โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

ยุคทองของหนังอาเซียน: เมื่อหนังท้องถิ่นกำลังแข่งกันทำลายสถิติ Box Office

BT Beartai

อัพเดต 10 ก.ค. 2567 เวลา 05.14 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2567 เวลา 11.00 น.
ยุคทองของหนังอาเซียน: เมื่อหนังท้องถิ่นกำลังแข่งกันทำลายสถิติ Box Office

เว็บไซต์ The Guardian ได้เผยแพร่บทความวิเคราะห์ถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในปัจจุบัน ที่แม้ว่า ณ ตอนนี้ ภาพรวมของฮอลลีวูดกำลังอยู่ในสภาวะเฉื่อย แต่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ท้องถิ่นของภูมิภาคอาเซียน ทั้งจากประเทศไทย และอินโดนีเซีย กลับประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ภาพของผู้คนทั้งชาวไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่กำลังถือกระดาษทิชชูที่ใช้ซับน้ำตาในโรงภาพยนตร์ กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย หลังจากที่พวกเขาได้เข้าชมภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ (How to Make Millions Before Grandma Dies) ภาพยนตร์ไทยจากค่าย GDH ผลงานของผู้กำกับ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ที่กำลังสร้างปรากฏการณ์เรียกน้ำตาจากผู้ชมไปทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคอื่น ๆ ของเอเชีย

หลานม่า เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของ เอ็ม (บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่ตัดสินใจดร็อปเรียน ได้อาสาเข้าไปดูแลอาม่า (แต๋ว-อุษา เสมคำ) ที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เพื่อหวังจะได้รับมรดก โดยหลังจากเข้าฉายในประเทศไทยมาตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน สามารถทำรายได้ประมาณการทั่วประเทศ 334 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2567) และกลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งหากรวมรายได้จากทุกประเทศที่เข้าฉาย จะทำให้หนังเรื่องนี้สามารถทำรายได้ทะลุหลัก 1,000 ล้านบาท

สัปเหร่อ

ถือเป็นความสำเร็จล่าสุดของภาพยนตร์ท้องถิ่นที่ผลิตในประเทศไทย และในภูมิภาคอาเซียน ที่สามารถดึงดูดผู้ชมได้ทั่วทั้งภูมิภาค และสามารถส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในระดับท้องถิ่นให้เติบโตขึ้นได้ ในขณะที่ฮอลลีวูดกำลังประสบภาวะเฉื่อยชาที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ประท้วงหยุดงานของบุคลากร จนทำให้การผลิตต้องล่าช้า

แรนซ์ พาว (Rance Pow) จากบริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการตลาดภาพยนตร์ Artisan Gateway กล่าวว่า “โควิด-19 และปัญหาในอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตของฮอลลีวูดนั้น ได้ส่งผลให้เกิดช่วงเวลาของการเติบโตขึ้นของภาพยนตร์ในระดับภูมิภาคและท้องถิ่น ที่บางครั้งก็ก่อให้เกิดเป็นสถิติใหม่ขึ้น”

ในอินโดนีเซีย ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง ‘KKN di Desa Penari’ (2022) หรือ ‘อาถรรพ์หมู่บ้านนางรำ’ (KKN in Dancer’s Village) ที่เข้าฉายในปี 2022 สามารถทำยอดจำหน่ายตั๋วได้สูงถึง 10 ล้านใบตามการรายงานของสื่อท้องถิ่น กลายเป็นภาพยนตร์ท้องถิ่นที่ทำรายได้สูงที่สุดในประเทศ รวมทั้ง ‘Mai’ (2024) หรือ ‘รักของไม’ ภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดีของเวียดนาม ที่ออกฉายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลายเป็นภาพยนตร์จากเวียดนามที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลทั้งในระดับประเทศ รวมทั้งในภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรป

ในขณะที่โรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกา กำลังประสบปัญหาจนต้องปิดตัวลง Cinema XXI เครือโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของอินโดนีเซียเมื่อปีที่แล้ว ในขณะเดียวกัน เครือโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของไทยก็กำลังจะเปิดตัวโรงภาพยนตร์แห่งใหม่ด้วยเช่นเดียวกัน

รศ.ดร. อุณาโลม จันทร์รุ่งมณีกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า ภาพยนตร์ไทยที่ประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดจากงบประมาณการผลิตที่สูงมากมาย รวมทั้งไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลก่อนที่หนังจะออกฉาย แต่การที่หนังเหล่านี้ได้รับการตอบรับจากผู้ชม เนื่องจากหนังเหล่านี้มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมทั้งความเกี่ยวข้องกับปัญหาของสังคมที่ร่วมสมัย รวมไปถึงช่องว่างระหว่างวัย

รศ.ดร. อุณาโลมกล่าวเพิ่มเติมว่า หลานม่าเป็นภาพยนตร์ที่ผสมผสานระหว่างความตลก แฟนตาซี และความสมจริงที่เกิดขึ้นในสังคม หนังเรื่องนี้มีการนำเสนอเรื่องราวที่เสียดสีวัฒนธรรมแบบไทย ๆ การเมือง ความเชื่อ และท้าทายบรรทัดฐานของสังคมไทย รวมทั้งการสำรวจถึงพลวัตภายในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน ทั้งการปฏิบัติต่อลูกชายและลูกสาวที่ไม่เท่าเทียมกัน ช่องว่างระหว่างคนหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ รวมทั้งการเลือนหายของประเพณีดั้งเดิมและภาษา

“นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมหนังเรื่องนี้จึงประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในอินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และรวมถึงประเทศอื่น ๆ (ที่มีประชากรเชื้อสายจีน) ด้วยอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของหนังเรื่องนี้มีความชัดเจนและความลึกซึ้งอย่างมาก” รศ.ดร. อุณาโลมกล่าว

วริศรา พนาเจริญสวัสดิ์ อายุ 30 ปี นักวิจารณ์ภาพยนตร์เจ้าของแฟนเพจบนโซเชียลมีเดีย Aquabbiew เป็น 1 ในผู้ที่แชร์ความรู้สึกน้ำตาซึม หลังจากที่ได้ชมหนังเรื่องหลานม่า โดยกล่าวว่าตัวเธอเองมองเห็นความคล้ายคลึงของเรื่องราวในหนังกับประสบการณ์ในครอบครัวของเธอ ซึ่งมีอาม่าที่เธอและแม่คอยดูแล ทำให้เธอรู้สึกประทับใจกับฉากที่ทำให้นึกถึงอดีต ไม่ว่าจะเป็นฉากบ้านของอาม่าที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งความทรงจำตอนที่ได้นอนข้าง ๆ อาม่า รวมทั้งพ่อแม่ของเธอเอง

วริศรากล่าวเพิ่มเติมว่า หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนตัวกลางในการสื่อสารระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า รวมทั้งอธิบายว่า ภาพเหล่านี้ยังสะท้อนถึงปัญหาสังคมภายในประเทศ ภาพของญาติ ๆ ที่ต้องถอดรองเท้าเข้าคิว และยืนเข้าแถวรอคิวในโรงพยาบาลอย่างไร้จุดหมายนั้นสะท้อนให้เห็นภาพของสวัสดิการการรักษาพยาบาลของคนไทย หากอาม่าเป็นคนรวย ก็คงจะมีชีวิตอยู่ได้นานมากกว่านี้

ธี่หยด

นรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เครือโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กล่าวว่า หนังไทยกำลังมีบทบาทสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในช่วง 10 ปีก่อนการเกิดโรคระบาด หนังไทยครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 20-35% แต่ในปี 2023 ตัวเลขดังกล่าวกลับพุ่งสูงขึ้นมากกว่า 60%

และในระหว่างเดือนมกราคมจนถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 69% โดยการเพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นจากความสำเร็จของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ และแม้ว่าภาพรวมของหนังไทยในปัจจุบันจะยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่เท่ากับช่วงก่อนเกิดโรคระบาด แต่ก็นับว่ายังอยู่ในแนวโน้มที่ดี โดย Major Cineplex มีแผนที่จะเปิดโรงภาพยนตร์สาขาใหม่ให้ครบ 15 แห่งภายในสิ้นปีหน้า

ปี 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีทองของหนังไทย ด้วยการเปิดตัวหนังสยองขวัญจักรวาลไทบ้าน ‘สัปเหร่อ’ (2566) (The Undertaker) และหนังสยองขวัญลี้ลับ ‘ธี่หยด’ (2566) (Death Whisperer) ที่สามารถทำรายได้ถล่มทลาย

รศ.ดร. อุณาโลมกล่าวว่า การที่รัฐบาลให้การสนับสนุนผู้สร้างภาพยนตร์มากขึ้นเพื่อรักษาความสำเร็จดังกล่าว รวมทั้งการสนับสนุนให้สามารถเข้าชิงรางวัลในระดับนานาชาติ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็ยังต้องมีการศึกษาในรายละเอียดเพิ่มเติม

ในขณะที่วริศรากล่าวเพิ่มเติมว่า โดยส่วนตัวเธอเชื่อว่าคนไทยโดยส่วนใหญ่ มีความต้องการที่จะดูหนังในโรงภาพยนตร์ เนื่องจากมันเป็นประสบการณ์ร่วมอีกแบบหนึ่งที่ต่างจากการรับชมผ่านช่องทางอื่น ๆ การได้ชมหนังสยองขวัญที่มีฉากสะดุ้งตกใจ หรือชมฉากแอ็กชันบนจอใหญ่ที่มีเอฟเฟกต์เสียง ทำให้ผู้ชมสามารถกรี๊ดไปด้วยกัน หรือในกรณีของหลานม่า ผู้ชมก็สามารถร่วมร้องไห้ไปด้วยกันได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...