พัทยา ทำเลทองอสังหาฯ เพื่อลงทุนและอยู่อาศัย กำลังกลับมาบูมอีกครั้ง หลังวิกฤต Covid 19
หากพูดถึงหัวเมืองต่างจังหวัดที่มีบทบาทสำคัญต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ เป็นรองแค่กรุงเทพมหานคร เชื่อว่าทุกคนจะต้องนึกถึงเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพราะไม่ได้มีบทบาทสำคัญเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ซึ่งทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศเท่านั้น แต่เศรษฐกิจของพัทยาในด้านอื่นก็ล้วนอยู่ในอันดับแถวหน้าของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรม การลงทุน โลจิสติกส์ หรือแม้แต่ตลาดที่อยู่อาศัย
เหตุผลสำคัญเป็นเพราะเมืองพัทยามีความสำคัญมากมาย อาทิ เป็นหนึ่งเมืองยุทธศาสตร์ของโครงการ EEC หรือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นหนึ่งในเส้นทางของโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน “ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา” แน่นอนว่าเมื่อโครงการขนาดใหญ่ที่หลั่งไหลเข้ามาในเมืองพัทยา หรือจังหวัดชลบุรี พื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นตลาดแรงงานขนาดใหญ่ระดับประเทศ ที่ทำให้เกิดความต้องการในที่อยู่อาศัยตามมาอย่างมากมาย
ยังไม่นับรวมกับความต้องการที่อยู่อาศัยในกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่เลือกใช้เมืองพัทยาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระยะสั้น ซึ่งอยู่กันอย่างน้อย 5-14 วัน หรือกลุ่มชาวต่างชาติที่ปักหมุดเมืองพัทยาคือบ้านหลังที่ 2 เพื่อใช้พักผ่อนระยะยาวยามเกษียณ ซึ่งอยู่กันอย่างต่ำ 1-3 เดือนอีกด้วย เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการอยู่อาศัยในเมืองพัทยา มีทั้งความสุขและความสนุกสนาน แบบที่ใช้ชีวิตได้หลากสีสัน เเมืองพัทยามีสถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรม และความบันเทิง ที่นักท่องเที่ยวเติมเต็มให้กับชีวิตได้ทั้งวันทั้งคืน จึงแทบเรียกได้ว่า พัทยาไม่เคยหลับใหลแม้ยามค่ำคืน
แต่ช่วงที่ผ่านมา ตลาดท่องเที่ยวรวมถึงตลาดอสังหาฯ ด้านที่อยู่อาศัย ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤต Covid 19 ทำให้ตลาดท่องเที่ยวหยุดชะงัก ดีเวลลอปเปอร์หยุดพัฒนาและเปิดตัวโครงการใหม่ แต่วิกฤตได้ผ่านพ้น สถานการณ์ต่าง ๆ เข้าสู่ภาวะปกติ ตลาดท่องเที่ยวและตลาดอสังหาฯ ก็กลับฟื้นตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและชัดเจน สิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนถึงการฟื้นตัวของเมืองพัทยามาจาก 4 เหตุผลสำคัญ ดังนี้
1. คอนโดเปิดใหม่ 13 โครงการ รวม 7,897 ยูนิต
ในปี 2567 ที่ผ่านมาพัทยามีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ถึง 13 โครงการ รวม 7,897 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 38,700 ล้านบาท เป็นการเปิดตัวสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ดีเวลอปเปอร์ที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ในเมืองพัทยา อาทิ แสนสิริ เปิดตัวโครงการ PTY Residence Sai 1 ออเนอร์ กรุ๊ป เปิดตัวโครงการ Once วงศ์มาตย์ (Once Wongamat) และแอสเซทไวส์ เปิดตัว Aquarous Jomtien-Pattaya เป็นต้น
2.คอนโดขายได้กว่า 76.29%
ช่วงสิ้นปี 2567 คอนโดในพัทยามีจำนวนรวม 47,800 ยูนิต แต่ก็สามารถขายได้แล้วถึง 76.29% หรือจำนวน 36,471 ยูนิต เหลือรอการขายอีก 11,329 ยูนิต หรือคิดเป็นสัดส่วน 23.71% ซึ่งทำเลที่มียอดขายสูงสุด จะเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองพัทยาที่มีอัตราการขายสูงสุดที่ 87.28% ตามมาด้วยจอมเทียน สัดส่วน79.49% และนาจอมเทียน สัดส่วน 74.12% การขายจึงถือว่าอยู่อัตราที่สูง
3.คอนโดระดับลักชัวรีมาแรง
ตลาดนักท่องเที่ยวในพัทยาที่กลับมาในระยะหลัง เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงและพักอาศัยแบบระยะยาว โดยเฉพาะชาวยุโรปและอเมริกา ส่งผลให้มีความต้องการคอนโดในกลุ่มลักชัวรีมากขึ้น ซึ่งเป็นโครงการคอนโดระดับลักชัวรีริมชายหาด เช่น วงศ์อมาตย์และจอมเทียน ได้รับความสนใจอย่างมากในปีที่ผ่านมา แต่ด้วยจำนวนยูนิตที่มีอยู่อย่างจำกัดและความต้องการที่สูง ทำให้หลายโครงการสามารถปิดการขายได้เกินความคาดหมาย
4.การเข้ามาของทุนจีน
ในอดีตชาวจีนอาจจะไม่ได้มาอยู่อาศัยในพัทยามากนัก แต่จากการย้ายฐานการผลิตของทุนจีนมาลงทุนในพื้นที่อีอีซี ชาวจีนจึงได้เข้ามาทำงานและต้องการที่อยู่อาศัยมากขึ้น เป็นโอกาสทำให้ดีเวลลอปเปอร์พัฒนาคอนโดออกมารองรับจำนวนมาก ตลาดคอนโดในเมืองพัทยาจึงได้รับอานิสงค์ทำให้มีการเติบโตสูงตามมาด้วย
เพียง 4 เหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น พอสรุปได้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยในพัทยากลับาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จากการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้น อัตราการขายที่สูง และความสนใจในโครงการระดับลักชัวรีที่เพิ่มขึ้น จึงตอกย้ำให้เห็นได้ว่าพัทยากลับมาเป็นทำเลทองของตลาดอสังหาฯ ที่ไม่ว่าจะอยู่อาศัยหรือเพื่อลงทุนก็มีโอกาสที่ดี เป็นตลาดที่กำลังกลับมาบูมอีกครั้งหลังจากเผชิญกับวิกฤต Covid 19 ครั้งที่ผ่านมา