โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ่อลุยแจ้งความ ม.2 ใส่ หน้ากากคาบูกิ ฟันแขนลูก ม.1 บาดเจ็บ โรงเรียนดังสระบุรี

Khaosod

อัพเดต 21 พ.ค. 2567 เวลา 08.06 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2567 เวลา 07.14 น.
พ่อลุยแจ้งความ ม.2 ใส่ หน้ากากคาบูกิ ฟันแขนลูก ม.1 บาดเจ็บ โรงเรียนดังสระบุรี

พ่อลุยแจ้งความ ม.2 ใส่ หน้ากากคาบูกิ ฟันแขนลูก ม.1 บาดเจ็บ โรงเรียนดังสระบุรี งงแจ้งโรงเรียน กลับถามว่า ลูกชายว่า มีพฤติกรรมหรือความประพฤติไม่ดีอะไรหรือเปล่า

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความพร้อมรูปถ่ายลงใน กลุ่ม ข่าวด่วนสระบุรี มีข้อความว่า “ลูกชายเพิ่งเข้าเรียนชั้น ม.1 รร.ประจำจังหวัดสระบุรี ถูกรุ่นพี่ ม.2 (มีเครื่องหมายที่เสื้อระบุว่าอยู่ ม.2) ใช้มีดฟันเป็นแผลที่แขนยาวประมาณ 4 ชม. เหตุเกิดใน รร.ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และตั้งแต่เปิดเรียนเข้าเป็นนักเรียนใหม่ของ รร.แห่งนี้เข้าสัปดาห์ที่ 2 ลูกชายยังไม่รู้จักใครมากนัก และยังไม่เคยมีเรื่องกับใคร

วันนี้ผมจึงเดินทางไปพบ ผอ.รร.เพื่อให้สืบสวน และหาตัวคนฟันมาลงโทษให้ได้ เพราะนักเรียนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงแบบนี้ เป็นอันตรายต่อนักเรียนคนอื่นและลูกชายอาจโดนอีกก็ได้ ผมสันนิษฐานว่า เด็กที่ก่อเหตุอาจเขม่นหรือไม่ชอบหน้าลูกชาย ด้วยเหตุผลอะไรไม่ทราบได้ แต่ที่ยอมรับไม่ได้คือ เด็กที่ก่อเหตุใช้ความรุนแรงกับเพื่อนนักเรียนด้วยกันถึงขนาดใช้อาวุธทำร้าย

โชคดีที่แผลไม่ลึกมาก ถ้าลึกถึงเส้นเลือดใหญ่ หรือโดนอวัยวะส่วนใดฉีกขาด หรือแทง ลูกชายอาจบาดเจ็บมาก หรือเสียชีวิตได้ ผมจะรอดูว่า รร.สืบสวนหาตัวนักเรียนที่ก่อเหตุได้หรือไม่ ซึ่งไม่น่ายาก

ผอ.รร.บอกว่าตั้งแต่เป็น ผอ.มา 4 ปี ไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้อันนี้ผมไม่ทราบได้ เพราะเพิ่งเป็นส่วนหนึ่งของ รร.ได้ไม่กี่สัปดาห์ นับตั้งแต่ลูกชายเข้าเป็นนักเรียนของที่นี่ แต่ผมคิดว่า เมื่อเกิดเหตุลักษณะร้ายแรงนี้ขึ้นแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายหรือเสียชื่อเสียงที่จะต้องซุกไว้ แต่เป็นสิ่งบอกเหตุว่าพฤติกรรมของเด็กมีความรุนแรงขึ้น และ รร. จะต้องรับมือ ด้วยความเข้มงวดระมัดระวัง และลงโทษจริงจังครับ

สิ่งหนึ่งที่ผมเสียใจวันนี้ นอกจากลูกชายถูกกระทำแล้ว รร.กลับมาสอบสวนลูกชายว่า มีพฤติกรรมหรือความประพฤติไม่ดีอะไรหรือเปล่า แทนที่จะมุ่งหาตัวคนผิดตัดต้นตอความรุนแรง ลูกชายผมไม่ได้เป็นนักเลง ไม่เคยใช้ความรุนแรงกับเพื่อนใน รร. ใจดีกับเพื่อนทุกคน อาจจะมีท่าทางกระด้างหรือยียวนบ้าง ก็ตามวิสัยเด็กผู้ชายทั่วไปสมัยนี้ แต่ไม่มีพิษมีภัยหรือทำร้ายใคร”

ล่าสุดวันที่ 21 พ.ค.2567 นายพูลเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี และ นางสุพัสตรา(สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี พ่อและแม่ ของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนโรงเรียนชื่อดังในจังหวัดสระบุรี ที่ถูกรุ่นพี่ ม.2 ดักฟันหน้าห้องน้ำใน รร.เดินทางมายัง สภ.เมืองสระบุรี เพื่อแจ้งความ และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ พ.ต.ท.จิระเดช กันทะสาน สว.สส.สภ.เมืองสระบุรี

นายพูลเดช เล่าว่า หลังเกิดเหตุ ตนเดินทางไปยังโรงเรียนเพื่อแจ้งให้ทาง ผอ.รร.ทราบว่าลูกตนเองถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งทางโรงเรียนแจ้งว่า ทางโรงเรียนจะหาตัวผู้ก่อเหตุด้วยวิธีการของทางโรงเรียน ซึ่งตนได้รับคำแนะนำมาว่า เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ร้ายแรง การที่เราจะไปแจ้งที่โรงเรียนอย่างเดียว มันน่าจะไม่เพียงพอ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นคดีอาญา และเป็นเรื่องที่สำคัญ

จึงมาแจ้งความลงบันทึกประจำวัน เพื่อดำเนินคดีไว้ที่ สภ.เมืองสระบุรี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบภายในโรงเรียน ซึ่งเมื่อเช้า รอง.ผอ.รร. โทรมาหาตนเองว่า อยากให้ทางตนมาแจ้งความไว้ ถ้าโรงเรียนจะดำเนินฝ่ายเดียวเกรงว่าจะไม่เต็มที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยากเข้าไปภายในโรงเรียนแต่เข้าไปไม่ได้ ยกเว้นแต่ว่าทางผู้ปกครองเข้ามาแจ้งความไว้ ตำรวจถึงจะเข้าไปได้ เพื่อเข้าไปช่วยในด้านของการสืบสวน

ซึ่งหลังเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ยังไม่ทราบตัวผู้ก่อเหตุ พยามตรวจสอบก้องวงจรปิด และเช็กในทางลึกว่ามีใครพบบ้างว่าเด็กที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ ซึ่งทางโรงเรียนได้วิเคราะห์ไว้ในวงกว้างเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง โดยคิดว่าเด็กอาจโดนทำร้ายจริง หรือเป็นไปได้ไหมว่าเด็กจะทำร้ายตนเอง ซึ่งถ้าเด็กทำร้ายตนเอง ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้เนื่องจากว่า เด็กอยู่กับครอบครัวด้วยความอบอุ่น และมีความสุข

ตนดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งไปรับ-ส่งทุกวัน เด็กไม่เคยไปไหนคนเดียว ส่วนเพื่อนที่คบหาก็เป็นเพื่อนที่ดี จะมีบ้างก็ไปตกปลากันในวันหยุด ซึ่งเด็กเพิ่งเข้ามาเรียนได้เพียง 1 อาทิตย์ และยังไม่มีเพื่อนมากมาย ส่วนในเรื่องที่เข้ามาแจ้งความนั้น ตนไม่มาแจ้งความหลังทราบเรื่องนั้น ตนเองก็มีความสงสารในตัวเด็กที่ก่อเหตุ ซึ่งถ้าแจ้งความไปแล้ว จะถูกดำเนินการในเรื่องคดี

โดยตนได้รับคำชี้แจงจากหลายฝ่ายว่าต้องมาแจ้งความไว้เพื่อให้ทางกฎหมายเข้ามาดำเนินการ ถ้าปล่อยไว้แล้วยังหาตัวผู้ก่อเหตุยังไม่เจอ อาจเป็นอันตรายกับเพื่อนนักเรียน

ด้าน ด.ช.เอ ที่ถูกฟันแขน เล่าว่า หลังตนเองกินข้าวกลางวันเสร็จ ไปรอเพื่อนหน้าห้องน้ำ จากนั้นได้เข้าไปฉี่ เมื่อฉี่เสร็จ ก็มีคนมาสะกิดตน 2 คน พอสะกิดปุ๊บก็ใช้มีดฟันเลย ตนเอาแขนรับไว้ และเมื่อถูกฟันตนมองหาไม้เอามาเพื่อป้องกันตัว จากนั้นรุ่นพี่ทั้ง 2 ก็วิ่งหนี ซึ่งตนทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

รู้แต่ว่าเป็นนักเรียน ม.2 แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร โดยคนฟันตนเองสวมหน้ากาก “คาบูกิ” ซึ่งตนเองคิดว่าเป็นคนที่เล่นเกมส์อยู่แล้ว ซึ่งผู้ก่อเหตุจะมีลักษณะ ตัวดำๆ คล้ำๆ ผอมๆ มาถึงก็มาฟันเลย โดยใช้มีดยาวประมาณ 1 ฟุต

โดยตนไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน เนื่องจากเพิ่งเข้ามาเรียนในโรงเรียนนี้ หลังเกิดเหตุไม่ได้แจ้งไปครู แต่ได้ไปที่บ้านเพื่อน และเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนจึงไปบอกแม่เพื่อน จากนั้นแม่เพื่อนจึงบอกกับแม่ตน ซึ่งแม่ตนมารู้เรื่องในวันที่ 19 พ.ค.ตอนค่ำๆ

ตอนนี้ตนคิดว่าไปโรงเรียนได้ตามปกติ ไม่ติดใจอะไร และไม่กลัว ซึ่งคาดว่าเรื่องที่ตนเองถูกฟันนั้น อาจจกิดจากตนเองทำตัวกวนไปหน่อยหรือเปล่า ซึ่งตนเองก็คิดว่าตนเองก็ไม่ใช่คนกวนนะ โดยส่วนตัวแล้วตนเองมีนิสัยที่ร่าเริง

ด้านพ.ต.อ.สุริยะ สุดกังวาน ผกก.สภ.เมืองสระบุรี กล่าวว่า การรับแจ้งความนั้นต้องให้ พ่อเด็กเป็นผู้เสียหาย โดยให้สอบปากคำพ่อ และส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกาย และจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และประสานไปยังโรงเรียน เพราะว่าเนื่องจากว่ายังไม่รู้ตัวผู้ก่อเหตุเป็นใคร

ถ้าสืบชื่อว่าต้องรู้ตัวผู้ก่อเหตุแน่นอน จากนั้นจะนัดพ่อผู้เสียหายมาอีกครั้ง ว่ารู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว จะแจ้งให้ทราบ จากนั้นจะนัดเด็กไปสอบที่ สหวิชาชีพต่อไป และหลังจากสอบเสร็จถึงแจ้งข้อกล่าวหาได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พ่อลุยแจ้งความ ม.2 ใส่ หน้ากากคาบูกิ ฟันแขนลูก ม.1 บาดเจ็บ โรงเรียนดังสระบุรี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...