กับบิดามารดาในวันเดินทางไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ พ.ศ.2497

ชีวิตครอบครัว

เมื่อกลับมาทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ประพาพิมพ์ได้พบ พงศ์เพ็ญ ศกุนตาภัย ครั้งแรกจากการนัดกินอาหารของกลุ่มเพื่อนที่ร้านศรแดง ถนนราชดำเนิน หลังจากนั้นได้แต่งงานกันเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2504 ที่บ้านซอยสวนพลู

งานมงคลสมรส 5 มีนาคม 2504

พงศ์เพ็ญ ศกุนตาภัย สามีของเธอ เข้าทำงานเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ.2503 ต่อมาย้ายมาสอนที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ.2511 จนเกษียณอายุราชการเมื่อ พ.ศ.2534 หลังจากนั้นดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเป็นอาจารย์พิเศษในสถาบันการศึกษาอีกหลายแห่ง

ในปี 2505 ทั้งคู่ได้ลูกชายคนแรก คือ ‘อนวัช’ หรือกอล์ฟ ซึ่งได้ชื่อเล่นมาจากกีฬาโปรดของพงศ์เพ็ญ และในอีก 2 ปีถัดมา ได้ลูกสาว คือ ‘พิมพ์เพ็ญ’ หรือแตงโม อันที่มาจากไพ่ตองตัวโปรดของประพาพิมพ์ อย่างไรก็ดี เธอมักจะเรียกลูกสาวว่า ‘น้อง’ คงเพราะเป็นลูกคนสุดท้อง

ต่อมา อนวัช สมรสกับ ปริมวรา ชาลีจันทร์ ส่วนพิมพ์เพ็ญ สมรสกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

กับสามี และบุตร-ธิดา
ท่านผู้หญิงพูนศุข (ซ้าย) และอัมพา (ขวา) กับคู่บ่าวสาว พิมพ์เพ็ญ-อภิสิทธิ์ ในวันรับพระราชทานน้ำสังข์ 19 สิงหาคม 2531

หน้าที่การงาน

ประพาพิมพ์เริ่มทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2503 จนเกษียณอายุราชการ รวมเวลากว่า 34 ปี

เริ่มจากตำแหน่งเศรษฐกรผู้ช่วย ชุดการค้าและการชำระเงินระหว่างประเทศ ในฝ่ายวิชาการ ภายใต้คุณหญิงสุภาพ ยศสุนทร ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ซึ่งประพาพิมพ์เล่าว่า “ท่านเป็นคนเก่งอย่างหาตัวจับยาก เป็นคู่คิดที่สำคัญของท่านผู้ว่าการป๋วย จนท่านผู้ว่าการป๋วยถึงกับเคยปรารภว่า บางครั้งท่านไม่แน่ใจว่า ใครเป็นนายใครกันแน่!”

และงานที่ฝ่ายวิชาการในยุคนั้นต้องทำ ก็มากตามความสนใจของผู้ว่าการ เธอเล่าอย่างเห็นภาพว่า “คงเป็นที่ทราบกันดีว่า ท่านผู้ว่าการป๋วย ท่านมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมากมายเพียงใด ขอบเขตของฝ่ายวิชาการจึงต้องขยายกว้างไปด้วย หลายคนไม่เข้าใจว่า ทำไมเราจึงต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาการศึกษา โครงการแก้ปัญหาจราจร โครงการท่อระบายน้ำ ฯลฯ

กับอดีตผู้ว่าการฯ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ (เสื้อขาว)

ต่อมาในปี 2515 ประพาพิมพ์ย้ายมาเป็นผู้ช่วยหัวหน้าส่วนหนี้สาธารณะ แล้วปีถัดมาก็ย้ายกลับมาอยู่ฝ่ายวิชาการยาวถึง 11 ปี จนได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ และโฆษกของธนาคารฯ (ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรก) ในปี 2527 จากนั้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการต่างประเทศ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรการ ตามลำดับ

ตำแหน่งสุดท้ายของเธอ คือผู้ช่วยผู้ว่าการ สายที่ 4 ซึ่งดูแลรับผิดชอบงานสนับสนุน ทั้งฝ่ายการพนักงาน ฝ่ายการบัญชี ฝ่ายธุรการ และสถาบันฝึกอบรม โดยมีงานสำคัญ 2 เรื่อง คือการจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อ พ.ศ.2534 และการบูรณะวังบางขุนพรหมให้สง่างาม และเป็นพิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้

หัวหน้าคณะทำงานบููรณะตำหนักวังบางขุนพรหม และประธานคณะกรรมการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ธปท.

บ้านอองโตนี

เมื่อ พ.ศ.2513 รัฐบุรุษอาวุโสผู้ลี้ภัยอยู่ในประเทศจีนได้ย้ายไปพำนักในประเทศฝรั่งเศส ช่วงแรกอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ย่านถนน Emile du Bois ในกรุงปารีส ต่อมาจึงไปซื้อบ้านอองโตนี ซึ่งเป็นบ้านขนาดกลางหลังหนึ่ง บนถนน Aristide Briand ย่านชานเมือง ห่างจากปารีสไม่มากนัก ด้วยเงินจากการขายบ้านพูนศุข ถนนสีลม และบ้านถนนสาทร ซึ่งได้มีการทำเรื่องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการนำเงินออกนอกประเทศอย่างถูกกฎหมายในเวลานั้น

ในจดหมายส่วนตัวของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในขณะนั้น คือป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่มีไปถึง ‘ท่านอาจารย์’ ของเขา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2513 ได้กล่าวถึงประพาพิมพ์ในเรื่องนี้ไว้ด้วยว่า

เรื่องการซื้อบ้านที่ปารีส และการส่งเงินมาจากเมืองไทย…ผมได้เรียกคุณประพาพิมพ์มาสั่งการแล้วครับ…วิธีการดำเนินการส่งเงินออกและขออนุญาตนั้น คุณประพาพิมพ์ทราบดีอยู่แล้ว และเคยทำมาก่อน ผมแน่ใจว่าจะส่งมาได้ทันตามกำหนดและตามความประสงค์ ผมได้กำชับคุณประพาพิมพ์ว่า ถ้าขัดข้องตรงไหนให้รายงานให้ผมแก้ไขทันที ฉะนั้น ขอท่านอาจารย์และคุณพูนศุขอย่าได้เป็นห่วงเลยครับ

จึงนับได้ว่า เธอเป็นตัวเชื่อมสำคัญที่ทำให้การนำเงินจากการขายบ้านของท่านผู้หญิงพูนศุขในเมืองไทย ส่งไปซื้อบ้านอองโตนีที่ฝรั่งเศสนั้น เป็นไปได้โดยราบรื่นนั่นเอง ทั้งนี้ เพราะอัมพา มารดาของเธอ เป็นน้องสาวของท่านผู้หญิงพูนศุข ภริยาปรีดี พนมยงค์ ที่สนิทสนมกันมาก ดังที่ท่านผู้หญิงพูนศุขเล่าถึงอัมพาไว้ว่า

“เมื่อครอบครัวข้าพเจ้าประสบเคราะห์กรรม ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดไปอยู่ต่างแดนเป็นเวลา 20 กว่าปี อัมพารับภาระดูแลลูกสาวคนโตของข้าพเจ้าที่มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ และเป็นธุระช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ เช่น การทำบุญที่วัดพนมยงค์ประจำปี และช่วยจัดการขายทรัพย์สินของข้าพเจ้าที่พอมีอยู่บ้าง ส่งเงินไปให้ใช้ทันท่วงที

ปรีดี พนมยงค์ กับท่านผู้หญิงพูนศุข (ซ้าย) และอัมพา สุวรรณศร (ขวา)

ไม่เพียงเท่านั้น ในวาระสุดท้ายของรัฐบุรุษอาวุโส ณ โต๊ะทำงานในบ้านอองโตนี เมื่อปรีดีหมดสติไป บุคคลที่เป็นผู้ปั๊มหัวใจเพื่อพยายามยื้อชีวิตของเขาไว้ ก็คือ อนวัช ศกุนตาภัย ลูกชายของประพาพิมพ์นั่นเอง (ขณะนั้นเขากำลังเรียนแพทยศาสตร์) สุดา พนมยงค์ ธิดาของปรีดี กล่าวถึงความข้อนี้ไว้ว่า “แม้จะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะคุณตา [ปรีดี – ผู้อ้าง] ได้สิ้นใจแล้ว แต่ถือว่าเป็นกุศลเจตนาที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง

งานเขียน

นอกจากงานประจำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ประพาพิมพ์ยังเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาการเงิน การธนาคาร และเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย ดังมี แนวคำบรรยายการเงินและการธนาคาร ปรากฏอยู่เป็นพยาน ซึ่งเธอเขียนคำนำไว้อย่างถ่อมตัวว่า

นอกจากนี้ งานเขียนชิ้นสำคัญของเธอ ที่ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียนนั้น คือเรื่องของแม่ อนุสรณ์งานศพของอัมพา สุวรรณศร มารดาของเธอนั่นเอง เป็นหนังสือที่เธอเขียนชีวประวัติของมารดาอย่างมีชีวิตชีวา มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ผสมผสานกับการจัดวางคำไว้อาลัยอย่างลงตัว มีภาพประกอบจำนวนมาก น่าอ่าน

และเมื่อถึงวาระที่สุดแห่งชีวิตของประพาพิมพ์ ทายาทของเธอก็จัดทำหนังสือที่ระลึกให้ในลักษณะท่วงทำนองการเรียบเรียงแบบเดียวกัน อันนับเป็นการสืบสาน รักษา ต่อยอดได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งแทบจะไม่ปรากฏลักษณะเช่นนี้ในบรรณพิภพเลย

เรื่องของแม่ : อัมพา สุวรรณศร กับ ประพาพิมพ์ ศกุนตาภัย 2477-2564

หลักการดำเนินชีวิต

ประพาพิมพ์เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อ พ.ศ.2527 ถึงหลักในการดำเนินชีวิตเอาไว้ว่า “ถือคติในทางสายกลาง ไม่มีความคิดทะเยอทะยาน ที่อยากเด่นอยากดังอะไร หรือตำแหน่งที่มีความโดดเด่นจนเกินไป ผู้หญิงที่มีบทบาททางการงานสูง ๆ ก็ไม่ควรละเลยหน้าที่ในครอบครัว เพื่อความอบอุ่น และเป็นแม่ที่ดีของลูก ๆ ทำงานทั้งสองด้านให้ดีที่สุด ทั้งหน้าที่การงานและบทบาทในครอบครัว ไม่ควรละเลยด้านใดด้านหนึ่ง

ซึ่งในสายตาของลูกๆ เธอก็ทำได้อย่างน่าชื่นชม ทั้งๆ ที่มีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบสูง “คุณแม่ออกไปทำงานแต่เช้าและกลับมาเย็น ๆ จะว่างก็แค่สุดสัปดาห์ คุณแม่ก็จะแต่งบ้าน จัดสวน บ้านเราจึงสวยงาม น่าอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังหาอะไรอร่อย ๆ มาให้ หรือบางครั้งลงมือทำอาหารเองด้วยซ้ำ ในช่วงวันหยุดก็จะพาเราไปเที่ยว” นอกจากนี้ เธอยังมักจะขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียนเองอีกด้วย

ประพาพิมพ์-พงศ์เพ็ญ กับลูกหลาน

ลูกเขยอย่างอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เขียนถึงความอบอุ่นที่ประพาพิมพ์มีให้เขาเอาไว้ว่า “ระยะเวลาประมาณ 5 ปีก่อนที่จะแต่งงานกับแตง…มาร์คเข้าออกบ้านที่ซอยสวนพลูเกือบทุกวันเมื่อใดที่กลับมาเยี่ยมบ้านจากประเทศอังกฤษ ทั้งป้าพิมพ์และคุณยายของแตง [ถึงหมายอัมพา – ผู้อ้าง] จะเอาใจใส่ดูแลมาร์คกับแตงอยู่เสมอ หาอาหารที่เป็นของโปรดมาให้ทุกวัน ป้าพิมพ์จะแวะซื้อของ เช่น ขนมเบื้อง ที่รู้ว่ามาร์คชอบ…ทำให้มาร์ครู้สึกว่าได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นตั้งแต่ก่อนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว

กับหลานๆ ประพาพิมพ์เป็นทั้งย่าและยาย ที่หลานเรียกปนกัน จน พรีมา หลานคนโต นิยามคำเรียกใหม่ให้เป็น ‘คุณยี่’ ซึ่งอภิสิทธิ์กล่าวถึงความสัมพันธ์ในส่วนนี้ไว้อย่างกระชับว่า “ป้าพิมพ์เป็นคนคุยสนุก…มีอารมณ์ขัน ชอบให้คุยเรื่องสนุก ๆ เรื่องตลก และไม่เคยโกรธเคืองแม้เวลาที่ลูกหลานหยอกล้อ ป้าพิมพ์รักหลาน และช่วยดูแลหลานทุก ๆ คนตั้งแต่เล็กจนโต ตามใจเด็ก ๆ ไม่เคยดุ เป็นทั้งย่า ยาย และเพื่อน จนเป็นขวัญใจของหลานทุกคน

และสำหรับ ปราง หลานยาย เห็นว่า “คุณยายคือผู้ที่ให้ความรักและการสนับสนุนที่ดีที่สุด เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเรื่องช่วยเหลือผู้คน การให้ที่มากกว่ารับ

ประพาพิมพ์ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2564 และจากไปอย่างสงบในวันที่ 18 สิงหาคม 2564

คงไม่มากเกินไปถ้าจะสรุปอย่างรวบรัดว่า ชีวิตของประพาพิมพ์นั้น ได้ทำงานทั้งสองด้านอย่างดีที่สุดแล้ว ทั้งหน้าที่การงานและบทบาทในครอบครัว

เบื้องหลังความสุขของทุกคนในครอบครัว

บรรณานุกรม

  • ประพาพิมพ์ ศกุนตาภัย 2477-2564, 2567 เข้าถึงจาก https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:310258
  • ประพาพิมพ์ ศกุนตาภัย, แนวคำบรรยายการเงินและการธนาคาร, 2504 เข้าถึงจาก https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:89386
  • เรื่องของแม่ : อัมพา สุวรรณศร (ไม่ปรากฏปีตีพิมพ์)
  • อนุสรณ์เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์พิเศษพงศ์เพ็ญ ศกุนตาภัย, วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2556.
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...