โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ทุเรียนหลงพญาแลภูแลนคาออกตลาดแล้วคนแห่ซื้อถึงหน้าสวนช้าหมด อด!

77kaoded

เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2567 เวลา 03.31 น. • 77 ข่าวเด็ด

ชัยภูมิ – ในราคาไม่แพง กก.ละ 200 บาท ปีนี้ผลผลิตทุเรียนเหลือน้อยกว่าทุกปีใกล้หมดแล้ว คนพากันแห่ซื้อคิวยาวถึงหน้าสวน หวั่นจองไม่ทันหมดก่อน!

( 9 มิ.ย.67 ) ขณะที่ จ.ชัยภูมิ ในพื้นที่ ต.ท่าหินโงม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งถือเป็นอีกพื้นที่เหมาะแก่การปลูกทุเรียนบนเทือกเขาภูแลนคามากที่สุดของจังหวัดชัยภูมิ อีกจุดหนึ่ง และมีศักยภาพภูมิประเทศเหมาะสมบนเทือกเขาภูแลนคาบนเทือกที่ราบสูงของ จ.ชัยภูมิ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ภาคอีสาน)

ที่ประชาชนในพื้นที่พากันปลูกทุเรียนได้หลากหลายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมขึ้นชื่อไปทั่วประเทศในปัจจุบัน ทั้งพันธุ์ก้านยาว ,หมอนทอง และที่เป็นจุดเด่นที่สุดของที่นี่คือพันธุ์หลงลับแล หรือเป็นเอกลักษณ์ของทุเรียนที่ตั้งชื่อประจำจังหวัดชัยภูมิ ขึ้นคือพันธุ์หลงพญาแล ภูแลนคา (ที่ใช้ชื่อเจ้าเมืองคนแรก พระยาภักดีชุมพล(แล) หรือเจ้าพ่อพญาแล ผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิมาจนปัจจุบัน) ที่ในช่วงเข้าฤดูฝนปีนี้ทุเรียนที่นี่ก็จะเริ่มแก่จัดพอดี พร้อมตัดให้ลูกค้าได้แล้วในกิโลกรัม (กก.)ละ 200 บาท ในราคาไม่แพงในปีนี้ ซึ่งที่ผ่านมาประสบภัยแล้ง ให้ผลผลิตได้เพียง 35 % ของผลผลิตทุกปี

และในปีนี้เป็นที่คึกคักหลังคนที่ชื่นชอบรับประทานทุเรียนทราบข่าวว่า “ทุเรียนหลงพญาแล”ออกผลผลิตได้แล้ว จนพากันมุ่งหน้าเดินทางแห่มาถึงสวนในพื้นที่ซื้อไปรับประทานและฝากคนที่รักจนใกล้หมดแล้ว

ซึ่งนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมารอซื้อต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เคยได้ยินชื่อเสียงของรสชาติทุเรียน บนเทือกเขาภูแลน ทีมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งรสชาติด้วยความหวาน กรอบ อร่อย กรอบนอกนุ่มใน และกลิ่นละมุนไม่ฉุน เหมือนทุเรียนภาคใต้ หรืออื่น ๆ

ทำให้บรรยากาศในปีนี้ต่างมีประชาชนเดินทางมาจอดรถยนต์เข้าเลือกซื้อทุเรียน ของสวนทุเรียนต้นแบบของที่นี่ของ นายอุทัย สุระรัมย์ อายุ 53 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 390 หมู่ 3 บ้านห้วยหมากแดง ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับมอหินขาวแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อโด่งดังระดับโลกว่า”สโตนเฮนจ์เมืองไทย” เขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ เพื่อเลือกซื้อทุเรียนกลับไปรับประทานที่บ้าน ที่มีให้เลือกหลากหลายจำนวนมากทั้งทุเรียนก้านยาว หมอนทอง และพันธ์หลงลับแล จาก จ.อุตรดิตถ์ หรือ พันธุ์หลงพญาแลชัยภูมิ”เมื่อได้นำมาปลูกบนเทือกเขาภูแลนคา สูงกว่าระดับทะเลปานกลางกว่า 800 เมตร ได้ให้ผลผลิตที่ออกมาด้วยรสชาติ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งรสชาติด้วยความหวาน กรอบ อร่อย กรอบนอกนุ่มใน และกลิ่นละมุนไม่ฉุน ได้รับฉายานามเป็นทุเรียนหลงพญาแล แห่งเมืองพญาแล จังหวัดชัยภูมิ มาจนปัจจุบัน จึงเป็นนิยมเลือกซื้อกินทั้งที่สวน และนำกลับไปกินที่บ้าน ฝากญาติ พี่น้องเป็นจำนวนมากกว่าพันธุ์อื่นๆในราคาไม่แพงกิโลกรัมละ 200 บาท

นายอุทัย สุระรัมย์ วัย 53 ปี เจ้าของสวนได้นำชมสวนทุเรียนหลังบ้าน พื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ต้นทุเรียนกว่า 100 ต้น แปลงปลูกทุเรียนต้นแบบอำเภอเมืองชัยภูมิ มีทั้งพันธุ์ก้านยาว หมอนทอง และพันธ์หลงลับแล หรือหลงพญาแลชัยภูมิ ซึ่งเป็นทุเรียนที่นี้มีความล้ำลือกันว่าอร่อยมาก ที่มีความโดนเด่นของทุเรียนพันธุ์หลงลับแลแห่งเทือกเขาภูแลนคาที่นี้ ขณะนี้ผลทุเรียนในสวนที่รอดจากการร่วงล่นภาวะแล้ง กำลังทยอยแก่จัด และทยอยตัดขายให้กับลูกค้าที่มาเลือกซื้อหาถึงที่หน้าบ้านหน้าสวนที่ตั้งติดกับถนนสายหลักบ้านห้วยหมากแดง ไป ต.ท่าหินโงม อ.เมืองชัยภูมิ

ด้วยเอกลักษณ์ทุเรียนที่นี่ มีทั้งความแห้ง มัน ความอร่อย และกลิ่นไม่ฉุน เป็นเอกลักษณ์ของทุเรียนแห่งเทือกเขาภูแลนคา แต่ละปีชาวสวนทุเรียนแห่งนี้แทบจะไม่ต้องนำผลทุเรียนออกไปวางจำหน่ายให้เห็นกันตามท้องตลาดทั่วไป มีทั้งพันธุ์ก้านยาว หมอนทอง ราคาเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 160 – 200 บาท ที่สุดฮิต แพงสุดคือพันธุ์หลงลับแล ฉายานามเป็นทุเรียน”หลงพญาแล แห่งเมืองพญาแล จ.ชัยภูมิ”

ที่ทุกปีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวมอหินขาวขาว สุดยอดสโตนเฮนจ์เมืองไทย ผาหัวนาค ในอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ในช่วงหน้าฝนต่อปลายฝนต้นหนาว ในช่วงเดือนกรกฎาคม -สิงหาคมของทุกปี จะนิยมมาแวะซื้อหาทุเรียนที่นี่บริเวณหน้าสวน กลับไปเป็นฝากคุกคักทุกปี โดยไม่ต้องตัดส่งขายผ่านพ่อค้าคนกลาง

โดย นายอุทัย สุระรัมย์ อายุ 53 ปี เจ้าของสวนทุเรียนบ้านห้วยหมากแดง บอกว่าอีกปีนี้ในพื้นที่ฝนตกน้อย ได้มีการต่อท่อส่งน้ำให้กับต้นทุเรียนทุกต้น แต่ปีนี้ด้วยภาวะแล้งจัดกว่าทุกปีที่ผ่านมา น้ำบาดาลไม่พอใช้รดต้นทุเรียนกว่า 100 ต้น ที่ปลูกมามาต่อเนื่องแล้วกว่า 10 ปี ในช่วงทุเรียนติดผลช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผลทุเรียนได้ขาดน้ำล่วงล่นเสียหายไปมากกว่า 65 % ของผลทุเรียนติดลูก เหลือทุเรียนที่ลูกโตพอตัดขายได้ในช่วงนี้เพียง 35 % ของทุเรียนติดผล จากที่ทุกปีมีลูกทุเรียนตัดขายได้มากกว่า 7-8 ตัน มีรายได้ขายทุเรียนได้มากกว่า 8 แสนบาท หรือเหลือทุเรียนตัดขายได้ประมาณ 2 ตันกว่า ขายทุเรียนได้ไม่เกิน 3 แสนบาทเท่านั้น

ซึ่งตนเองจะมีการจดบันทึกระบุวันเริ่มติดผล วันเวลาที่เหมาะสมในการตัดทุเรียน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประทานทุเรียนสุกพอดีให้มีรสชาติอร่อย หวาน กรอบ ให้ได้กินทุเรียนในช่วงที่อร่อยที่สุด ในช่วงนี้ผลผลิตเริ่มทยอยแก่จัด ตัดทุเรียนขายให้ลูกค้าได้กินแล้ว ซึ่งทุเรียนที่ปลูกที่นี่ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวแวะซื้อไปกินต่างออกปากถึงความอร่อย เนื้อทุเรียนแน่น ไม่แฉะ และกลิ่นไม่ฉุนขนามนามให้เป็นทุเรียนแห่งเทือกเขาภูแลนคา เมื่อนักท่องเที่ยว เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศสดชื่นหน้าฝนบนมอหินขาว ผาหัวนาค บนอุทยานแห่งชาติภูแลนคาแล้ว ขากลับจะแวะเที่ยวชม ชิม ช้อป ทุเรียนในสวนของเกษตรกรได้อีกหลายสวน

รวมถึงสวนของตัวเอง และถือโอกาสซื้อกลับเป็นของฝากที่บ้าน ปีนี้สภาพอากาศที่แล้งจัด ทำให้สวนทุเรียน คาดไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งต้องมีการดูแลคุณภาพ ตั้งแต่การให้น้ำ การดูแลลูกผลทุเรียนอย่างใกล้ชิดโดยไม่ใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชเด็ดขาด ไปจนถึงการเก็บผลผลิตทุเรียนทุกลูกต้องแก่จัดก่อนตัดส่งขาย เพื่อให้ได้คุณภาพทุเรียนได้มาตรฐานตามกำหนด และไม่เก็บทุเรียนอ่อนไปขายให้นักท่องเที่ยวเด็ดขาด ซึ่งปีนี้ทุเรียนหลงพญาแล ภูแลนคาชัยภูมิ เหลือผลผลิตน้อยกว่าทุกปี ผู้สนใจโทรสั่งจองได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 093-3678753

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...