โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เร่งกู้พ่วง 18 ล้อคว่ำขวางถนน 1 วันยังไม่สำเร็จ ชาวบ้านเดือดร้อน รถติดหนัก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 ก.ค. 2567 เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2567 เวลา 08.38 น.

เร่งกู้พ่วง 18 ล้อคว่ำขวางถนน 1 วันยังไม่สำเร็จ ชาวบ้านเดือดร้อน รถติดหนัก

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถพยาบาลโรงพยาบาลสังขละบุรี ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถผ่านรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่พลิกคว่ำขวางถนนทางหลวงหมายเลข 323 (สังขละบุรี-ทองผาภูมิ) บริเวณเนินช้างร้อง หลัก กม.ที่ 263 ขณะเร่งนำผู้ป่วยที่เป็นเด็กส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ในตัวเมืองจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อที่พลิกคว่ำขวางถนนทำให้ถนนซึ่งเป็นถนนสายหลักขนาด 2 ช่องจราจร เหลือช่องทางให้สัญจรไปมาได้เพียง 1 ช่องทางเท่านั้น

ขณะที่ประชาชน นักท่องเที่ยว คนขับรถบรรทุก รถโดยสาร ต้องติดอยู่บนถนนนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้รถสะสมเป็นจำนวนมาก ระหว่างรอการกู้รถบรรทุกคันดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่สามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางตามเวลาที่วางแผนไว้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวกำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างมากให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว รวมทั้งบริษัทขนส่งในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากปัญหาการสู้รบระหว่างรัฐบาลเมียนมาและชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ส่งผลให้ช่องทางการค้าสำคัญๆ หลายพื้นที่ไม่สามารถขนส่งสินค้าข้ามแดนได้ ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทั้งไทยและเมียนมา หันมาขนส่งสินค้าผ่านช่องทางด่านเจดีย์สามองค์ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพิ่มขึ้นจนสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากปริมาณรถบรรทุกเพิ่มขึ้น ขณะที่ถนนทางหลวงหมายเลข 323 สังขละบุรี-ทองผาภูมิ เป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร ที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศของอำเภอสังขละบุรีที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน เส้นทางมีความสูงชันและคดเคี้ยว ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนนบ่อยครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งใช้เวลายาวนานในการแก้ไขเพื่อเปิดเส้นทางให้ใช้งานได้อีกครั้ง

ขณะที่เหตุการณ์รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ พลิกคว่ำในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 10.00 น. ของวานนี้ (7 ก.ค.67) แม้จะผ่านพ้นระยะเวลามากว่า 27 ชม.แล้วก็ยังไม่สามารถกู้รถบรรทุกออกจากเส้นทางได้ทั้งหมด เนื่องจากรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ มีน้ำหนักมาก ต้องรอรถเครนขนาดใหญ่จากกรุงเทพฯ ซึ่งผู้ประกอบการต้องจัดหามาดำเนินการ ซึ่งต้องใช้เวลา

จากการสอบถามผู้ประกอบการรถบรรทุกคันที่ประสบอุบัติเหตุให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า จะเร่งกู้รถให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ เนื่องจากตอนนี้ตัวรถบรรทุกลากจูงสามารถกู้ออกจากจุดเกิดเหตุได้แล้ว เหลือในส่วนของรถพ่วงที่มีสินค้าซึ่งเป็นของอุปโภคบริโภคที่จะส่งให้ลูกค้าในฝั่งประเทศเมียนมา ที่จะทำการกู้และเคลื่อนย้ายออกในลำดับต่อไป

ขณะที่ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี และอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ (สังขละบุรี) เข้ามาดูแลประชาชน นักท่องเที่ยว และจัดการจราจร ให้รถทยอยขึ้นลง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ขณะผ่านจุดที่เกิดเหตุ

มีรายงานว่า ที่ผ่านมา จังหวัดกาญจนบุรี โดยอำเภอสังขละบุรี ได้ร่วมประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งพบว่า อุบัติเหตุที่ผ่านมานั้น ทำให้ถนนชำรุดเร็ว ถนนไม่ปลอดภัย พฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนไม่เหมาะสม ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน โดยสถิติการเกิดอุบัติเหตุ ระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม-8 มิถุนายน 2567 สภ.สังขละบุรี ได้แจ้งการเกิดอุบัติเหตุหนัก 7 ครั้ง พร้อมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงแก้ไข เพื่อไม่ให้กระทบกับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมทั้งเสนอแนวทาง โดยให้ตั้งจุดตรวจร่วมวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วงที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์, ติดตั้งป้ายบอกพิกัดสัญญาณโทรศัพท์จากจุดเกิดเหตุ, กำหนดช่วงเวลาให้รถบรรทุกวิ่งโดยสามารถใช้เส้นทางได้ระหว่างเวลา 20.00-04.00 น. และขอความร่วมมืองดใช้เส้นทางวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เร่งกู้พ่วง 18 ล้อคว่ำขวางถนน 1 วันยังไม่สำเร็จ ชาวบ้านเดือดร้อน รถติดหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...