โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอาแต่พูดเรื่องตัวเอง รับฟังคนอื่นไม่เป็น ‘Conversational Narcissism’ นิสัยหลงตัวเองที่พบได้ระหว่างสนทนา

The Momentum

อัพเดต 23 มิ.ย. 2567 เวลา 15.25 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2567 เวลา 02.02 น. • THE MOMENTUM

เมื่อพูดถึง ‘ความหลงตัวเอง’ เราอาจนึกถึงคนที่คิดว่าตนเองเหนือกว่าใคร มีนิสัยโอ้อวด ถือตัว หรือเอาเปรียบผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด จนไม่มีใครอยากที่จะพบเจอ ทำให้คำว่าหลงตัวเองดูจะเป็นคำในแง่ลบเสียเหลือเกิน ถึงอย่างนั้นความหลงตัวเองก็ถือว่าเป็นลักษณะนิสัยอย่างหนึ่งที่ใครก็มีกันได้ และเราอาจเป็นคนนั้นโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน

เคยไหมที่คุยกับใครแล้วอีกฝ่ายเอาแต่พูดถึงเรื่องของตัวเอง บางครั้งรับฟังเรื่องของเราแบบขอไปที แล้วก็วกกลับมาเล่าเรื่องตัวเองอีกครั้ง สถานการณ์ธรรมดาเช่นนี้อาจเผยให้เห็นหนึ่งในนิสัยหลงตัวเองรูปแบบที่พบได้บ่อย เรียกว่า ‘Conversational Narcissism’ หรืออาการหลงตัวเองในการสนทนา ที่ผู้หลงตัวเองมักดึงบทสนทนาเข้าหาตนเองอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ใส่ใจจะฟังสิ่งที่คนอื่นพูดอย่างแท้จริง

“คนหลงตัวเองในการสนทนามักจะมุ่งความสนใจไปที่ตัวเองมากเกินไป และเมื่อคู่สนทนาชวนคุยเรื่องอื่น พวกเขาก็จะพยายามเชื่อมโยงเข้าหาเรื่องของตัวเองต่อไป” ไบรอัน เทียร์นีย์ (Brian Tierney) ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาและนักจิตอายุรเวท อธิบาย

เพียงแค่พูดเรื่องของตัวเองก็ถือว่าหลงตัวเองแล้วหรือ? แน่นอนว่าไม่ใช่ แต่การสนทนาคือเรื่องของการแลกเปลี่ยน คนโดยทั่วไปอาจรู้สึกผิดหรือละอายย้อนหลัง เมื่อเผลอเล่าเรื่องของตัวเองมากเกินไป โดยเฉพาะกับคนไม่สนิท เพราะแม้ว่าการสร้างสมดุลในบทสนทนาให้เราได้เป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟังจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่มันกลับไม่ได้ทำง่ายอย่างที่คิด แม้ยากที่จะยอมรับ แต่หลายครั้งเราอาจมีลักษณะของการหลงตัวเองได้เป็นธรรมดา

การศึกษาทางจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเอดินเบอระ (The University of Edinburgh) ในปี 2017 เผยให้เห็นว่า ยิ่งอายุมากขึ้นคนเราก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะเล่าเรื่องของตนเองจนเกินพอดีมากตาม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติ หากเราเผลอพูดเรื่องของตนเองมากเกินไปในบทสนทนา และไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นผู้หลงตัวเองเสมอไป

“ถ้าลองแบ่งบทสนทนาระหว่างคนสองคน แล้วพบว่า 80% ของบทสนทนาเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คนนั้นอาจเป็นผู้หลงตัวเองในการสนทนา”

รามานี ดูร์วาซูลา (Ramani Durvasula) นักจิตวิทยาคลินิกผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมหลงตัวเอง แนะนำวิธีสังเกตเบื้องต้นว่า คู่สนทนาและตัวเราเองเข้าข่ายเป็น Conversational Narcissist หรือไม่ ด้วยการพิจารณาว่า มีใครคนหนึ่งผูกขาดบทสนทนาไว้ที่ตนเอง หรือคอยขัดจังหวะเมื่ออีกฝ่ายเปิดปากพูดหรือเปล่า และนอกจากการเอาแต่พูดเรื่องของตนเองแล้ว ผู้หลงตัวเองในกรณีนี้อาจแสดงออกว่า ตนเองรู้ทุกอย่าง มีความรู้ความเข้าใจในทุกเรื่องเหนือกว่าใคร มอบคำแนะนำให้โดยที่ไม่ได้ร้องขอ และคำแนะนำก็มักจะอิงจากสถานการณ์ของตัวพวกเขาเองล้วนๆ

นิสัยหลงตัวเองในบทสนทนาเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ แต่ไม่ใช่อาการป่วย และนิสัยเช่นนี้ก็ไม่ได้ยากต่อการทำความเข้าใจ ในฐานะผู้พูดเราอาจพบกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก และรู้สึกอยากจะบอกใครสักคนขึ้นมา จึงไม่แปลกหากบทสนทนานั้นจะเต็มไปด้วยเรื่องของเราเอง เพราะอีกฝ่ายถูกจัดวางให้อยู่ในสถานะผู้รับฟังตั้งแต่แรก

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาตัวเอง และเอาใจเขามาใส่ใจเราอย่างแท้จริงถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะแม้จะสนิทกันแค่ไหน ก็คงไม่มีใครที่จะอยากรับฟังเรื่องราวที่เป็นปัญหาหนักใจของผู้อื่นมากจนเกินพอดี ขณะเดียวกัน จากมุมของผู้รับฟัง เมื่อมีใครมาขอรับคำปรึกษา การนำประสบการณ์ส่วนตัวมาแบ่งปันเป็นสิ่งที่ทำได้ ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ควรนำสิ่งที่เคยเจอไปตัดสินทุกสิ่ง และโยงทุกอย่างเข้าหาตัวเองทั้งหมด หรือเอาแต่เล่าเรื่องของตัวเองจนไม่ได้รับฟังอีกฝ่าย

ทำอย่างไรหากเราเจอกับคนหลงตัวเองในการสนทนา?

บทความจากเว็บไซต์ Wellandgood แนะนำวิธีในการรับมือกับนิสัยหลงตัวเองในการสนทนา ซึ่งหลักๆ ก็คือการทำตัวแบบเดียวกัน โดยพยายามหันเหบทสนทนามาที่เรื่องของตนเองหรือเรื่องอื่นบ้าง อาจทำได้โดยการจุดประเด็นใหม่ขึ้นมาพูดอย่างแนบเนียน หรือหากทำเช่นนั้นไม่ได้ผลก็จำเป็นต้องอาศัยความกล้าในการพูดตรงๆ ว่า “เราขอเป็นผู้พูดบ้างได้ไหม” เป็นเหมือนการส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายรับรู้ว่า นี่คือบทสนทนาของคน 2 คนที่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ได้ทั้งดีและร้าย

คงไม่ใช่เรื่องยากถ้าเราจะจัดการกับคนหลงตัวเองที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่หากต้องเจอกับคนที่หลงตัวเองคนเดิมบ่อยๆ หรือคนนั้นเป็นคนที่เราสนิทในระดับหนึ่ง อาจจัดการได้ด้วยการวางแผนล่วงหน้า บอกอีกฝ่ายว่าเรามีเวลาจำกัดในการพูดคุย หรือมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่อาจทำให้ไม่สามารถรับฟังได้อย่างเต็มที่ หากสนิทหรือใส่ใจกันจริง อีกฝ่ายจะต้องเข้าใจเงื่อนไขของเรา ไม่ใช่เอาแต่นึกถึงเรื่องหนักใจของตัวเอง

ไม่ว่าจะความสัมพันธ์แบบใด การเคารพซึ่งกันและกันและกำหนดขอบเขตของความสัมพันธ์ให้ชัดเจนถือเป็นสิ่งสำคัญ หากพยายามมาทุกวิถีทางแล้วพบว่า เราเหนื่อยใจ หมดพลังเกินกว่าจะอยู่กับความสัมพันธ์นี้ต่อไป การเดินออกมาหรือเว้นระยะห่างก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย

ที่มา

https://www.wellandgood.com/what-is-conversational-narcissism

https://www.menshealth.com/sex-women/a39145758/9-ways-to-tell-if-youre-gconversational-narcissism-doctor-ramani-durvasula-psychologist-explainsuilty-of-conversational-narcissism/

https://www.betterup.com/blog/how-to-know-if-im-oversharing

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...