โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดที่มาสองคาเฟ่สุดคาวาอี้ ที่ใช้ “อุ้งมือหมี” เป็นสื่อกลาง

นิตยสารคิด

อัพเดต 19 พ.ค. 2567 เวลา 21.42 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2567 เวลา 21.42 น.
kumanote-café-and-anakuma-cafe-cover

การเกิดขึ้นของร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ผุดเป็นดอกเห็ดในปัจจุบันนี้ ชี้ให้ทุกคนเห็นชัดเลยว่า “ความอร่อย” อาจจะไม่เพียงพอที่จะดึงดูดลูกค้าได้อีกต่อไป เมื่อขนมที่ถูกปากและเครื่องดื่มที่รสชาติกลมกล่อมยังต้องมาพร้อมกิมมิกที่สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้านให้เหมาะสำหรับสายถ่ายรูป คาเฟ่ที่มีน้องแมวน้องหมาสำหรับคนรักสัตว์ ทั้งยังมีคาเฟ่รูปแบบเฉพาะให้ผู้คนได้เลือกสัมผัสประสบการณ์ได้ตามไวบ์ที่ชอบใจ

เช่นเดียวกับ “คาเฟ่อุ้งมือหมี” ที่มีกิมมิกพิเศษอยู่ตรงการเสิร์ฟ ที่จะให้ลูกค้ารับเครื่องดื่มและขนมจาก “อุ้งมือหมี” นุ่ม ๆ ฟู ๆ แสนชุบชูใจ โดยมี “Kumanote Café” และ “Anakuma Café” จากประเทศญี่ปุ่นเป็นสองคาเฟ่ผู้นำทีมและใช้กิมมิกดังกล่าวในลักษณะคล้ายกัน ทว่าทั้งสองคาเฟ่นี้อาจมีความแตกต่างกันทางด้านแนวคิดที่น่าสนใจ

…อะไรคือความลับที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ความคาวาอี้? วันนี้จะได้รู้คำตอบกัน!

kumanote-cafe.com

Kumanote Café: บันไดขั้นสำคัญ เพื่อการก้าวเข้าสังคมอย่างมั่นคง
“Kumanote Café” หรือที่แปลตรงตัวว่า “คาเฟ่อุ้งเท้าหมี” เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน 2021 ที่เมืองโอซาก้า โดยมีลักษณะร้านเป็นแบบ take away ผนังคอนกรีตสีขาวซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน มีช่อง 2 ช่องเล็ก ๆ ช่องหนึ่งเปิดสำหรับสั่งซื้อและชำระเงิน ส่วนอีกช่องก็เป็นช่องรับสินค้า ด้วยลูกเล่นพิเศษที่ลูกค้าจะรอคอยมือหมีนุ่ม ๆ ยื่นทะลุกำแพงออกมาพร้อมน้ำและขนมที่สั่งในมือเพื่อให้ลูกค้าได้หยิบออเดอร์ของตนผ่านอุ้งมือนั้น และอาจมีการแตะที่อุ้งมือเบา ๆ เพื่อรับและส่งต่อกำลังใจดี ๆ ประจำวันให้กันและกัน โดยกระบวนการทั้งหมดนี้เป็นไปโดยไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าคร่าตากันเลย ทำให้บางเว็บไซต์ถึงกับขนานนามคาเฟ่แห่งนี้ว่าเป็น “สวรรค์สำหรับชาวอินโทรเวิร์ต” ของแท้ ยิ่งเมื่อตัวร้านเปิดขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 กำลังระบาด ก็ยิ่งได้รับความนิยมในแง่การลดการสัมผัสกันเข้าไปใหญ่

อย่างไรก็ดี การสร้างคาเฟ่อุ้งเท้าหมีแห่งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นไปเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์สุดคาวาอี้ หรือตอบโจทย์ลูกค้าสายอินโทรเวิร์ตเพียงฝ่ายเดียว หากแต่ยังเป็นสถานที่ทำงานในอุดมคติที่เข้ามาช่วยเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจของพนักงานที่สวมใส่ถุงมือหมีนั้นด้วย Kumanote Café ดำเนินการโดย “Mental Support” ซึ่งเป็นสถาบันที่ให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตและให้คำปรึกษาแก่บุคคลต่าง ๆ มามากกว่า 10 ปี ทั้งได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย สำหรับพนักงานผู้ที่ต้องการจะทำงาน แต่ยังไม่สามารถที่จะทำงานในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบเดิมได้ เนื่องด้วยความท้าทายจากปัญหาสุขภาพจิตและความอ่อนไหวที่พวกเขากำลังพยายามรับมือ

เว็บไซต์ในช่วงเปิดตัวคาเฟ่ระบุรายชื่อพนักงาน 6 คนที่เผชิญปัญหาที่แตกต่างกัน คนหนึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้ามากว่า 5 ปี และอยู่ในช่วงพักฟื้น อีกสองคนเผชิญกับการเป็นผู้มีบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูง (Highly Sensitive Person) ขณะที่อีกคนก็กำลังรักษาภาวะการปรับตัวผิดปกติ (Adjustment Disorder) และมีอีกคนที่กำลังเป็น “ฮิคิโคโมริ” หรืออาการการตัดขาดความสัมพันธ์ทางสังคม ส่วนคนสุดท้ายนั้น คือคุณแม่ลูกสองที่ลูกชายมีภาวะการเรียนรู้บกพร่อง และมีลูกสาวที่เป็นโรคบุคลิกภาพแปรปรวน ทำให้เห็นได้ว่า เพราะเหตุใดพวกเขาจึงยังไม่พร้อมที่จะเข้าไปเผชิญสังคมการทำงานดั้งเดิมแบบเต็มสูบ กระนั้นพวกเขาก็ยังใช้โอกาสนี้เป็นบันไดขั้นสำคัญสำหรับการเอาชนะความกลัวที่มีเพื่อพาตัวเองกลับสู่สังคมอย่างระมัดระวังและเป็นสุขได้อีกครั้ง

คาเฟ่แห่งนี้ยังเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจทำงานพาร์ตไทม์ด้วย แต่แทนที่จะสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ ผู้สมัครจะได้พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้จัดการร้าน เพื่อเข้าใจถึงความยากลำบากที่แต่ละคนเผชิญ และมุ่งช่วยเหลือผู้ที่มีบาดแผลเหล่านั้นให้สามารถรับมือกับความยากลำบากของตนเองได้

kumanote-cafe.com

kumanote-cafe.com

ยูอิจิโร่ ฮิรามูระ (Yuichiro Hiramura) ผู้ก่อตั้งคาเฟ่และเป็นหัวหน้าของสถาบัน Mental Support มองว่า ร้านกาแฟ Kumanote Café เป็นโอกาสในการสร้างพื้นที่ซึ่งมุ่งเน้นไปในส่วนของการรักษาและความปลอดภัย ทั้งยังเป็นการนำโอกาสและความมั่นคงมาสู่ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพใจที่ส่งผลให้ยากต่อการได้รับการว่าจ้างหรือรักษาตำแหน่งงานเดิม การไม่เปิดเผยตัวตน ไม่เปิดโอกาสให้ลูกค้าและพนักงานเผชิญหน้า สบตากัน รวมถึงการหลีกเลี่ยงสัมผัสทางกายโดยตรงด้วยการใช้ถุงมือ นับเป็นวิธีอันชาญฉลาดที่จะไม่สร้างความเครียดให้กับทั้งสองฝ่าย ซึ่งเหตุผลของการใช้หมีแทนที่จะเป็นสัตว์อย่างแมวที่น่ารักและเป็นที่นิยม ก็เพราะหมีให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างมั่งคงซึ่งทำงานได้ดีกว่า โดยเป้าหมายสูงสุดของร้านกาแฟแห่งนี้ ก็คือการสอนพนักงาน (ที่นับว่าเป็นผู้ป่วยเช่นกัน) ให้สามารถพึ่งพาตนเองและดูแลสุขภาพจิตของตนเองได้ ผ่านการใช้โอกาสการทำงานในร้านและสถาบัน เพื่อฝึกฝนทักษะที่สามารถต่อยอดในเส้นทางการทำงานอนาคตต่อไป

เมื่อพูดถึงกระแสตอบรับจากลูกค้า เว็บไซต์ thesmartlocal.jp ก็ได้รวบรวมเอารีวิวที่ผู้ใช้บริการเขียนในโลกออนไลน์ มาสะท้อนถึงความรู้สึกหลังได้รับบริการที่ต่างกัน โดยบ้างก็กล่าวถึงเรื่องความน่ารักของอุ้งมือหมีโดยเฉพาะว่า “ฉันไป Kumanote Café มา! แบร์ซัง (คุณหมี) น่ารักจริง ๆ !” ขณะที่ลูกค้าอีกคนก็แสดงความตื่นเต้นกับประสบการณ์รับออร์เดอร์จากอุ้งมือหมีเป็นครั้งแรก จนทำให้ใจสั่น ทั้งยังตั้งปณิธานว่าจะกลับมาลองชิมเมนูอื่น ๆ อีก แต่นอกเหนือจากความน่ารักแล้วก็มีลูกค้าที่สัมผัสถึงความรู้สึกสบายใจในการได้จับมือผ่านอุ้งมือหมีเช่นกัน หนึ่งในรีวิวโพสต์ว่า “ฉันก็แวะมาที่ Kumanote Café เหมือนกัน อุ้งมือของแบร์ซังนั้นนุ่มและน่ารักมาก แล้วเขายังให้ฉันได้จับมือด้วย มันฮีลใจฉันมาก~ พาร์เฟ่ต์ก็อร่อยเหมือนกัน”

และด้วยกระแสตอบรับที่เป็นไปค่อนข้างดี Mental Support จึงหวังว่าโครงการริเริ่มนี้จะค่อย ๆ กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านการรีวิวของลูกค้าทุกคน ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการขยายสาขาของคาเฟ่ลักษณะนี้และช่วยเหลือผู้อื่นในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ต่อไป อีกทั้งโมเดลธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของพนักงานก็อาจจุดประกายให้ร้านค้าอื่น ๆ ตระหนักและปรับปรุงระบบการทำงาน ให้พนักได้ทำงานได้อย่างสบายใจและเป็นสุขไม่แพ้ลูกค้าที่เข้าใช้บริการเช่นกัน

Kumanote Café
เว็บไซต์: kumanote-cafe.com
ปักหมุด: Osaka-fu, Osaka-shi, Chuo-ku, Uehonmachinishi 5-3-11, 1F

Anakuma Café: คาเฟ่หมีที่ขายกาแฟเพื่อโลก
ตัดภาพมาที่เมืองโตเกียว ในย่านฮาราจูกุ มีคาเฟ่อุ้งมือหมีอีกแห่ง ได้แก่ “Anakuma Café” (หรือที่แปลตรงตัวว่า “คาเฟ่หมีในโพรง”) ที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่า รอให้คนที่ผ่านไปผ่านมาได้เข้ามาทักทาย รับกาแฟจากอุ้งมือหมีนุ่ม ๆ พร้อมหยุมเล่นกันจนพอใจ โดยคาเฟ่ดังกล่าวนี้ก็มีลักษณะที่คล้ายคาเฟ่ที่เมืองโอซาก้าในมิติของความเป็น take away งดเว้นการเผชิญหน้ากันระหว่างพนักงานและลูกค้าในทุกขั้นตอน รวมถึงมีไฮไลต์สำคัญคือการได้รับออร์เดอร์ที่สั่งจากอุ้งมือหมี แต่เมื่อพูดถึงเรื่องราวเบื้องลึกแล้ว ทั้งสองแห่งกลับมีความแตกต่าง เนื่องด้วยประเด็นที่ต้องการสื่อสารต่างกัน

ร้าน Anakuma Café ตกแต่งด้วยสีเขียวสะดุดตาราวกับเป็นป่าในกรุง สอดคล้องกับประเด็นที่คาเฟ่ต้องการชู นั่นคือเรื่องของ “การตัดไม้ทำลายป่า” โดยตามเรื่องเล่าที่อยู่คู่กับร้านคาเฟ่ กล่าวกันว่าหมีผู้จัดการร้านนามว่า “Bols” (โบลร์) ต้องจำใจจากบ้านป่ามาสู่เมืองเพราะมีการตัดไม้ทำลายป่า และได้เปิดร้านกาแฟแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อทำความรู้จักและผูกมิตรกับมนุษย์ รวมถึงหวังจะปกป้องป่าซึ่งก็คือบ้านของเขา เจ้าหมียังทำงานเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้อย่างยั่งยืน ด้วยการจัดเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มแสนอร่อยให้กับมนุษย์ ผ่านนโยบายการใช้เมล็ดกาแฟที่ซื้อขายมาอย่างเป็นธรรม การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ และมีการนำรายได้ส่วนหนึ่งบริจาคให้กับองค์กรการกุศลที่ช่วยปกป้องป่าฝนด้วย สิ่งเหล่านี้นับเป็นอีกหนึ่งในวิธีที่ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนได้ตระหนักรู้ถึงปัญหาสภาพแวดล้อมมากขึ้น

และ Bols ก็ไม่ใช่หมีที่พลัดถิ่นจากป่ามาอยู่ในเมืองแค่ตัวเดียว เพราะที่ Anakuma Café นั้นมีพนักงานหมีถึง 8 ตัว ซึ่งแตกต่างกันทั้งรูปร่างหน้าตา (ดูได้จากรูปวาดในเว็บไซต์) และลักษณะนิสัย พวกเขาเข้าร่วมขบวนการช่วยขับเคลื่อนคาเฟ่แห่งนี้ ครอบคลุมไปถึงมิติของการดูแลและประชาสัมพันธ์ โดยมีหมีหนึ่งตัวที่ทำหน้าที่ดูแลช่องทางโซเชียลมีเดียของร้าน เที่ยวเล่นไปตามสถานที่ต่าง ๆ และเผยโฉมให้คนทั่วไปได้เห็น ส่วนอีก 7 ตัวที่เหลือ ก็จะแบ่งตารางเวรกันทำหน้าที่เสิร์ฟและเล่นกับลูกค้าผ่านช่องเล็ก ๆ ที่เอามือลอดออกมาได้ โดยอุ้งมือของแต่ละตัวก็จะมีสีที่แตกต่าง ทำให้รู้ชัดได้ว่าวันนี้เป็นกะงานของใคร และสำหรับใครที่อยากรู้จักหมีแต่ละตัวให้มากขึ้น หรือต้องการจะส่องตารางเวลาเข้างานของหมีตัวโปรด ก็สามารถดูได้ผ่านเว็บไซต์เพื่อนัดวันไปหาได้แบบไม่ต้องลุ้น เจ้าพนักงานหมีเหล่านี้ยังมีสินค้า เช่น สติกเกอร์คาแรกเตอร์น่ารัก ๆ จัดจำหน่ายไว้ด้วย เพื่อให้เหล่าขาจรที่โดนเจ้าหมีตก ได้ซื้อสะสมไว้เป็นที่ระลึก

anakuma.jp

คุณเอ (นามสมมติ) หนึ่งในลูกค้าที่เคยใช้บริการ Anakuma Café เล่าถึงเรื่องราวการค้นพบร้านแห่งนี้ให้ฟังว่า เธอรู้จักคาเฟ่แห่งนี้จากการดูคลิปในโลกออนไลน์ และพอเห็นพิกัดของร้านอยู่ในละแวกฮาราจูกุซึ่งเป็นย่านที่ไปบ่อยอยู่แล้ว จึงตัดสินใจลองแวะไป โดยเธอเองก็ประทับใจกับระบบการให้บริการที่เธอให้นิยามว่า “น้อยแต่มาก” ซึ่งหมายถึงการได้พบปะกับผู้คนน้อยมาก ๆ จนตัดปัญหาความรำคาญใจ เช่น ลูกค้าที่ไม่น่ารัก หรือพนักงานที่บริการแย่ ๆ ออกไปได้ทุกรูปแบบ เหมาะสำหรับชาวอยากเที่ยวแต่ไม่อยากสุงสิงกับใครสุด ๆ

กระนั้นก็ใช่ว่าคาเฟ่แห่งนี้จะไม่มีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับลูกค้าเลย เพราะสำหรับคุณเอแล้ว อีกหนึ่งความประทับใจที่มีไม่แพ้ความน้อยแต่มากนั้นก็คือ ลูกเล่นของเจ้าอุ้งมือหมีแสนน่ารัก ที่การันตีเลยว่าหากใครเป็นแฟนคลับหมีและความนุ่มฟูก็คงได้ฟินและกลับบ้านด้วยความรู้สึกฮีลใจไม่หยอก โดยเจ้าอุ้งมือหมีนี้จะไม่ได้โผล่มาแค่ตอนส่งออร์เดอร์เท่านั้น แต่จะโผล่มาคอยเอนเตอร์เทนเราตลอดเวลาการรอรับเครื่องดื่มด้วย และลูกค้าแต่ละคนก็จะได้เพลิดเพลินกับเจ้าอุ้งมือน้อย ๆ นี้ ไม่ว่าจะผ่านการหยุมมือกันเล่น การยื่นลูกอมมาให้ ทั้งยังมีการเขียนกระดานพูดคุยและขอบคุณลูกค้าแทนการส่งเสียงพูดคุยกันด้วย ซึ่งนับเป็นบริการที่คุ้มค่าคุ้มราคา แถมยังชุบชูใจสุด ๆ นอกจากนี้ทางร้านยังมีการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มพร้อมแก้วประจำเทศกาลต่าง ๆ ที่บอกได้เลยว่า “ทำถึง” เป็นที่สุด ยกตัวอย่างเช่นช่วงที่คุณเอไปเยือนร้าน ตัวแก้วพิเศษก็จะอยู่ในธีมฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นแก้วทรงหมีน้อยในชุดกระโปรง ตกแต่งด้วยดอกไม้นุ้บนิ้บ จนใคร ๆ ต่างก็ต้องซื้อหาพาเจ้าแก้วใบน้อยนี้กลับบ้านกันทั้งนั้น!

อย่างไรก็ดี เมื่อถามถึงประเด็นสภาพแวดล้อมที่ทางร้านให้ความสำคัญ คุณเอก็ให้ความเห็นว่าสิ่งที่แสดงอยู่ที่หน้าร้านอาจจะไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร แต่ถ้าลองเข้าไปทำความรู้จักและติดตามช่องทางออนไลน์ของร้านก็จะเห็นถึงการชูประเด็นดังกล่าวได้ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ เมื่อถามถึงโอกาสการแวะมาเยือนอีกครั้ง คุณเอก็ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า “ไปแน่นอนค่ะ!” โดยเธอเองก็อยากลองเมนูอื่น ๆ ของร้านที่นอกเหนือจากเครื่องดื่มคราวก่อน โดยเฉพาะเมนูขนมที่ยังไม่เคยลอง และที่สำคัญคืออยากเจอต้าวหมีตัวที่ 8 ที่อาจจะเดินเที่ยวเล่นอยู่แถว ๆ ร้านบ้าง เพื่อรับพลังฮีลใจที่มากกว่าอุ้งมือน้อย ๆ แต่เป็นต้าวหมีตัวกลมที่มาทักทายตรงหน้าแบบตัวเป็น ๆ ทั้งตัว

anakuma.jp

Anakuma Cafe
เว็บไซต์: anakuma.jp
ปักหมุด: Tokyo-to, Shibuya-ku, Jingumae 1-23-28

ที่มาที่แตกต่าง หากแต่เปี่ยมไปด้วยความน่ารักและเจตนาที่แสนดี ทำให้วันนี้คาเฟ่ทั้งสองกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองที่หากใครไปเที่ยวแล้วไม่ได้แวะไปเยี่ยมเยือน ก็คงนับว่าพลาดไม่น้อยเลย ดังนี้ใครมีโอกาสก็อย่าลืมไปลองชิมเครื่องดื่มและขนมแสนอร่อยที่รับได้จากมือพี่หมีกันดู รับรองว่าถ้ามีครั้งแรก คงต้องหาโอกาสไปซ้ำอีกแน่ ๆ !

ที่มา : บทความ “Kumanote Cafe: Get Served By A Bear Paw In A Wall, Which Actually Belongs To A Socially Awkward Staff” โดย Eunice Ng
บทความ “Japan’s Bear Paw Cafe: A safe space for staff with mental health challenges” โดย Oona McGee
บทความ “The Bear Paw Café: A Kawaii Way of Employing People With Mental Health Issues” โดย Shaun Fernando
บทความ “We pop into Bear Paw Cafe in Osaka… Actually it popped out to us” โดย Master Blaster
บทความ “Bear Paw Cafe” โดย Kim
บทความ “Cute Osaka Bear Paw Cafe, Kind workplace for people with emotional disorders” โดย Karino Ayako
บทความ “TRAVELIn Japan’s Newly Opened “Bear Paw Cafe,” Customer Service Has Been Reinvented” โดย Esther Boone
บทความ “Get your coffee from a bear paw at this unique hole-in-the-wall café in Harajuku” โดย Youka Nagase
บทความ “Bears serve environmentally friendly coffee and treats via a hole in the wall at new Tokyo cafe” โดย Katie Pask
เว็บไซต์ "anakuma.jp"
เว็บไซต์ "kumanote-cafe.com"

เรื่อง : บุษกร บุษปธำรง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

สัมผัสไวน์ให้ลึกซึ้งผ่าน Master of Wine

เดลินิวส์

ไฉน “หลิวปัง” ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น เป็นผู้นำแบบ “ร่วมทุกข์ได้ ร่วมสุขไม่ได้”

ศิลปวัฒนธรรม

สมเด็จพระพันวัสสา ทรงมีพระนามมาก ถึงกับรับสั่งว่า “จนจะจำชื่อตัวเองไม่ได้”

ศิลปวัฒนธรรม

เหตุใด จอมพล ป. หนุนการสร้าง “พระบรมรูปรัชกาลที่ 6” ที่สวนลุมพินี?

ศิลปวัฒนธรรม

เออิอีดอู๊ด! เสียงไก่ขัน มีหลายแบบ? สำรวจเสียงไก่ในชาติต่างๆ โดย เสฐียรโกเศศ

ศิลปวัฒนธรรม

กำเนิด “ลูกชุบ” สมัยอยุธยา ต้นตำรับใช้อัลมอนด์ ไม่ใช่ถั่วเขียว!

ศิลปวัฒนธรรม
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...