โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โจรยกเค้าบ้านนักธุรกิจ กวาดเงินสด-เพชร-ทอง หายกว่า 40 ล้าน พุ่งเป้าคนใกล้ชิด

Khaosod

อัพเดต 04 พ.ค. 2567 เวลา 19.06 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. 2567 เวลา 19.06 น.

โจรแสบยกเค้าบ้านนักธุรกิจ กวาดเงินสด-เพชร-ทอง หายกว่า 40 ล้านบาท พุ่งเป้าคนใกล้ชิด พบเปลี่ยนกุญแจลิ้นชักหวังตบตา ไม่รื้อทรัพย์สินอื่นในบ้าน

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 4 พ.ค. 2567 พ.ต.ต.ปัญญาพล ศรีเมฆ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้งมีเหตุลักทรัพย์ บ้านเลขที่ 6/9 หมู่ 5 ต.บ้านหม้อ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี จึงรายงาน พ.ต.อ.วันชัย ขาวรัมย์ ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี พร้อมประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพชรบุรี ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน 2 ชั้น พบนางวิรัลพัชร วิจิตตปัญญารักษ์ อายุ 68 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน ให้การว่า ตนไปอยู่บ้านพักที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อประมาณปลายเดือน เม.ย. และเพิ่งเดินทางกลับมาที่เพชรบุรีวันนี้ ปกติลูกสาวและลูกเขย คือ น.ส.อัญชลี วิจิตตปัญญารักษ์ อายุ 47 ปี และนายมานพ บุญพาไสว อายุ 41 ปี จะอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุด้วย แต่ทั้งคู่เดินทางไปต่างประเทศเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาและเพิ่งกลับมา ก่อนที่ตนจะให้ลูกเดินทางไปรับมาจากเชียงใหม่ และเดินทางมาถึงบ้านที่เพชรบุรีในวันนี้

นางวิรัลพัชร กล่าวต่อว่า เมื่อตนกลับมาถึงบ้านและเดินเข้าห้องนอนที่อยู่ชั้นบนของตัวบ้าน ปกติประตูห้องนอนจะไม่ได้ล็อกกุญแจ จะมีแม่บ้านเดินเข้าออกเพื่อทำความสะอาดในห้องเป็นประจำ ตนสังเกตเห็นลิ้นชักตู้ที่อยู่นอกห้องนอนมีลูกกุญแจที่เป็นลูกกุญแจใหม่ ไม่ใช่กุญแจเก่าที่ตนใช้คล้องลิ้นชักไว้

กุญแจลิ้นชักถูกเปลี่ยนเป็นอันใหม่

นางวิรัลพัชร กล่าวอีกว่า ตนจึงทุบกุญแจลิ้นชักออกดู พบว่าถูกขโมยเงินสดที่อยู่ในถุงกระดาษของธนาคาร จำนวน 5 แสนบาทไป แต่คนร้ายเอาถุงกระดาษใส่เงินวางใส่ไว้ในลิ้นชักตามเดิม ส่วนทองคำ น้ำหนักประมาณ 30 บาท ที่อยู่ในถุงผ้า คนร้ายเอาทองไปทั้งหมด โดยทิ้งกระเป๋าใส่ทองไว้ให้ดูต่างหน้า

นางวิรัลพัชร กล่าวต่อว่า ตนจึงรีบเข้าไปในห้องนอนเพื่อหาลูกกุญแจลิ้นชักที่อยู่ในตู้กระจกในห้องนอน แต่หาลูกกุญแจตู้ไม่เจอ และสังเกตเห็นว่าลิ้นชักตู้ภายในห้องนอนมี 2 ลิ้นชัก ถูกเปลี่ยนลูกกุญแจทั้ง 2 ลิ้นชักและมีการล็อกปิดสนิท ตนจึงไปเรียกลูกสาวให้มาดูว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น พบว่าที่ลิ้นชักมีร่องรอยการถูกงัดและมีร่องรอยคล้ายกับของมีคมฟัน

ทรัพย์สินมีค่าหายเกลี้ยง 40 ล้าน

ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพชรบุรีได้เก็บรายละเอียดและร่องรอยของคนร้าย โดยตัดลูกกุญแจลิ้นชักทั้ง 2 ลิ้นชักออก เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินมีค่าว่าสูญหายหรือไม่ ปรากฏว่าพอเปิดลิ้นชักพบกล่องใส่เครื่องเพชร เครื่องทอง วางอยู่ในลิ้นชักในลักษณะเดิม แต่ทรัพย์สินมีค่าในกล่องสูญหายทั้งหมด

นางวิรัลพัชร กล่าวว่า ภายในลิ้นชักห้องนอนมีทรัพย์สินเป็นเงินสด 1 ล้านบาท ที่ใส่อยู่ในซองของธนาคาร แหวนเพชรประมาณ 20 วง มูลค่าวงละกว่า 1 ล้านบาท รวมราคาประมาณ 20 ล้านบาท ทองคำรูปพรรณรวมกว่า 50 บาท มูลค่าประมาณ 2,100,000 เม็ดหยก 7 เม็ด รวมมูลค่าประมาณ 1,890,000 บาท สร้อยเพชร 7 เส้น รวมมูลค่าราคาประมาณ 14 ล้านบาท พระเครื่องเลี่ยมทอง ซึ่งรวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยรวมประมาณกว่า 40 ล้านบาท

ด้านนายมานพ บุญพาไสว ลูกเขย ให้การว่า ช่วงระหว่างวันที่ 10-17 เม.ย. ตนเดินทางไปต่างประเทศ แม่บ้านโทรไปแจ้งว่าพบความผิดปกติ คือปกติก่อนออกจากบ้านจะปิดประตูห้องน้ำไว้ แต่ที่มาเจอคือประตูห้องน้ำจะเปิด ส่วนไฟในบ้านกลางคืนจะเปิดไว้ แต่มาเห็นว่าไฟถูกปิด ตนไม่รู้ว่าคนร้ายมาก่อเหตุช่วงไหน เพราะปกติไม่เคยเข้าไปในห้องของแม่ภรรยา ส่วนกล้องวงจรปิดในบ้านเสียมาเกือบ 1 ปีแล้ว

โดยผู้เสียหายคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนใกล้ตัวและรู้ช่องทางเข้าออก รวมถึงรู้ที่เก็บทรัพย์สินภายในบ้าน เพราะคนร้ายไม่รื้อค้นห้องอื่นและส่วนอื่นในตัวบ้าน แต่เจาะจงมุ่งไปเฉพาะที่เก็บของมีค่าไว้เท่านั้น ซึ่งได้แจ้งข้อมูลผู้ต้องสงสัยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้ว และขอภาวนาให้จับคนร้ายให้ได้ เพราะทรัพย์สินที่สูญหายได้เก็บมาทั้งชีวิต

ด้านผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านค้าทอง ร้านเครื่องเพชร และเซียนพระเครื่องต่างๆ หากมีบุคคลนำทรัพย์สินไปจำหน่าย มีลักษณะท่าทางหรือมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ ไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้ ให้ช่วยแจ้งตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี หรือที่หมายเลข 191

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โจรยกเค้าบ้านนักธุรกิจ กวาดเงินสด-เพชร-ทอง หายกว่า 40 ล้าน พุ่งเป้าคนใกล้ชิด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...