ทำความรู้จักแผ่นดินไหวฉบับ 101 คืออะไร? เกิดจากอะไรบ้าง?
แผ่นดินไหว 101 : มันคืออะไร? เกิดจากอะไร? และวัดอย่างไร?
ใต้เท้าลงเราลงไป เป็นโลกที่ยิ่งใหญ่ หนักแน่นและรุนแรง ใครจะไปคิดว่าพื้นดินที่เรายืนอยู่นั้นกำลัง “ลอย” ตัวอยู่บนของร้อน ๆ ที่เรียกว่าแมกมาหลอมเหลว เจ้าสิ่งแหละที่มีพลังอย่างมากมายมหาศาล และมันได้ทำให้พื้นดินที่บ้านของเราตั้งอยู่เคลื่อนได้! ใช่แล้ว ด้วยความเร็วราว 0.6-10 เซนติเมตรต่อปี นั่นพอ ๆ กับอัตราการยาวของเล็บ (3 มิลลิเมตรต่อเดือน) ต่อไปเมื่อเราตัดเล็บให้ระลึกไว้เสมอว่าแผ่นดินก็กำลังเคลื่อนที่เช่นกัน (gat เชื่อมโยงเต็มร้อย)
แล้วมันทำให้ #เกิดแผ่นได้ไหวได้อย่างไรกันล่ะ? เหตุผลก็เพราะว่าแผ่นเปลือกโลกของเรานั้นไม่ได้เป็น “แผ่นเดียวกัน” นักธรณีวิทยาได้แบ่งแผ่นเปลือกออกเป็น 7 แผ่นด้วยกันประกอบไปด้วย แผ่นทวีปแอฟริกา, แอนตาร์กติก, ยูเรเชีย, อินโด-ออสเตรเลีย, อเมริกาเหนือ, แปซิฟิก และอเมริกาใต้ ซึ่งเจ้าแผ่นทั้งเจ็ดนี่แหละ ต่างเคลื่อนที่กันไปคนละทิศละทาง บางครั้งก็เคลียร์กันดี แต่บางครั้งก็ทะเลาะกันจนชาวบ้านเค้าเดือดร้อน
เช่นแผ่น A จะไปทางซ้าย แต่แผ่น B จะไปทางขวาพวกมันจึงสวนทางกันโดยขอบของแต่ละแผ่นแนบชิดกระทบกระทั่งกัน งานนี้ไม่มีใครยอมใคร การระเบิดของพลังงานศักย์จึงเกิดขึ้นและกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “แผ่นดินไหว” นั่นเอง โดยความรุนแรงนั้นจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการกระทบกระทั่งกัน ไม่ยอมเคลียร์กันสักที เก็บไว้นาน ๆ เลยระเบิดออกมา (ดังนั้นเวลามนุษย์มีปัญหา ก็พยายามระบายออกมาบ้างนะ : ข้อคิดจากแผ่นดินไหว)
ส่วนใหญ่แล้วโลกเกิดแผ่นดินไหวราว ๆ 50 ถึง 80 ครั้งทุกวัน แต่ส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็กที่เราไม่ค่อยรู้สึก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บอกว่าดีแล้ว ระบายความเครียดออกมาบ่อย ๆ แต่เบา ๆ ดีกว่าเก็บกดไว้นาน ๆ จนบ้านเมืองพังจนเป็นเหตุการณ์เศร้า นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอีกมากมายเกี่ยวกับประเภทคลื่นแผ่นดินไหว ซึ่งเก็บไว้ให้เป็นปัญหาของนักธรณีวิทยาดีกว่าเนอะ
แล้วนักวิทยาศาสตร์ #วัดมันอย่างไร? เครื่องมือการวัดนั้นถูกพัฒนาโดย Charles F. Richter กับ Beno Gutenberg ซึ่งมีชื่อว่า Seismogram แต่ชื่อของริกเตอร์ถูกจดจำมากกว่า ทำให้นักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ เลยเรียกหน่วยวัดแผ่นดินไหวว่า “ริกเตอร์” กันอย่างแพร่หลาย (แต่จริง ๆ แล้ว Richter ไม่เคยต้องการให้ใช้ว่าริกเตอร์เลย เขาต้องการให้ใช้คำว่าแมกนิจูดมากกว่า แต่ก็หยุดไม่อยู่แล้ว)
โดยเครื่องนี้จะตั้งอยู่บนฐานที่มีความมั่นคงโดยติดตั้งเซนเซอร์บันทึกการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่นดินส่งออกมา ทำให้มันสามารถวัดการสั่นสะเทือนได้แม้แต่แผ่นดินไหวเล็ก ๆ ที่เรารู้สึก อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้อย่างชัดเจน ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่และที่ไหน หากในอนาคตประสบความสำเร็จในการคาดเดาการเกิดแผ่นดินไหว ก็จะสามารถช่วยชีวิตและทรัพย์ได้อีกมากมาย เรายังคงรอวันนั้นอยู่
ซึ่งพื้นที่ที่มีภูเขาไฟมากที่สุด และแผ่นดินไหวมากที่สุด มีชื่อเรียกว่า… (หลายคนคงเคยได้ยิน) Ring of Fire หรือวงแหวนแห่งไฟนั่นเอง เนื่องจากเป็นพื้นที่นี้เป็นที่พบปะกันของแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่น ทำให้เกิดรอยแยกมากที่สุดในโลก และรอยแยกนั้นทำให้เกิดผลข้างต้น โดยมันตั้งอยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก หากได้ดูแผ่นที่แล้วจะเข้าใจได้เลยว่า ทำไมประเทศญี่ปุ่นจึงเจอเหตุการณ์แผ่นดินไหวมากที่สุดในโลก
ข้อมูลจาก
https://www.usgs.gov/…/earthquake…/science-earthquakes
https://www.usgs.gov/…/what-earthquake-and-what-causes…
https://www.britannica.com/…/Shallow-intermediate-and…
https://www.conserve-energy-future.com/howearthquakesoccu…
https://www.phivolcs.dost.gov.ph/…/introduction-to…
https://www.nationalgeographic.org/topics/resource-library-earthquake/?q=&page=1&per_page=25
https://www.nationalgeographic.org/encyclopedia/ring-fire/
https://www.britannica.com/science/seismograph
https://www.britannica.com/place/Ring-of-Fire
Writer: Witit