สว.เครือข่ายบ้านใหญ่ อำนาจใหม่ เสียงชี้ขาดองค์กรอิสระ
คอลัมน์ : Politics policy people forum
สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 200 คน เข้าประจำการในสภาสูง
แลนด์สเคปการเมืองจากนี้ไปจะไม่เหมือนเดิม เพราะนอกจาก สว.ทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายจากสภาล่าง คือ สภาผู้แทนราษฎร ยังทำหน้าที่เห็นชอบองค์กรอิสระ องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ยื่นถอดถอนนายกฯ ถอดถอน สส. ในฐานะสมาชิกรัฐสภาได้อีก
กลายเป็นดุลอำนาจใหม่ โดยเฉพาะ สว.สายสีน้ำเงิน ที่ว่ากันว่าสามารถกุมสภาพสภาสูงได้เกินครึ่ง 160 เสียง+- ขณะที่ สว.สายสีส้ม เข้ามาราว 23 เสียง สว.ที่พยายามรวมกลุ่มต่อรองกลุ่มใหญ่อีก ราว 15 เสียง
ในวาระของ สว.ใหม่ 200 คน มีวาระ-ภาระชี้ขาดองค์กรอิสระ
ตัวอย่างเช่น ในปลายปี 2567 แกนหลักกรรมการ ป.ป.ช. ที่สานต่อมาจากยุค คสช. จะหมดวาระ 9 ปี เช่น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. สุวณา สุวรรณจูฑะ, วิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช.
และก่อนหน้านั้นยังต้องรับรอง ป.ป.ช.คนใหม่ แทน พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ ซึ่งมีผู้สมัครรับคัดเลือก 11 คน
คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ครบวาระ 6 คน จากทั้งหมด 7 คน คือ พล.อ.ชนะทัพ อินทามระ ประธาน, ยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์, พิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์, จินดา มหัทธนวัฒน์, สรรเสริญ พลเจียก, อรพิน ผลสุวรรณ์
ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ครบวาระในปี 2567 ถึง 2 คน คือ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และปัญญา อุดชาชน ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในเดือนพฤศจิกายน 2558
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ครบวาระในเดือนพฤศจิกายน 1 คน คือ สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน
ส่วน “องค์กรอื่นตามกฎหมาย” ที่ต้องใช้อำนาจ สว.เห็นชอบ คือ อัยการสูงสุด คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ประธานศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
ดังนั้น สว.ที่กุมเสียงได้เกินครึ่ง ย่อมกำหนดทิศทาง-ตัวบุคคล ขององค์กรอิสระ และองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ อาจไม่ต่างกับยุค คสช. 250 คน
กฎหมายร้อน รอวุฒิ
ส่วนกฎหมายสำคัญที่ต้องผ่านการเห็นชอบของ สว.ชุดนี้ ที่อาจตัดสินความเป็นไปของรัฐบาล อาทิ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 หรืองบฯกลางปี วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท
ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ซึ่งถูกกันงบประมาณ จำนวน 2.8 แสนล้านบาท มาใช้ขับเคลื่อนโครงการดิจิทัลวอลเลต
โครงการสำคัญ ๆ ของรัฐบาล ที่ต้องผ่านการออกกฎหมาย คือ โครงการแลนด์บริดจ์ โครงการ Entertainment Complex
กฎหมายที่สำคัญของพรรคร่วมรัฐบาล อย่าง ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ของพรรคภูมิใจไทย ยังเป็นประเด็นร้อนเรื่องการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด จนทุกวันนี้
กฎหมายเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจของพรรคก้าวไกล ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ร่าง พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร
ร่างกฎหมายที่อาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งทางการเมือง เช่น ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
รวมถึงการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข ต้องใช้เสียง สว. 67 เสียง
ที่มา มงคล เต็งจ๋า
วาระใหญ่วาระแรกของ สว.ใหม่ คือการเลือกประธานวุฒิสภา ข่าวลือหนาหู ถึงแคนดิเดตที่จะมานั่งเก้าอี้ประธานวุฒิสภา มีเพียง 1-2 ชื่อ
หนึ่ง “มงคล สุระสัจจะ” อดีตอธิบดีกรมการปกครอง เขาให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่า อยากขอเวลาเรียนรู้ก่อน เพราะถือว่ามาจากก้อนดิน ก้อนทราย เป็นลูกชาวบ้านธรรมดา การทำงานครั้งนี้ ต้องการทำหน้าที่เพื่อตอบแทน หลังจากก่อนหน้านี้เป็นข้าราชการ
“กระแสข่าวเรื่องการนั่งตำแหน่งประธาน สว. ทำให้ผมรู้สึกเครียด กดดัน การได้มาถึงจุดนี้ถือว่าเป็นบุญวาสนา”
หาก “มงคล” ได้นั่งเก้าอี้ประธานวุฒิสภา เขาจะมาถึงจุดสูงสุดที่ไม่เคยถึง เพราะย้อนไปในช่วงปลายชีวิตข้าราชการปกครอง ในยุคที่มี ชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็น รมว.มหาดไทย “มงคล” ถูกดึงจากผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เข้ามาเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และขยับไปเป็นอธิบดีกรมการปกครอง และสำคัญกว่านั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้เขาเป็น ปลัดกระทรวงมหาดไทย
เกือบจะได้เป็น “สิงห์ทอง” (รัฐศาสตร์ รามคำแหง) คนแรกที่ได้เป็นปลัดกระทรวง แต่ทันใดนั้นก็ถูกแรงต้านจากทุกสารทิศ โดยเฉพาะกลุ่มสิงห์ดำ (รัฐศาสตร์ จุฬาฯ) ที่พุ่งเป้าเรื่อง “ความอาวุโส” ลำดับ 54 ท้ายสุดในบัญชี ซี 10 สุดท้ายเขาไม่อาจทนแรงต้าน ประกาศไม่ขอรับตำแหน่งปลัดมหาดไทย
ขณะเดียวกัน อธิบดีกรมการปกครองคนก่อนหน้า คือ “วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พานิช” ได้ยื่นร้องต่อ ก.พ.ค.มหาดไทย เรื่องการโยกย้ายไม่เป็นธรรมที่เด้งเขาไปเป็นผู้ตรวจ สุดท้าย ก.พ.ค.มหาดไทย สั่งคืนตำแหน่งให้ “วงศ์ศักดิ์” ส่วน “มงคล” ถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจ
หลังเกษียณอายุราชการ เขากลับไปทำไร่ผลไม้ที่บุรีรัมย์ แต่ไม่เคยห่าง “บ้านชิดชอบ” ในยุคที่ ทรงศักดิ์ ทองศรี เป็น มท.3 ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ “มงคล” ถูกตั้งให้มาเป็น “ประธานคณะทำงาน” ปรากฏตัวในวงประชุมที่กระทรวงมหาดไทย หาก “มงคล” ได้เป็นประธานวุฒิสภา เขาจะกลับมาอยู่ในจุดสูงสุด
บิ๊กเกรียง เพื่อนร่วม วปอ.
อีกหนึ่งตัวเต็งคือ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ.61 ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย
หลังจาก พล.อ.เกรียงไกร เกษียณอายุราชการ ได้มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 3972/2566 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2566 เรื่องการแต่งตั้งประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ของนายอนุทิน
บุญส่ง รองประธาน
ขณะที่ “บุญส่ง น้อยโสภณ” อดีต กกต. ชุด “ศุภชัย สมเจริญ” อดีตประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 ชื่อนี้ไม่อาจประมาทได้ เพราะติดโผ รองประธานวุฒิสภา
ย้อนกลับไป หลังจาก กกต.ถูกเซตซีโร่ ตามอำนาจของ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. อันเป็นกฎหมายลูกของรัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้ กกต.ชุด “ศุภชัย” ที่มี “บุญส่ง” ร่วมคณะ พ้นจากตำแหน่ง แต่เมื่อมี สว.ชุดใหม่ 250 คน “ศุภชัย” ได้เก้าอี้ “รองประธาน สว. คนที่ 2” ปลอบใจ ส่วน “บุญส่ง” มานั่งเป็นที่ปรึกษารองประธาน สว.
แม้ “บุญส่ง” ไปลงสมัคร สว.ที่ระยอง แต่ไม่เป็นอุปสรรค ที่จะพาตนเองเข้าสู่เวทีรัฐสภา ที่อาจขยับจาก “ที่ปรึกษา” เบื้องหลัง สู่เบื้องหน้า รองประธาน สว.
เกม สว.ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ใครเป็นใคร นี่คือดุลอำนาจใหม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สว.เครือข่ายบ้านใหญ่ อำนาจใหม่ เสียงชี้ขาดองค์กรอิสระ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net