โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สาวใจโหด สาดน้ำมันทอดไก่ใส่หนูน้อยวัย 2 ขวบ แค้นทวงค่าห้องแม่เด็กไม่ได้

tvpoolonline.com

อัพเดต 20 พ.ค. 2567 เวลา 14.11 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2567 เวลา 07.11 น. • TV Pool

เกิดเหตุสลดสาวใจเหี้ยมใช้น้ำมันร้อนๆ ในหม้อทอดไก่สาดใส่ใบหน้าและทั่วตัว ปมแค้นทวงค่าเช่าห้องพักไม่ได้ สองแม่ลูกเป็นแผลพุพองเหวอะหวะทั่วใบหน้า คอ แผ่นหลัง หน้าอก และเต้านม ปวดแสบปวดร้อนทุกข์ทรมาน หวั่นติดเชื้ออันตรายถึงชีวิต

ล่าสุดวันที่ 20 พ.ค.67 เวลา 11.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาเด็กหญิง 2 ขวบ พร้อมแม่อายุ 25 ปี และยายอายุ 57 ปี ซึ่งสองแม่ลูกถูกน้ำมันร้อนๆ ราดตามใบหน้า ลำคอ หน้าอก แผ่นหลัง และตามลำตัว มีบาดแผลพุพอง บางส่วนผิวหนังลอกออกจนเห็นผิวหนังชั้นใน ส่วนยายบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขนซ้าย เพราะถูกหญิงสาวใจร้ายที่มาทวงค่าเช่าบ้านสาดน้ำมันร้อนๆ ในหม้อสำหรับทอดไก่ใส่ เดินทางไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลยันฮี และทำการแอดมิดในห้องปลอดเชื้อทันที โดยมี นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลยันฮี ทพญ.สุชาวดี สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด/กรรมการบริษัท และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยกรรมตกแต่ง รพ.ยันฮี ให้การต้อนรับและตรวจร่างกายทั้ง 3 คน

แม่อายุ 25 ปี เล่าทั้งน้ำตาว่า เหตุเกิดช่วงเที่ยงวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้พาลูกสาวไปหายายที่ห้องเช่าย่านสาธร เพราะอาศัยอยู่ใกล้กัน จากนั้นก็พากันนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งริมทางในซอย จู่ๆ นางป๊อบ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี ผู้ดูแลห้องเช่าของยายผ่านมาเห็นเข้าจึงปรี่เข้ามาทวงค่าเช่าห้องที่ค้างไว้อยู่ 2 หมื่นกว่าบาท ซึ่งแม่ก็ได้อธิบายกับนางป๊อบไปว่า ได้โอนเงินจ่ายให้เจ้าของห้องไปแล้ว 14,000 กว่าบาท เหลือค้างอีกประมาณ 8 พันบาท ซึ่งเจ้าของห้องก็อนุญาตให้จ่ายตอนสิ้นเดือนได้โดยมีข้อความในไลน์ที่คุยกันเป็นหลักฐาน

แต่นางป๊อบไม่เชื่อพยายามจะแย่งโทรศัพท์มือถือของแม่ไปดูข้อความในไลน์ แม่จึงใช้มือตีไปที่มือนางป๊อบ ก่อนที่นางป๊อบจะหันไปคว้าหม้อทอดไก่ที่มีน้ำมันร้อนๆ ของร้านอาหารตามสั่งมาสาดใส่แม่ ซึ่งขณะนั้นลูกสาวก็ยืนเกาะขาแม่อยู่ และยายก็ยืนอยู่ข้างๆ จึงทำให้ถูกน้ำมันร้อนๆ สาดใส่กันทั้ง 3 คน พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็รีบเข้ามาช่วยเหลือและเรียกกู้ภัยมาช่วยนำส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ส่วนนางป๊อบอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งแพทย์ได้ให้การรักษาแม่ ลูก และยาย แต่ทางโรงพยาบาลบอกว่าห้องปลอดเชื้อเต็ม และห้องพิเศษก็เต็ม หากจะต้องอยู่ห้องรวมก็เสี่ยงกับการติดเชื้อ ทางครอบครัวไม่รู้จะทำอย่างไร สามีจึงมารับแม่ลูกและยายกลับมาพักที่บ้านก่อนจะตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ เพราะแม่เห็นสภาพลูกน้อยแล้วสงสารจับใจ หากต้องเจ็บปวดแทนลูกได้แม่ก็จะยอมทำทุกอย่าง

หลังเกิดเหตุนางป๊อบได้ติดต่อมาเพื่อจะขอไกล่เกลี่ยแต่แม่ไม่ยอม จึงได้ไปแจ้งความที่สน.ยานนาวา เพราะต้องการจะเอาผิดกับนางป๊อบ ผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด เพราะว่าจิตใจโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ ขณะที่มีเด็กเล็กๆ และคนแก่ยืนอยู่ด้วยยังทำได้ลงคอ ตอนนี้ลูกสาวแม่ต้องนอนร้องไห้ตลอดเวลาเพราะปวดแสบปวดร้อนจากบาดแผลรอยไหม้และแผลพุพอง บวมเต่ง ตัวแม่เองก็เช่นเดียวกัน สำหรับครอบครัวเราโดยเฉพาะลูกสาว 2 ขวบ บาดแผลทางกายอาจจะรักษาให้หายได้ แต่บาดแผลทางใจคงจะไม่มีวันจางหายไปได้ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้านการรักษาและติดตามคดีให้ด้วย

หลังจากนางปวีณารับเรื่อง ได้โทรประสานกับ นพ.สุพจน์ คุณหมอตอบรับยินดีให้การรักษาทันที สำหรับเคสนี้น่าสงสารมาก โดยเฉพาะเด็กหญิงอายุเพียง 2 ขวบที่ยืนเกาะขาแม่อยู่อย่างไร้เดียงสา โดยที่ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่กำลังมีปัญหากันอยู่และโดนน้ำมันร้อนๆ สาดที่ใบหน้า ซึ่งน่าเป็นห่วงเกรงจะติดเชื้อเพราะไม่ได้รับการรักษาในห้องปลอดเชื้อ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องการรักษาทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของครอบครัวผู้เสียหาย โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานการช่วยเหลือและติดตามอาการของเด็กหญิง 2 ขวบและครอบครัวนี้ร่วมกับโรงพยาบาลยันฮี ในส่วนคดีความจะประสาน พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ผกก.สน.ยานนาวา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้บาดเจ็บ และติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ป๊ายปาย โอริโอ้” ขอออกจากวงการ สุดท้ายช็อตฟิล จะออกกี่โมง?

คู่รักดารามาเลเซียใจสลาย ลูกน้อยวัย 2 ขวบจมสระว่ายน้ำโรงแรมดับสลด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...